ปั้นขนมด้วยเครื่องร่นเวลาลดแรงงาน

Source - ไทยโพสต์ (Th)
Friday, July 20, 2007 06:27



ขนมเม็ดกลมๆ สีสันสวยงามลอยในน้ำกะทิ รสชาติหอมหวาน คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ “ขนมบัวลอย” ซึ่งเม็ดบัวลอยทำจากแป้งข้าวเหนียวนำไปนวดกับน้ำอุ่น เมื่อนวดได้ที่แล้วจึงปั้นเป็นก้อนกลมๆ การปั้นขนมบัวลอยใช้แรงงานคนเป็นหลัก หากทำกินกันในครัวเรือนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ส่วนมากเรานิยมซื้อรับประทาน เพราะสะดวกและง่ายกว่า ดังนั้นหากต้องทำขายในปริมาณมากๆ ผู้ทำมักจะประสบปัญหาเรื่องเม็ดบัวลอยมีขนาดไม่เท่ากัน ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ก็สิ้นเปลืองแรงงาน

นายธนกฤต รัตนรัตน์ พร้อมด้วยนายพรเทพ ชัยสมบูรณ์พันธ์ และนายธีรเดช เลิศวิไลอนันต์ นักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้จับเอาปัญหาดังกล่าวมาสร้างเครื่องปั้นแป้งขนมบัวลอยขึ้นซึ่งสามารถทำงานได้เป็น 2.3 เท่าของแรงงานคน

นายธนกฤตเล่าว่า เครื่องดังกล่าวประกอบด้วยโครงสร้างเครื่อง ชุดต้นกำลัง ชุดอัดแป้ง ชุดตัดแป้งและชุดควบคุม ใช้หลักการทำงานด้วยระบบนิวเมติกเป็นต้นกำลัง ส่งแรงกำลังให้แก่ชุดกระบอกสูบอัด และชุดกระบอกสูบตัด สามารถบังคับให้ตัดแป้งขนาดเม็ดแป้งที่มีความสมมาตรคือ 10 คูณ 10 มิลลิเมตร

จากการทดลองการทำงานของเครื่องพบว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการขึ้นรูปของเม็ดบัวลอยคือ ความหนืดของแป้งนวด ซึ่งความหนืดของแป้งจะขึ้นอยู่กับส่วนผสมของแป้งและอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการนวด และความหนืดของแป้งนวดจะมีผลต่อความยาวของเม็ดแป้งบัวลอยและเมื่อทำการทดลองกับแป้งในปริมาณต่าง ๆ และกับน้ำที่อุณหภูมิที่ต่างกันสามารถสรุปได้ว่า อัตราส่วนและอุณหภูมิที่เหมาะสมสามารถตัดเม็ดแป้งให้ได้รูปทรงกระบอกสมมาตรซึ่งเป็นขนาดมาตรฐาน เม็ดแป้งไม่เสียทรงคือ ถ้าใช้แป้งกับน้ำที่อุณหภูมิห้อง อัตราส่วนที่เหมาะสมเท่ากับ 250 กรัม ต่อ 220 มิลลิเมตร และถ้าใช้แป้งกับน้ำร้อนอัตราส่วนที่เหมาะสมจะเท่ากับ 250 กรัม ต่อ 210 มิลลิเมตร

หากวัดประสิทธิภาพการทำงานเครื่องสามารถใช้ความเร็วในการตัด 53 เม็ดต่อนาที คิดเป็น 2.3 เท่าของแรงงานคนและสามารถทำงานได้จริง 8,914,176 กิโลกรัมต่อปี และเครื่องต้นแบบดังกล่าวถูกออกแบบมาให้สามารถเปลี่ยนหัวดาย เพื่อเปลี่ยนรูปทรงของการตัดแป้งได้หลายแบบ และสามารถปรับให้ใช้ตัดแป้งชนิดอื่น ๆ ได้

ผู้สนใจต้องการรายละเอียดเพิ่ม สามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่ อาจารย์อภินันท์ วัลภา หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอาหาร โทร. 08-9112-1012.


                                                                                                                                                ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์