กยศ.เผยเด็กคืนเงินกู้60% ยันไม่ส่งชื่อให้เครดิตบูโร

Source - ข่าวหุ้น (Th)
Thursday, August 02, 2007 04:05



กยศ.เปิดเผยเด็กกู้เงินมีสำนึกใช้คืนกองทุนมากกว่า 60% ไม่จำเป็นต้องฟ้องศาลหรือ ส่งข้อมูลให้เครดิตบูโร เป็นการซ้ำเติมเด็กให้ได้รับความเสียหาย ระบุภายในเดือนกันยายนเงิน 9 พันล้านถึงมือนักศึกษา 3 แสนราย ส่วนกรณีเด็กฆ่าตัวตาย เพราะไม่ได้เงินกู้กยศ. ยันไม่ใช่สาเหตุหลัก ผ่อนผันเลื่อนจ่ายเงินกู้ไปถึงก.ย.

นายธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่านักเรียนที่กู้เงินจากกองทุนมีความรับผิดชอบและสำนึกในการคืนเงินกู้มากขึ้น โดยเด็กที่จบไปและถึงกำหนดต้องใช้เงินมีสูงถึง 60% ของคนที่กู้ทั้งหมด ซึ่งทางกองทุนจะพยายามทำความเข้าใจกับเด็กในการชะระคืนเงินกู้ เป็นการไม่ให้เกิดการฟ้องร้องทวงหนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุนจะดำเนินการเป็นขั้นตอนสุดท้าย

"รัฐไม่ต้องการฟ้องเด็ก ซึ่งเด็กก็ไม่ต้องการหลีกเลี่ยงชำระหนี้ แต่ที่ผ่านเด็กเข้าใจกระบวนการไม่ถ่องแท้ นอกจากนี้กองทุนไม่มีนโยบายส่งรายชื่อเด็กให้กับเครดิตบูโร เพราะเห็นว่าเป็นการซ้ำเติมเด็ก" นายธาดากล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กยศ. ได้ดำเนินการฟ้องร้องเด็กที่ขาดชำระหนี้ 7 หมื่นราย จากเด็กที่กู้เงินทั้งหมด 1.4 ล้านราย โดยนายธาดา กล่าวว่า กองทุนเปิดโอกาสให้เด็กผ่อนผันชำระเงินกู้ใน 2 กรณี คือ รายได้ไม่ถึง 4.7 พันบาทต่อเดือน หรือ มีเหตุจำเป็นปัญหาอย่างอื่นเช่น ป่วย ก็สามารถขอผ่อนผันการกู้เงินกับคณะกรรมการพิจารณาของกองทุนได้

นายธาดา กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2551 กยศ.ได้รับเงินงบประมาณจำนวน 3.1หมื่นล้านบาท โดยได้แจ้งให้กับสถานศึกษารับทราบ เพื่อแสดงยื่นเรื่องให้นักศึกษาขอกู้เงินจากกองทุนแล้ว ส่วนกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ได้จัดสรรงบประมาณ 9พันล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการให้สถานศึกษารับทราบ

นอกจากนี้ กองทุนจะประสานงานกับนักเรียนผู้กู้ สถาบันการศึกษาผู้พิจารณาเงินกู้และธนาคารกรุงไทย ผู้จ่ายเงินกู้ ให้การทำงานประสานไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น เพื่อทำให้นักเรียนได้รับเงินจากการกู้ยืมได้เร็วขึ้นส่วนกรณีนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชผูกคอตาย

โดยระบุสาเหตุมาจากความเครียดกลัวเรียนไม่จบ เพราะไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ กยศ.ว่า จาการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ กยศ. เพื่อแสดงความเสียใจและค้นหาสาเหตุข้อเท็จจริงนั้น เบื้องต้นทราบว่าปัญหาเรื่องที่นักศึกษายังไม่ได้รับเงินกู้ ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่จนทำให้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพราะนักศึกษาคนดังกล่าวเพิ่งกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ. และยังมีสิทธิได้กู้เงิน กรอ.ต่อตามมติคณะรัฐมนตรี
ส่วนความล่าช้าในการจ่ายเงินให้กับสถาบันการศึกษานั้น มาจากขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายให้มีความรัดกุมมากขึ้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่าได้มีการจัดสรรเงินให้กู้ยืมในปีนี้ไว้แล้วจำนวน 9,000 ล้านบาท คาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้ เงินกู้จะเริ่มทยอยถึงมือนักศึกษาได้ครบ จำนวนกว่า 3 แสนราย

ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ (รมว.ศธ. ) กล่าวถึงกรณีที่น.ส.เสาวภา ประชุม นักศึกษา ปี 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ฆ่าตัวตายว่า จากการตรวจสอบไปยัง มรภ.นครศรี ธรรมราช และจากการรายงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่ลงไปร่วมงาน ศพของ น.ส.เสวภา พอจะสรุปได้ว่า สาเหตุที่น.ส.เสาภา ฆ่าตัวตายไม่น่าเกี่ยวข้องกับความเครียดจากการหาเงินมาจ่าย เป็นค่าเทอม แทนเงิน กรอ.ที่จ่ายล่าช้า อย่างที่สันนิษฐานกัน

เพราะ น.ส. เสาวภา ได้นำงินไปจ่ายค่าเทอมแล้วทั้งที่ทางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้นักศึกษาทุน กรอ. และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ผ่อนผันจ่ายค่าเทอมไปได้ถึง เดือนกันยายน และครอบครัวน.ส. เสาวภา ยืนยันว่า เจ้าตัวไม่เคยปรึกษาเรื่องเงิน ซ้ำ น.ส.เสาวภา ยังพอมีรายได้ จากการทำธุรกิจซักรีดภายในบ้านเช่าอย่างไรก็หากมีปัญหาเรื่องเงินจริง พี่ชาย ของ น.ส.เสาวภาที่เป็นตำรวจก็สามารถช่วยเหลือได้

"เชื่อว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่สันนิษฐานว่า จะเกี่ยวกับเรื่องผลการเรียนเพราะผล การเรียนของ น.ส.เสาวภาตกลงมาก ล่าสุดเกรดเฉลี่ยสะสมเหลือแค่ 2.15เจ้าตัวอาจ กังวลว่า จะถูกไม่จบการศึกษา เพราะตามระเบียบแล้ว จะต้องเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำ กว่า 2.00" ศ.ดร.วิจิตร กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า การจัดสรร เงิน กรอ.ล่าช้า เพราะเดิมจะมีการร่วมกองทุนกรอ.เข้าไปอยู่ใน กยศ. ให้ ลูกหนี้ กรอ.โอนไปเป็นลูกหนี้ กยศ. แต่ติดข้อกฎหมาย จึงเป็นต้องคงเงินกู้ กรอ. ไว้ตามเดิม กระทรวงการคลังจึง ต้องออกระเบียบให้เบิกจ่ายกองุทน กรอ.ได้ไป ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้มีการชะลอการจ่ายเงิน แต่ก็มีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยทุก แห่งผ่อนผันค่าเล่าเรียนแก่เด็กที่กู้ กรอ และกยศ.ออกไปจนถึงเดือน กันยายน

                                                                                                                                                         ที่มา: กรุงเทพฯ--2 ส.ค.--ข่าวหุ้น