เว็บไซต์โครงการ"ต้นกล้าอาชีพ"
  ข่าวทั้งหมด
20 มีนาคม 2552

      

ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ  "ต้นกล้าอาชีพ"  Call Center : 1111
เว็บไซต์ 
http://www.tonkla-archeep.com/
 

หลักการ

โครงการต้นกล้าอาชีพ คือ โครงการเพื่อพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงาน เพื่อสนับสนุนผู้ว่างงานและผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้น โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งเท่ากับเป็นการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพของชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในระยะยาว เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย

กลุ่มเป้าหมาย

- ผู้ว่างงาน จำนวน 500,000 คน (โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่จะกลับภูมิลำเนาก่อน )
- ผู้ที่สำเร็จการศึกษา (และยังไม่มีงานทำ)
- ผู้ถูกเลิกจ้างจากภาคแรงงานอุตสาหกรรม (ต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาฝีมือสำหรับประกอบกิจการส่วนตัวในท้องถิ่น หรือ ภูมิลำเนา )
- ผู้ที่กำลังอยู่ในข่ายที่จะถูกเลิกจ้าง

ตำแหน่งงานว่าง

110,131 อัตรา  ข้อมูล ณ วันที่ 2 มีนาคม 2552 โดยสำนักนายกรัฐมนตรี

จำแนกตามหมวดอาชีพ

อัตรางานว่าง

ผู้บัญญัติกฎหมาย ข้าราชการระดับอาวุโส ผู้จัดการ

2,738 อัตรา

ผู้ประกอบวิชีพด้านต่างๆ

2,738 อัตรา

ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

9,323 อัตรา

เสมียนเจ้าหน้าที่

9,481 อัตรา

พนักงานบริการ พนักงานขายในร้านค้าและตลาด

32,747 อัตรา

ผู้ปฏิบัติงานฝีมือด้านการเกษตรและประมง (แปรรูปขั้นพื้นฐาน)

- อัตรา

ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่างๆ

12,183 อัตรา

ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานผู้ควบคุมเครื่องจักรและผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ

3,236 อัตรา

อาชีพพื้นฐาน

29,411 อัตรา

สรุปตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศจำแนกรายจังหวัดและอาชีพ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 โดย กองวิจัยตลาดแรงงาน

คุณสมบัติของผู้สมัคร

เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย

มีอายุตั้งแต่ 18 - 60 ปี นับถึงวันสมัครฝึกอบรม

เป็นผู้ว่างงานตามรายละเอียดของโครงการฯ ดังนี้
-   ผู้ว่างงานและประชาชนที่สนใจฝึกอบรมอาชีพและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำความรู้กลับไปใช้ในชุมชนบ้านเกิด
-   ผู้ถูกเลิกจ้างแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการทักษะเพื่อยกระดับฝีมือแรงงานของตนเอง
-   ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ที่ต้องการเตรียมพร้อมการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ

หลักสูตรการฝึกอบรม

แบ่งเป็น 7 ประเภท  จำนวน 935 หลักสูตร

1. การเกษตรและการแปรรูป  จำนวน 118 หลักสูตร ได้แก่

- กลุ่มการผลิต เช่น การผลิตไม้ดอกเพื่อการค้า  การผลิตปุ๋ยอินทรีย์  การผลิตไก่อินทรีย์
- กลุ่มแปรรูป เช่น การแปรรูปปลานิลแดดเดียว  การแปรรูปทำไส้กรอกจากปลาดุกกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเกษตรแบบยั่งยืน  การเกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่และแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
- การฝึกอบรมเกษตรทางเลือก ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง

2. ภาคการผลิต  จำนวน 319 หลักสูตร ได้แก่

- กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม  ช่างเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า และ แก๊ส   ช่างเชื่อมเหล็กตัด  ประตู  หน้าต่าง  ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า 
- กลุ่มเสื้อผ้า  สิ่งทอ  เช่นการทำซิลค์สกรีน  การทำผ้ามัดย้อมและมัดเพ้นท์  การทำผ้าด้วยกี่กระตุก  การทำผ้าบาติก
- กลุ่มเครื่องยนต์  เช่น  การซ่อมรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์  ช่างเครื่องยนต์ชุมชนช่างเคาะตัวถังรถยนต์
- กลุ่มศิลปะประดิษฐ์และอัญมณี  เช่น การแกะสลักวัสดุอ่อนเบื้องต้น  การขึ้นรูปกระถางต้นไม้ด้วยแป้นหมุน  การทำของชำร่วยด้วยเซรามิค  การออกแบบเครื่องโลหะและรูปภัณฑ์อัญมณี

3. การบริการและการท่องเที่ยว จำนวน 298 หลักสูตร  ได้แก่

- กลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ การอบรมมัคคุเทศก์  พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่มพนักงานผสมเครื่องดื่ม  การทำอาหารว่างนานาชาติ  การฝึกอบรมภาษา  และธุรกิจโฮมสเตย์

- กลุ่มสุขภาพ  ได้แก่  การนวดแผนไทย   นวดลูกประคบ  สปา  การดูแลเด็กและผู้สูงอายุ

- กลุ่มการซ่อมแซม  และบำรุงรักษา  การซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์  การซ่อมเครื่องยนต์ดีเซล  การซ่อมเครื่องยนต์เบนซิน  การซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตรการซ่อมจักรอุตสาหกรรม

4. การค้าและเศรษฐกิจพอเพียง  จำนวน 12 หลักสูตร ได้แก่

- กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์  การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อชุมชน  การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อชุมชน  การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์
- การขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต (e-commerce)  การสร้างร้านค้าทางอินเตอร์เน็ต
- กลุ่มผู้ประกอบการ  เช่น การประกอบการธุรกิจชุมชน  ร้านค้าปลีกกลุ่มแม่บ้านและวิสาหกิจชุมชน

5. คอมพิวเตอร์และธุรการ  จำนวน  117 หลักสูตร  ได้แก่

Softwar
- กลุ่มออกแบบ เช่น โปรแกรม AUTO CAD เพื่องานออกแบบก่อสร้าง  ออกแบบชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เขียนแบบเครื่องกลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Solid Wor
- กลุ่มงานในสำนักงาน เช่น Office and Multimedia  การจัดทำระบบข้อมูลทางการเงินและบัญชีด้วยโปรแกรม Excel  และโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปเพื่อใช้ในการทำงานธุรกิ
- การใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานด้วยโปรแกรม Microsoft Offic
- การพัฒนาโปรแกรมด้วย MS Access โดยใช้ระบบงานบุคค
- การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  สำหรับการประกอบธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต

Hardwar
- ช่างคอมพิวเตอร์  เช่น ซ่อม ประกอบ  ติดตั้งระบบบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์และเครือข่าย

6. คมนาคมและการขนส่ง  จำนวน  1 หลักสูตร

- วิชาชีพด้าน Logistics หรือการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางเรือ

7. การก่อสร้าง จำนวน 23 หลักสูตร

- กลุ่มช่างต่าง ๆ เช่นการปูกระเบื้อง  ช่างไม้ก่อสร้าง  ช่างสีอาคาร
- กลุ่มการผลิตวัสดุก่อสร้าง เช่น  การทำบล็อกคอนกรีต  การผลิตซีเมนต์

หลักสูตรการฝึกอบรมแยกตามสถาบันฝึกอบรม

หลักสูตรที่จัดให้มีการฝึกอบรม ในแต่ละจังหวัดอาจมีหลักสูตรไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของโครงการ
เนื่องจากต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และการรองรับตำแหน่งงานที่ตลาดแรงงานต้องการ
 

หน่วยงานรับลงทะเบียนและสถาบันฝึกอบรม แยกตามจังหวัด

การเลือกหลักสูตรอบรม

คู่มือการเลือกหลักสูตรตามรหัส

รหัสหลักสูตรที่จัดฝึกอบรม จะมีจำนวน ตั้งแต่  7 - 10 ตัว ดังนี้

ตัวอักษร หลักที่ 1-3
ร    หมายถึง เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปประกอบอาชีพรับจ้าง
อ    หมายถึง เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปประกอบอาชีพส่วนตัว
ว    หมายถึงเป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปทำกิจการของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการหรืออื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยชุมชนและใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชน
รอ    หมายถึงเป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปประกอบอาชีพรับจ้างหรือประกอบอาชีพส่วนตัว
รว    หมายถึงเป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปทำอาชีพรับจ้างหรือไปทำกิจการของชุมชน
อว    หมายถึงเป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปประกอบอาชีพส่วนตัวหรือทำกิจการของชุมชน
รอว   หมายถึงเป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะจบไปทำงานได้ทั้งสามด้านดังกล่าวข้างต้น

ตัวเลข  2  หลักต่อจากตัวอักษร หมายถึงจังหวัดที่ผู้ว่างงานคาดว่าจะไปประกอบอาชีพหลังจบการอบรม ดูรหัสจังหวัดได้ที่นี่

ตัวเลข  4  หลักต่อจากรหัสจังหวัด หมายถึงเลขหลักสูตรในจังหวัดนั้นๆ

ตัวอย่างเช่น

ป101332

ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

 

เป็นหลักสูตรสำหรับประกอบอาชีพส่วนตัว จัดอบรมที่กรุงเทพฯ

รปว570008

การขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต (e-Commerce)

 

เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพได้ทั้งสามด้าน จัดอบรมที่เชียงราย

  

คำแนะนำในการเลือกหลักสูตร

- ควรเลือกหลักสูตรที่ตรงกับพื้นฐานอาชีพหรือตรงกับพื้นฐานความรู้ของท่าน
- การเลือกหลักสูตรเฉพาะทางเช่น  หลักสูตรช่างประดับยนต์  ต้องมีพื้นฐานความรู้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

เกณฑ์ในการเลือกหลักสูตร

- หลักสูตรที่เลือก จะต้องมีลู่ทางในการประกอบอาชีพตรงตามที่ผู้สมัครสนใจจะไปประกอบอาชีพในอนาคตหลังจบการอบรม
- หลักสูตรที่เลือก จะต้องมีจุดฝึกอบรมอยู่ในจังหวัดตามที่อยู่ปัจจุบันหรือตามภูมิลำเนาของผู้สมัคร

สามารถเลือกหลักสูตรฝึกอบรมได้  5 หลักสูตรที่ตรงตามเกณฑ์ข้อ 1 และ 2 (โดยท่านสามารถเลือกหลักสูตรที่ต้องการเข้าฝึกอบรมเป็นชื่อหลักสูตรเดียวกันทั้ง 5 หลักสูตรได้แต่ต้องเป็นหลักสูตรที่มีการจัดอบรมคนละรุ่น) หากได้รับคัดเลือกเข้าฝึกอบรม  ผู้สมัครจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าฝึกอบรมเพียงหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งเท่านั้นโดยวิธีการสุ่ม

กำหนดการ

กำหนดการลงทะเบียนรอบแรก

วันที่

ขั้นตอนต่าง ๆ

18 – 24 มี.. 52

1. ลงทะเบียน Online ผ่านทางเว็บไซต์ www.tonkla-archeep.com หรือ
2. ลงทะเบียน ณ สถาบันที่จัดการฝึกอบรม (SP)
SP หรือ Service Provider คือ ผู้ให้บริการจัดหลักสูตรฝึกอบรม ที่เข้าร่วมโครงการนั่นเอง
ปัจจุบันมี
SP ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 แห่ง

22 มี..52

ลงทะเบียนสมัครด้วยตนเอง
1. อิมแพค ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.30 .
2. สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดทั่วประเทศ  (18 – 24  มีนาคม)

25 มี.. 52

คัดเลือกผู้เข้าอบรม
หลักสูตรที่มีคนสนใจเกินอัตราจะทำการ Random โดยระบบคอมพิวเตอร์

26 มี.. 52

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าฝึกอบรม(พร้อมชื่อผู้สำรอง) ทาง
1. e-mail
2. เว็บไซต์ www.tonkla-archeep.com
3. SMS
4. ปิดประกาศ ณ สถานที่ฝึกอบรม 25,820 แห่งใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ

27 – 29 มี..52

ผู้มีรายชื่อเข้าร่วมโครงการไป รายงานตัว ณ สถานที่ฝึกอบรม
ภายในกำหนดที่แจ้งให้ทราบ หากเกินกำหนดจะถูกตัดสิทธิ์

30 – 31 มี..52

ผู้ที่มีรายชื่อเข้าร่วมโครงการเป็น ตัวสำรอง มารายงานตัว
ณ สถานที่ฝึกอบรม
25,820 แห่งใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ

1 เม.ย.52

เริ่มการฝึกอบรม
จำนวนวันในการฝึกอบรมขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตร แต่ต้องไม่เกิน
30 วันต่อหลักสูตร
บางหลักสูตรกำหนดในการเริ่มฝึกอบรมอาจไม่เหมือนกัน
ต้องสอบถาม ณ วันที่รายงานตัว ณ สถานที่ฝึกอบรม

กำหนดการลงทะเบียนรอบ 2

วันที่

ขั้นตอนต่าง ๆ

11–22 พ.ค. 52

รับสมัครทั่วประเทศ ( 12 วัน )

25 พ.ค. 52

คัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม
หลักสูตรที่มีคนสนใจเกินอัตราจะทำการ Random โดยระบบคอมพิวเตอร์

28 พ.ค. 52

ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม (พร้อมผู้สำรอง) ทาง
1. E-mail
2. เว็บไซต์ www.tonkla-archeep.com
3. SMS

4. ติดประกาศ ณ สถานที่ฝึกอบรม

1 – 5 มิ.ย. 52

ผู้ฝึกอบรมรายงานตัว ณ สถานที่ฝึกอบรม (ภายในวันเวลาที่กำหนด )

10 มิ.ย. 52

ประกาศรายชื่อให้ผู้ได้สำรองไปรายงานตัว

11–17 มิ.ย. 52

ผู้ได้สำรอง รายงานตัว ณ สถานที่ฝึกอบรม(ยื่นบัตรประจำตัวประชาชน)

1 ก.ค. 52

เริ่มการฝึกอบรม
แต่ละหลักสูตรอาจเริ่มต้นไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับ สถาบันที่จัดการฝึกอบรม

ขั้นตอนการดำเนินการ

สมัครด้วยตนเอง

ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 3
-   วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2552
-   ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น.
-   รับสมัครลงทะเบียน  10.00 น. เป็นต้นไป

ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถลงทะเบียนสมัคร ตั้งแต่วันที่  18 – 24  มีนาคม 2552
-  
สถานที่ฝึกอบรม
-   สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ 1-10
-   สำนักงานจัดหางานจังหวัด

สมัครทางเว็บไซต์  http://www.tonkla-archeep.com/  ตั้งแต่วันที่  18-24  มีนาคม 52

กรอกข้อมูลใบสมัครในช่องที่กำหนดให้ครบถ้วนและสมบูรณ์แล้ว กดปุ่ม  ต่อไป

จะปรากฏข้อมูลของท่านที่กรอกลงในใบสมัครเพื่อให้ท่านตรวจทานข้อมูลอีกครั้งก่อนที่จะยืนยันการสมัครออนไลน์
-  ในกรณีที่ต้องการแก้ไขข้อมูล  กดปุ่ม  แก้ไข  จะกลับไปที่หน้ากรอกใบสมัครเพื่อให้ท่านแก้ไขข้อมูลอีกครั้ง
-  ในกรณีที่ข้อมูลทั้งหมดถูกต้องแล้ว  ต้องการยืนยันการสมัครออนไลน์ กดปุ่มส่งใบสมัคร

หลังจากกดปุ่มส่งใบสมัครและจะปรากฏ
-  ข้อความตอบรับว่า  ได้รับใบสมัครของท่านเรียบร้อยแล้ว
-  ใบสมัครจะปรากฏรายละเอียดตามที่ท่านกรอกและหลักสูตรฝึกอบรมตามที่ท่านเลือกท่านสามารถกดปุ่ม  พิมพ์  หรือ ในกรณีที่ท่านต้องการบันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน  และ กดปุ่ม บันทึก

การตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับเลือกเข้าฝึกอบรม

- ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าฝึกอบรมได้ที่เว็บไซด์  http://www.tonkla-archeep.com/ ในวันที่ 26 มีนาคม 2552

การยืนยันเข้าฝึกอบรม

- นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงที่จุดฝึกอบรมที่จัดหลักสูตรตามที่ท่านได้รับคัดเลือกได้ ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 มีนาคม 2552
- ท่านจะได้รับการยืนยันเข้าฝึกอบรมหลังจากเจ้าหน้าที่ที่จุดฝึกอบรมได้ตรวจสอบข้อมูลของท่านแล้วเข้าฝึกอบรมตามกำหนดการของหลักสูตรที่ท่านได้ยืนยันเข้าฝึกอบรม

คำเตือน!!! ข้อมูลที่กรอกในใบสมัครจะต้องเป็นข้อมูลที่เป็นจริงทุกประการ  หากมีการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของท่านภายหลัง และปรากฏว่าท่านให้ข้อมูลเท็จจะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติ

ค่าใช้จ่ายต่างๆ

- ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับเงินค่าเบี้ยเลี้ยง , ค่าพาหนะระหว่างฝึกอบรม จากสถาบันที่จัดการฝึกอบรม (SP) ดังนี้

ค่าใช้จ่ายที่จะได้รับในการฝึกอบรม

- ค่าเบี้ยเลี้ยง จำนวน 4,800 บาท /คน/เดือน (กรณีอบรมไม่ถึงเดือน คิดให้เป็นรายวัน วันละ 160 บาท/วัน )
- ค่าเดินทางของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เหมาจ่าย คนละ 1,000 บาท (ไม่คิดเป็นรายวัน จ่ายให้กับคนที่เข้ารับการฝึกอบรมทุกคน )
- ค่าพาหนะเดินทางระหว่างอบรมของผู้เข้าอบรม จำนวน 720 บาท/คน /เดือน (กรณีไม่ถึงเดือนคิดเป็นรายวัน วันละ 30 บาท )

หมายเหตุ หน่วยงานที่จัดให้มีการฝึกอบรม (SP) ได้รับค่าใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรมจำนวน 5,000 บาท/คน/เดือน

กรณีหลักสูตร 30 วัน

- จะแบ่งจ่ายให้เป็นรายสัปดาห์ เมื่อครบสัปดาห์จะจ่ายให้ 1 ครั้ง
- หากไม่ได้มาฝึกอบรม ก็จะหักเงินค่าฝึกอบรม โดยจ่ายให้ตามจำนวนวันที่มาฝึกอบรมจริง

กรณีหลักสูตรระยะสั้น

- เช่น 5 – 7 วัน ทาง SP จะดำเนินการจ่ายเงินให้หลังจบหลักสูตรแล้ว 

กรณีที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว ผู้เข้ารับการฝึกอบรมประสงค์จะกลับไปประกอบอาชีพในภูมิลำเนา

1. เงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพ จำนวน 4,800 บาท/คน/เดือน เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน และได้รับเงินค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนา เหมาจ่ายเป็นเงิน 1,500 บาท (จ่ายให้ครั้งเดียว

ทั้งนี้ต้องได้รับจากคณะกรรมการบริหาร โดยผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วและมีความประสงค์จะกลับไปประกอบอาชีพที่ภูมิลำเนา กรอกแบบฟอร์มที่ทางสถานที่จัดการฝึกอบรม แจกให้ พร้อมทั้งส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ให้กับ สถาบันที่จัดฝึกอบรม และ ให้สถาบันรวบรวมเอกสารดังกล่าวส่งให้กับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

2. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรวบรวมรายชื่อผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและประสงค์กลับไปประกอบอาชีพที่ภูมิลำเนา เสนอคณะกรรมการบริหารโครงการฯ เพื่อพิจารณาอนุมัต

3. สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งผลการอนุมัติของคณะกรรมการบริหารโครงการ ต่อสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมา

4. ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะต้องไปรายงานตัว ต่อพนักงานฝ่ายปกครองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อยืนยันว่ากลับไปประกอบอาชีพที่ภูมิลำเนาจริง ๆ

สิ่งที่ควรระวัง

ผู้สมัครฝึกอบรม สามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และหากท่านไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าฝึกอบรมจากการสมัครครั้งแรก  ท่านสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลักสูตรที่ท่านเลือกไว้ได้ในการเปิดรับสมัครครั้งต่อไป ติดตามได้ที่ http://www.tonkla-archeep.com ในเดือนเมษายน 52

การกรอกข้อมูลในใบสมัคร  ท่านจะต้องตรวจทานให้ถูกต้องและสมบูรณ์ก่อนที่จะส่งใบสมัครออนไลน์  

เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ - นามสกุลที่ใช้ในการสมัครจะต้องตรงกับในบัตรประจำตัวประชาชน        

สามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและกรุณาตรวจสอบข้อมูลที่ท่านกรอกให้ถูกต้อง
หากข้อมูลผิดพลาด  ท่านจะต้องยื่นแบบคำร้องขอแก้ไขที่จุดฝึกอบรม  โดยดูขั้นตอนการแก้ไขได้ที่ปุ่มสารพันปัญหา

 

คำเตือน
ข้อมูลที่กรอกในใบสมัครออนไลน์จะต้องเป็นข้อมูลที่เป็นจริงทุกประการ
หากมีการตรวจสอบเอกสาร และคุณสมบัติของท่านภายหลัง
ปรากฏว่าท่านให้ข้อมูลเท็จหรือไม่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศ
ของโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน
จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น

Download

 

 

คู่มือการฝึกอบรมโครงการต้นกล้าอาชีพ

 

 

 

 

 

โปรแกรม Acrobat Reader

 

 

 

สอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์ปฏิบัติการตามโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน (โครงการต้นกล้าอาชีพ)
- ที่ตั้ง: ห้อง 201 ชั้น2 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 
ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
- โทรศัพท์: 0-2282-6982, 0-2282-3621
- Website:
http://www.tonkla-archeep.com/ 
- E-mail:
tonkla-archeep@hotmail.com This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
- Call Center: 1111 (ให้บริการ 24 ชม. ทุกวัน)

สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ

สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ 1-10

สำนักงานจัดหางานจังหวัด

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรรงาน


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
141 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
ร่วมแสดงความคิดเห็น แนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
   1    2    3    4    5    6    7
   8    9    10    11    12    13    14
   15    16    17    18    19    20    21
   22    23    24    25    26    27    28
   29    30    31        


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.56  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์