เลขาสกอ.คนใหม่ประกาศรับใบสั่ง "วิจิตร"

Source - ไทยโพสต์ (Th)
Friday, December 29, 2006 12:24



พญาไท - "กฤษณพงศ์" เข้าทำงาน สกอ.วันแรก ประกาศตัวทำงานตามใบสั่ง "วิจิตร" โคลนนิ่งไอเดีย ม.นอกระบบ อ้างมีคนค้านเพราะส่วนใหญ่ได้ข้อมูลผิดๆ ยันไม่คิดเร่งให้ออกนอกระบบเร็วๆ ขอร้องนักศึกษาอย่าอดข้าวประท้วง และให้คิดถึงประโยชน์ของสถาบันเป็นหลัก อย่าเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) นายกฤษพงศ์ กีรติกร ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา(กกอ.)ได้เข้ามาทำงาน สกอ.เป็นวันแรกหลังการแต่งตั้ง หลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เรียกรองเลขาฯ สกอ.และเจ้าหน้าที่ใรหน่วยงาน สกอ.มาประชุมหารือเกี่ยวหัยการวางแผนการทำงานในเบื้องต้น หลังจากการปนะชุมได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า แนวนโยบายในการทำงานของตนคงต้องรอให้นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)มอบหมายให้เป็นทางการก่อน ซึ่งคาดว่าอาทิตย์หน้าจะเข้าพบเพื่อรับนโยบายพร้อมกับรองเลขาธิการ กกอ.ทั้งหมด

คร.กฤษณพงศ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เห็น รมว.ศธ.ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหน้าที่ที่ตนต้องรับผิดชอบนั้นคิดว่ามีอยู่ 3-4 เรื่องที่ต้องเร่งทำ ได้แก่

1.การทำแผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะยาว ซึ่งตนมองว่านโยบายนี้มีความจำเป็นมากเพราะขณะนี้เรามีสถาบันอุดมศึกษารวมทุกประเภทกว่า 150 สถาบัน แต่กลับมีทรัพย์กรจำกัด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีในการจัดสรรงบฯ อย่างประนีประนอมและสามารถเอื้อประโยชน์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าสถาบันของรัฐหรือเอกชน อีกทั้งต้องสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้อละคุณธรรม เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องสามารถทพงานได้ทั่วโลกจึงจะถือว่าโกอินเตอร์อย่างแท้จริง แต่ละสถาบันต้องหาเอกลักษณ์และอัตตาลักษณ์ของตัวเองให้ได้ จะเป็นมหาวิทยาลัยในรูปแบบใด เพื่อสกอ.จะได้หาแนวทางในการพัฒนาศุกยภาพให้ต่อไปได้

2. การพัฒนาบุคคลกรภายในมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะเหล่าคณาจารย์

3.การหาวิธีการเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานของมหาวิทยาลัยเอกชน

และ 4.ดูแลการดำเนินงานเกี่ยวกับการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยซึ่งตนจะทำหน้าที่ประสานทำความเข้าใจและพัฒนาระบบให้สังคมมั่นใจและจะไม่เร่งทำ และไม่ได้มีการกำหนดจาก รมว.ศธ.ว่าในปีหน้าจะต้องทำให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบกี่แห่ง แต่จะปล่อยให้เป็นไปตามความพร้อมของแต่บะสถาบันมากกว่า

"เรื่องกระแสคัดค้านของร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรั๙ ผมมองว่ามีสาเหตุมาจากการที่ได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ซึ่ก็ต้องทำการชี้แจงกันต่อไปในแต่ละสถาบัน แต่ถ้าจะให้ สกอ.ช่วยอะไรก็ให้ทำเรื่องมา แต่เราก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็น แต่อยากให้พูดกัยบนฐานความจริงมากกว่า และการประกาศขู่อดข้างประท้วงของนสิตนักศึกษาที่คัดค้าน ผมในฐานะอาจารย์ขอว่าอย่าทำ ถ้ามีข้อมูลก็แจกแจงไปแต่ไม่อยากให้ใช้วิธีดังกล่าว"ดร.กฤษณพงษศ์กล่าวเสียงเรียบ

ว่าที่เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า เรื่องที่ตัดใจในเรื่องมหาวิทยาลัยในกำกับฯ กันอยู่ก็มีเพียง 2 ประเด็นหลักๆ คือ ค่าธรรมเนียมการเรียนที่อาจสูงขึ้นและสภามหาวิทยาลัยขาดกลไกในการตรวจสอบหรือคานอำนาจซึ่งมหาวิทยาลัยก็ได้ทำใมติร่วมกันในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)โดยทำร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในกำกับณ พ.ศ. ขึ้นมารองรับในการแก้ไขปัญหา ตนมองว่าการออกร่าง พ.ร.บ.ฯ ส่งเสริมฯ จะช่วยแก่ปัญหาได้อย่างครอบคุม
ส่วนการร้องขอให้รัฐจัดการศึกษาใรระดับอุดมศึกษาเป็นบริการสาธารณะคงเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐเองก็มีภาระอื่นที่สำคัญเท่าเทียมกันอีกมาก และถ้าจะลงทนด้านการศึกษาจริงๆ ตนคิดว่าควรปูพื้นฐานให้กับการศึกษาระดับพื้นฐาน 12 ปี และอาชีวศึกษาให้แน่นก่อนจะดีกว่า เพราะถ้าการศึกษาพื้นฐานไม่ดีแล้วในอนาคตจะดีได้อย่างไร

"การแก้ไขเรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบอยากให้ทุกคนคิดถึงประธยชน์ของสถาบันตัวเองเป็นหลักมากกว่าผลประโยชน์ของสถาบันตัวเองเป็นหลักมากกว่าผลประโยชน์ติดตัวของตนเอง ซึ่งเหตุผลที่ยกๆ มาอ้างส่วนมากเป็นผลประโยชน์ติดตัวเกือบทั้งหมด" ดร.กฤษณพงศ์กล่าว.



                                                                                                                                                ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์