เด็กไทยอ่านเขียนไม่แตก

Source - เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ (Th)
Friday, August 03, 2007 05:02




"แอ๊บแบ๊ว" กลายเป็นประเด็นในสังคมขึ้นมา เมื่อสื่อมวลชนนำมาตีแผ่ว่า เกิดปรากฎการณ์ "แอ๊บแบ้ว" ในเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ บางกลุ่มนำภาษาไทยมาพูดเล่น ล้อเลียนแบบไม่ชัด ล้อเล่นจนเป็นเรื่องตลก สุดท้ายกลายเป็นภาษาพูดติดปากนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ผู้ใหญ่ในสังคมต่างวิตกกังวลกับปรากฎการณ์แอ๊บแบ้วที่สื่อนำเสนอ พร้อมกับประเด็นใหม่ที่ผุดขึ้นมาว่า จะเกิด "ภาษาวิบัติ"

คุณคิดว่าปรากฎการณ์นี้เป็นแฟชั่นหรือเปล่าครับ ที่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง มีแฟชั่นใหม่ขึ้นมา หรือ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเยาวชนเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่กลับเข้าสู่ระบบมาตรฐานของสังคม

สำหรับผม ผมมองว่าเป็นเพียงแค่ปรากฎการณ์การใช้ภาษาของวัยรุ่น ณ ปัจจุบัน อีก 5 ปีข้างหน้าจะเกิดปรากฎการณ์การใช้ภาษาของวัยรุ่นอีกแบบหนึ่ง เหมือนที่สมัยผมมีคำว่า "จิ๊กโก๋" ที่ใช้เรียกผู้ชายที่มีพฤติกรรมและการใช้ภาษาแบบหนึ่ง พร้อมกับเรียกผู้หญิงที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกันว่า "จิ๊กกี๋"
แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นที่สังคมไทยโดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในสังคมไทยวิตกกังวลสำหรับเด็กและเยาวชนไทยคือ ปรากฎการณ์ "การอ่านและเขียนหนังสือไม่แตก"

ขณะที่สังคมไทยกำลังวิพากษ์วิจารณ์บวกกับวิตกกังวลกับ ปรากฏการณ์แอ๊บแบ้วที่นำมาสู่ภาษาวิบัติ ผมได้อ่านบทความ "เด็กไทยอ่านเขียนไม่ออก ถูกเพียงครึ่งเดียว" โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ในบทความระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการได้สำรวจข้อมูลเด็ก ป.2 เกือบ 8 หมื่นคน คิดเป็น 12% จากเด็กทั่วประเทศ 6.3 แสนคน ไม่สามารถอ่านคำศัพท์พื้นฐาน 3,000 คำผ่านข้อสอบ National Test (NT) บางพื้นที่มีสถิติสูง 25% โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ ภาคเหนือ ที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เลขาธิการ สพฐ.ระบุว่า สาเหตุที่นักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ มี 4 ประการ ได้แก่ 1.ความยากจน ขาดเรียนบ่อย 2. นักเรียนไม่ได้พูดภาษาไทยที่บ้าน 3. นักเรียนที่บกพร่องการเรียนรู้ และ 4. อยู่ในพื้นที่ที่มีครูไม่เพียงพอ

อาจารย์สมพงษ์แสดงความคิดเห็นว่าในข้อเท็จจริงรายงานดังกล่าวถูกต้องตามสภาพปัญหาที่มีอยู่ แต่ถูกเพียงครึ่งเดียว เมื่อพิจารณาจากตัวเด็กเป็นหลัก ความยากจน ขาดเรียน ไม่พร้อม ขาดการสนับสนุน ครูไม่เพียงพอ และอื่นๆ

เคยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังครับว่า โดยหลักใหญ่ของการวัดผลการเรียนนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะออกข้อสอบแบบอัตนัย นั่นคือนักศึกษาต้องเขียนบรรยายตอบคำถาม ซึ่งปรากฏว่านักศึกษาส่วนใหญ่เขียนหนังสือสะกดคำผิดกันเยอะมาก และที่น่าตกใจคือ แม้แต่คำง่ายๆยังสะกดผิด

อาจารย์ท่านนี้เล่าว่า เมื่อสอบถามนักศึกษาว่าเรียนภาษาไทยมากันอย่างไร เขียนผิดกันมากมาย คุณครูที่โรงเรียนไม่จับให้คัดคำที่เขียนผิด 100 จบหรือ เหมือนที่อาจารย์และรุ่นผมถูกฝึกปฎิบัติมา ปรากฎว่านักศึกษาส่วนใหญ่บอกว่าไม่มี

สำหรับผมมองว่า ที่เด็กไทยรุ่นใหม่อ่านเขียนไม่แตกนอกจากวิธีการสอนที่เปลี่ยนไปแล้ว สาเหตุหลักพื้นฐานอีกปัจจัยหนึ่งคือ เด็กรุ่นใหม่อยู่กับหนังสือน้อย ไม่ว่าหนังสือเรียนหรือหนังสืออ่านเล่น ซึ่งแตกต่างกันไประหว่างเด็กมีกับเด็กไม่มี ในกรณีของเด็กมี ส่วนใหญ่อยู่กับโทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เนตเพื่อเล่นเกมส์เสียมากกว่า ขณะที่เด็กไม่มี เจอปัญหาขาดแคลนหนังสือที่จะอ่าน โดยเฉพาะหนังสือดีๆที่มีประโยชน์ เมื่ออ่านน้อย ผ่านการรู้จักคำน้อย รู้จักการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องน้อย เกิดสภาวะการอ่านเขียนไม่แตก

เพราะทักษะของการใช้ภาษาที่ดี ไม่ว่าภาษาไหน อยู่ที่ทักษะการฝึกฝน ใครฝึกมากได้ทักษะมาก ใครฝึกน้อยได้ทักษะน้อย เหมือนที่คนที่สามารถอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้ดีเพราะผ่านการอ่านมามาก

กรณีเด็กที่พร้อมผมไม่พูดถึง อยู่ที่การปลูกฝังของครอบครัวเป็นหลักใหญ่ให้เด็กรักการอ่าน แต่กรณีเด็กที่ไม่พร้อมเพราะไม่มีหนังสืออ่าน อยู่ที่สังคมที่จะหยิบยื่นหนังสือให้

ในวันที่องค์กรต่างๆเริ่มให้ความสำคัญกับการทำ CSR (Coporate Social Responsibility) เป็นส่วนหนึ่งต่อการพัฒนาสังคม ลองนำประเด็นเด็กไทยที่อ่านเขียนหนังสือไม่แตก เพราะไม่มีหนังสือให้อ่านมาพิจารณาดูครับ เผื่อองค์กรของคุณจะเป็นส่วนหนึ่งร่วมแก้ไขปัญหาเด็กไทยอ่านเขียนหนังสือไม่แตก

เหมือนที่ล่าสุดที่ทาง เคทีซี-บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จัดทำหนังสือชื่อ "อัจฉริยะรอบโลก" ขึ้น เพื่อนำเสนอเรื่องราวชีวประวัติของอัจฉริยะบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ในหลากหลายสาขาของแต่ละยุคสมัย

พร้อมกับมอบหนังสืออัจฉริยะรอบโลกจำนวน 500 เล่ม แก่โครงการ "โรงเรียน I see U มติชน 30 ปี"เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนในโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัดและในชนบท ได้อ่านเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ และเห็นตัวอย่างของความเพียรพยายามที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ

และล่าสุดนี้ สำนักพิมพ์ดีเอ็มจีได้จัดนิทรรศการแนะนำหนังสือ ‘ตามรอยพระยุคลบาท’ ณ บริเวณชั้น 2 ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งมีความน่ารักของเด็กๆ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 - 4 ที่ได้มาอ่านคำกราบทูลรายงาน โดยใช้คำราชาศัพท์ได้อย่างถูกต้อง สร้างความประทับใจแก่ทุกคนที่เข้าร่วมงาน
โดยนิทรรศการดังกล่าวจะมีถึงวันที่ 5 สิงหาคม ศกนี้ ท่านที่สนใจอยากชมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ รวมทั้งภาพวาดและภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เชิญชมได้ครับ

อย่างไรก็ตาม หน้าที่ในการให้ ‘เด็กไทยอ่านเขียนให้แตก’ นั้น อยู่ที่พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคน ช่วยกันสนับสนุนหน่อยนะครับ!

                                                                                                                                                        ที่มา: http://www.thannews.th.com