ม.เชียงใหม่สร้างเจลล้างมือสูตร"ไคโตซาน"

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Monday, May 21, 2007 05:28




ม.เชียงใหม่จับมือบริษัทสยามเภสัช เปลี่ยนแกนใสของปลาหมึกให้เป็นเจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ พร้อมผสมเม็ดบีดบรรจุวิตามินอีและว่านหางจระเข้ เผยประสิทธิภาพฆ่าเชื้อโรคได้ดี ผิวชุ่มชื้นไม่แห้ง เอาใจแพทย์พยาบาลที่ต้องทำความสะอาดมือตลอดวัน ด้านเอกชนรับลูกศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์
ผศ.ดร.ภูริวัฒน์ ลี้สวัสดิ์ สายวิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ร่วมกับบริษัทสยามเภสัช จำกัด พัฒนาเจลใสทำความสะอาดมือแบบไม่ใช้น้ำ โดยใช้ไคโตซานเป็นสารก่อเจล พร้อมทั้งผสมเม็ดบีดซึ่งเก็บกักวิตามินอีและเจลว่านหางจระเข้ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว ลดผลของแอลกอฮอล์ที่ทำให้ฝ่ามือแห้งและเกิดอาการแพ้ได้ง่าย

ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในห้องปฏิบัติการวิจัย รวมทั้งแพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาล จำเป็นต้องล้างมือบ่อยครั้ง และนิยมใช้เจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว แต่แอลกอฮอล์ที่ผสมในเจลเพื่อฆ่าเชื้อโรค จะชะล้างความชุ่มชื้นของผิวออกไปด้วย ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองและเกิดอาการแพ้ในบางคน เนื่องจากแอลกอฮอล์ที่ผสมในเจลเพื่อฆ่าเชื้อโรค ได้ชะชั้นน้ำมันบางๆ ที่เคลือบบนผิวหนัง ทีมวิจัยจึงสนใจคิดค้นเจลล้างมือสูตรใหม่ ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค ควบคู่กับการถนอมผิวให้นุ่มเนียน

"ไคโตซานที่เลือกนำมาใช้ทำเจลได้จากแกนปลาหมึก เพราะจากการทดสอบเปรียบเทียบไคโตซานจากปู กุ้งและปลาหมึก ในความเข้มข้นที่ 3% และ 4% พบว่าไคโตซานจากปลาหมึกเหมาะสมที่สุด เมื่อเทียบกับไคโตซานจากเปลือกกุ้งที่ให้เจลสีขุ่น ไม่น่าใช้งาน เจลจากไคโตซานปูให้ความหนืดต่ำ ไม่เหมาะใช้เป็นเจล" นักวิจัย กล่าว

ส่วนไคโตซานจากแกนปลาหมึก ให้เจลที่มีความหนืดมากสุด และมีลักษณะใส จึงเหมาะแก่การนำมาพัฒนาเป็นเจลล้างมือ ทั้งยังให้เม็ดบีดสามารถแขวนลอย และกระจายตัวอยู่ในเนื้อเจลได้ ส่วนเม็ดบีดที่ผสมในเจลล้างมือสูตรไคโตซาน ทีมวิจัยคิดค้นสูตรและผลิตขึ้นเอง พร้อมทั้งทดสอบประสิทธิภาพพบว่า เมื่อถูเม็ดบีดบนฝ่ามือ จะแตกกระจายเพื่อปล่อยวิตามินอีและเจลว่านหางจระเข้ที่กักเก็บไว้ จึงเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้มากขึ้นอีก

ทีมงานทดสอบเจลล้างมือไคโตซานกับอาสาสมัคร 30 คน เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่วางขายในไทยและต่างประเทศ พบว่าอาสาสมัครเกิดความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์วิจัย ทั้งความใสของเจล ความหนืด ความชุ่มชื้นและความสะอาด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาคเอกชนที่สนับสนุนการวิจัย กำลังออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งศึกษาต้นทุนการผลิตเชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ทางการตลาด

"เจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำโดยใช้ไคโตซานเป็นสารก่อเจล ย่อมสนองตอบความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการใช้เภสัชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้ได้สะดวก มีความคงสภาพของเภสัชภัณฑ์ที่ดีและราคาเหมาะสม ทีมวิจัยจึงมีแนวคิดในการวิจัยและพัฒนาเจลล้างมือสูตรไคโตซาน โดยใช้เทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรมต่อไป" ผศ.ดร.ภูริวัฒน์ กล่าวและว่า โครงการวิจัยเจลล้างมือสูตรไคโตซานนี้ ได้รับความสนับสนุนจากโครงการโครงงานอุตสาหกรรมสำหรับปริญญาตรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

                                                                                                                                                ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com