| หน่วยงานรูปแบบพิเศษ SDU |
|---|
| ความเป็นมาและหลักการ |
แนวคิดของแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2546 2550 ) ประกอบกับเจตนารมณ์และเงื่อนไขตามมาตร16 ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงสมควรให้มีการจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit) หรือหน่วยบริการ
|
หน่วยบริการรูปแบบพิเศษคืออะไร ? |
หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ มีสถานะเป็นหน่วยงานในบริการภายในของระบบ
ราชการ ที่มุ่งเน้นในเรื่องของประสิทธิภาพ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ เป็นทางเลือกใหม่ของการจัดการโครงสร้างองค์การ
ในภาคราชการที่จะช่วยทำให้ขนาดของ สำหรับเกณฑ์การตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนภารกิจหรือส่วนงานใด ให้กลายสภาพไปเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษนั้น ก. มีลักษณะหรือธรรมชาติการดำเนินงานเป็นเรื่องของการให้บริการ ข. สามารถดำเนินการได้อย่างชัดเจนภายใต้กรอบนโยบายที่กำหนดขึ้น ค. มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงและสร้างภาระรับผิดชอบต่อหน่วยงานแม่ต้อนสังกัดได้ ง. สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม จ. มีขนาดที่เหมาะสมเพียงพอต่อการแยกส่วนออกมาจากหน่วยงานแม่ต้นสังกัด ฉ. ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในแง่ของการจัดการโครงสร้างการบริหารงาน (governance structure) จองหน่วยบริการรูปแบบพิเศษนั้น อาจดำเนินการใน ทั้งนี้ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษจะต้องมีอิสระความคล่องตัวในการจัดโครงสร้างองค์การอัตรากำลังและค่าตอบแทนของตน |
| รายละเอียดเพิ่มเติม |
ถึงแม้ว่าการดำเนินงานของหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ จะอาศัยรูปแบบวิธีการบริหารจัดการในเชิงธุรกิจ (business-like approach) อย่างไรก็ดี ในบางกรณีกระทรวงการคลังร่วมกับ ก.พ.ร. อาจเสนอให้คณะ
รัฐมนตรีวางเงื่อนไขให้หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ อำนาจหน้าที่และขอบเขตการดำเนินงานของหน่วยบริการรูปแบบพิเศษสามารถออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามความเหมาะสม 1. วัตถุประสงค์ พันธกิจ และอำนาจหน้าที่ 2. ความสัมพันธ์และภาระรับผิดชอบต่อหน่วยงานแม่ต้นสังกัด 3. การวางแผนและรายงานผล 4. แนวทางการบริหารทรัพยากร : ทรัพย์สิน การเงิน และบุคลากร 5. แนวทางการประเมินองค์การและผลสัมฤทธิ์ 6. ทิศทางการพัฒนาองค์การในอนาคต และ 7. อื่น ๆ (ถ้ามี) รวมถึงอาจให้มีการเตรียมแผนการดำเนินงาน (Business Plan) ประมาณ 2-3 ปีไว้ล่วงหน้า เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในด้านต่าง ๆ
|
| ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
เอกสารกรอบการดำเนินงานดังกล่าวนี้ จะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหน่วยงานแม่ต้นสังกัด และ ก.พ.ร. ก่อนเสนอเรื่องให้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพื่อให้มีการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการต่อไป โดยการจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษอาจทำได้ในรูปของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
|
กล่าวโดยสรุป |
1. หน่วยบริการรูปแบบพิเศษเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่หน่วยงานต้นสังกัด 2. การจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศาไม่ใช่เป็นเรื่องของการเตรียมการแปรสภาพกิจการหรือโอนถ่ายภารกิจให้ไปเป็นของเอกชน 3. หน่วยบริการรูปแบบพิเศษไม่ใช่หน่วยงานที่มีความเป็นอิสระอย่างเด็ดขาดหรืออยู่นอกเหนือการควบคุมดูแลของฝ่ายบริหาร 4. การได้รับการยกเว้นหรือผ่อนคลายกฏระเบียบ เพื่อให้เกิดอิสระความคล่องตัวทางการบริหารจัดการ (managerial flexibility 5. การจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ มีหลักการที่แตกต่างไปจากองค์การมหาชน ในแง่ของลักษณะธรรมชาติของภารกิจงาน |
|---|
ตารางสรุปเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างส่วนราชการหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ และองค์การมหาชน |
| ประเด็น | ส่วนราชการ | หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ | องค์การมหาชน |
|---|---|---|---|
1. ภารกิจ
|
ภารกิจหลักของหน่วยงานตามที่
|
ภารกิจที่เกี่ยวกับการให้บริการเฉพาะด้าน แก่หน่วยงานต้นสังกัด ส่วนราชกหารอื่น องค์กรปกครองส่วนท้อวงถิ่น และ/หรือ ประชาชน ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ ้(กำไร) และนำส่งรายได้เข้ารัฐเป็นการ โดยตรง หรือจำเป็นต้องเลี้ยงตัวเองได้เป็น สำคัญ |
ภารกิจที่รัฐต้องดำเนินการในการจัดบริการ
|
2. สถานะของ
|
- เป็นนิติบุคคล - เป็นหน่วยงานที่ระเบียบแบบแผน การบริหารและการดำเนินการตาม กฏระเบียบกลาง |
- ไม่เป็นนิติบุคคล - เป็นหน่วยงานที่มีความอิสระมีความ คล่องตัว ในการบริหารงานภายใต้การ กำกับของหน่วยงานแม่ |
- เป็นนิติบุคคล - เป็นหน่วยงานที่มีความอิสระมีความ คล่องตัว ในการบริหารงานภายใต้การ กำกับ ของ รัฐมนตรีเจ้าสังกัด |
3. ของเขต |
กำหนดในกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการ |
กำหนดในีระเบียบสำนักงานยรัฐมนตรีจัดตั้ง |
กำหนดในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง |
4. กรอบการ |
มีแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ เป็นแนวทางการดำเนินงาน |
มีเอกสารกรอบการดำเนินงานขององค์กร |
มีแผนการดำเนินงานขององค์กรโดยต้องมี แผนการลงทุนและมีแผนกลยุทธ์และแผน การดำเนินงานที่ได้รับความเห็นชองจาก คณะกรรมการ |
| 5. การบริหาร งานภายใน |
ใช้ระบบการบริหารงาน บริหารคน และบริหารเงินที่องค์กรกำหนด |
- มีระบบการบริหารงาน บริหารคน และ |
- มีระบบการบริหารงาน บริหารคน และ บริหาร เงินที่กำหนดขึ้นเอง - เน้นการให้บริการเชิงประสิทธิภาพ มุ่งผลสัมฤทธิ์ การดำเนินงาน |
| 6. การกำกับ ดูแล |
กำกับดูแลตามสายการบังคับบัญชา |
กำกับดูแลโดยหน่วยงานแม่ |
- มีคณะกรรมการบริหารงานในรูปคณะกรรมการ - รัฐมนตรีเจ้าสังกัดมีหน้าที่กำกับดูแลการ ดำเนินงานของ OP ให้เป็นไปตามกฎหมาย |
| 7. การติดตาม ประเมินผล และรายงาน |
- มีระบบการรายงานและ การประ เมินผลตามแบบกลาง - ต้องกำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการปฏิบัติภารกิจ ขององค์การ (ดู พรฎ. GG) |
- มีระบบการรายงานและการประเมินผล ที่ชัดเจน - ต้องกำกนดตัวชี้วัดประสิทธฺภาพและ ประสิทธิผลการปฏิบัติภารกิจขององค์การ ไว้ล่วงหน้า |
- อยู่ภายใต้ระบบการประเมินของ OP ตาม |
| 8. อื่น ๆ |
ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง กฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรวงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงาน สัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และ กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน |
| กระบวนการและขั้นตอนในการจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ |
|---|
1. กระบวนการและขั้นตอนการจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ มี 4 ขั้นตอน 1.1 กรมเจ้าสังกัดวิเคราะห์ความเหมาะสมของหน่วยงานที่ประสงค์จะจัดตั้งเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษเสนอกระทรวง พิจารณา เมื่อกระทรวงเห็นชอบ 1.2 ส่งคำขอจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษไปยังสำนักงาน ก.พ.ร. วิเคราะห์ความเหมาะสมในด้านภารกิจ ศักยภาพขององค์กร ด้านต่าง ๆ ระบบการบริหารจัดการ และระบบการกำกับดูแล 1.3 นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตัดสินใจ 1.4 หากคณะรัฐมนตรีเห็นควรอนุมัติจัดตั้ง กระทรวงจะดำเนินการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี 2. เมื่อหน่วยจัดตั้งบริการรูปแบบพิเศษขึ้นต้องจัดทำเอกสารกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับ เป็นกรอบ การดำเนินการ โดยมีหัวข้อต่อไปนี้ · วัตถุประสงค์ พันธกิจ และอำนาจหน้าที่ · ความสัมพันธ์และภาระรับผิดชอบต่อหน่วยงานแม่ · การวางแผนและรายงานผล · แนวทางการบริหารทรัพยากร : ทรัพย์สิน การเงิน และบุคลากร · แนวทางการประเมินองค์การและผลสัมฤทธิ์ · ทิศทางการพัฒนาองค์การในอนาคต · อื่น ๆ 3.หน่วยบริการรูปแบบพิเศษต้องจัดทำแผนปฏิบัติการรายปี เสนอต่อหน่วยงานแม่เพื่อให้เห็นชอบก่อนที่จะดำเนินการในต้นปีงบประมาณ แผนปฏิบัติการ รายปีความประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้ (Project feasibility studies)
|
การบริหารรายได้ ทรัพย์สิน และการบริหารงานบุคคล |
1. หน่วยบริการรูปแบบพิเศษจะต้องบริหารงานภายใต้หลักการของการคิดคำนวณต้นทุนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะ การตีรารามูลค่าสินทรัพย์ ของทางราชการที่ได้รับการนำมาใช้ประโยชน์ การคำนวณเสื่อมราคาและการใช้ระบบบัญชี เกณฑ์สิทธิ์ (accrual accounting) 2. ในการทำธุรกรรมใด ๆ ของหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้รับการยกเว้นภาษีนิติบุคคล 3. การบริหารงานบุคคล สามารถวางระเบียบบริหารงานบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพนักงานของตนได้เอง โดยอาจ ขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการ บริหารงานบุคคลภายในหรือผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานแม่ต้นสังกัด และจัดทำประกาศ อย่างเป็นทางการ 4. บุคลากร อาจแยกออกเป็น 2 ประเภท กล่าวคือ ก. ข้าราชการ ในกรณีของข้าราชการ สามารถยืมตัวให้ไปปฏิบัติราชการยังหน่วยบริการรูปแบบพิเศษได้รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4 ปี โดยให้หน่วยงานต้นสังกัดคงสงวนตำแหน่งไว้และให้กลับเข้ารับราชการได้ไม่เกินกว่าระดับตำแหน่งเดิม (เหมือนกับไปปฏิบัติ ราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรี ในองค์กรระหว่างประเทศ) หากคำตอบแทนในตำแหน่งของหน่วยบริการรูปแบบพิเศษสูงกว่าให้สามารถรับเงินเดือนส่วนต่างๆ ได้ การบริหารงานบุคคล ข้าราชการ ที่ยืมตัวมาปฏิบัติราชการ จะใช้ระเบียบบริหารงานบุคคลที่วางไว้เฉพาะหน่วย โดยข้าราชการ แต่ละคนต้องทำสัญญาข้อตกลงเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ ข. พนักงาน พนักงาน หมายถึง บุคคลที่หน่วยบริการรูแบบพิเศาจ้างให้ปฏิบัติงาน ในหน่วยงานโดยมีสัญญา การจ้าง ที่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้าง ระยะเวลาการจ้าง การจ่ายค่าตอบแทนสวัสดิการ การวัดผลงาน การสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะปรับเข้าสู่ระบบพนักงานต่อไป |
![]() |
| Copyright & Copy MOENET Thailand Service รวบรวม เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ โดย : นายบรรจบ กิมเกถนอม กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปรับปรุงข้อมูล : 1 ธันวาคม 2548 ติดต่อผู้ดูแลระบบ : banjokim@emisc.moe.go.th |
|---|