จัดซื้อหนังสือเรียนฟรี!ส่อวุ่น
  ข่าวทั้งหมด
12 มีนาคม 2552

      

จัดซื้อหนังสือเรียนฟรี!ส่อวุ่น

สพฐ.แนะระบุชื่อ"ผู้แต่ง-สำนักพิมพ์" ร.ร.ปฏิเสธทำไม่ได้เข้าข่ายล็อคสเปค


เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงแนวทางการจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่โรงเรียนจะจัดสรรเงินให้ผู้ปกครองเป็นผู้จัดซื้อเอง ตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดสรรงบประมาณให้ผู้ปกครองจัดซื้อชุดนักเรียน 2 ชุด กรณีมีชุดเพียงพอแล้วสามารถนำเงินที่เหลือไปซื้อถุงเท้า รองเท้าและเข็มขัด หรือชุดพละ ชุดลูกเสือได้ โดยต้องนำเงินไปซื้อให้หมด ถ้าไม่เพียงพอผู้ปกครองสมทบเพิ่มได้ ผู้ปกครองสามารถหาซื้อได้อย่างหลากหลาย แต่ควรมีบิลเงินสดหรือใบเสร็จที่ออกจากผู้ขายที่มีตัวตนอยู่จริงมายืนยันกับโรงเรียน หากไม่มีก็ต้องนำหลักฐานคือเครื่องแบบหรืออุปกรณ์การเรียนมายืนยันไม่เป็นของมือสอง หรือเป็นของเก่า หากพบว่าใบเสร็จไม่มีตัวตนผู้ขายจริง ถือว่าผู้ปกครองมีความผิด

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการโอนงบฯให้โรงเรียนจัดซื้อหนังสือเรียนนั้น งบฯที่โอนให้โรงเรียนจะหักจากราคาปกหนังสือเรียนแต่ละวิชาขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และลดอีก 20% แล้ว โดยองค์การค้าฯมีหนังสือเรียนครบทั้ง 8 กลุ่มสาระสามารถนำมาเทียบเคียงได้ จากนั้นโรงเรียนต้องจัดซื้อภายในวงเงินที่ได้รับ สำหรับการคัดเลือกหนังสือแต่ละวิชาในแต่ละระดับชั้น จะต้องผ่านการพิจารณาจากครูผู้สอนนำเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย แล้วจึงดำเนินการจัดซื้อ กรณีโรงเรียนใดได้รับงบฯน้อยกว่า 1 แสนบาท จะซื้อโดยวิธีตกลงราคา กรณีได้รับมากกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะซื้อโดยวิธีสอบราคา ซึ่งโรงเรียนต้องประกาศในคราวเดียวกันว่าแต่ละระดับชั้นจะใช้หนังสือวิชาใดจากสำนักพิมพ์ใด จากนั้นจึงเปิดให้ผู้จำหน่ายเสนอราคาหนังสือ เพื่อให้โรงเรียนได้เลือกราคาที่ถูกที่สุด โดยพิจารณาเลือกเป็นรายวิชาไป ซึ่งไม่ถือเป็นการซอยซื้อ จึงไม่ผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ วิธีจัดซื้อดังกล่าวจะทำให้โรงเรียนได้หนังสือตรงตามความต้องการ และประหยัดงบฯ

นางผานิตย์ มีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ. กล่าวว่า ในการจัดซื้อหนังสือเรียนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯนั้น โรงเรียนสามารถกำหนดรายละเอียดหนังสือเรียนที่ต้องการจัดซื้อ โดยสามารถระบุชื่อผู้แต่งหรือสำนักพิมพ์ในการประกาศยื่นซองประกวดราคา กรณีโรงเรียนได้รับจัดสรรงบฯเกิน 100,000 บาท โดยไม่ถือเป็นการล็อคสเปค เนื่องจากในกระบวนการจัดซื้อหนังสือเรียนนั้น สพฐ.ได้กำหนดให้แต่ละสำนักพิมพ์มาจัดตลาดนัดหนังสือเรียนให้ครูผู้สอนเป็นผู้เลือก เพื่อเสนอคณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย ร่วมพิจารณา เมื่อได้หนังสือเรียนตามที่ต้องการแล้วก็สามารถระบุรายละเอียดในการประกาศยื่นซองประกวดราคาได้ ดังนั้น ทางสำนักพิมพ์จะร้องว่าล็อคสเปคไม่ได้ และที่สำคัญโรงเรียนจะได้หนังสือตามที่ต้องการ ส่วนกรณีที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯไม่ให้มีการแบ่งซื้อ ซึ่งโรงเรียนจะจัดซื้อรวมตามงบฯที่ได้รับจัดสรรมานั้น วิธีการอาจทำให้โรงเรียนยุ่งยาก เพราะโรงเรียนจะต้องกำหนดรายการหนังสือที่ต้องการซื้อแต่ละรายวิชารวมกันทั้งหมด เช่น ชั้นป.1-ป.6

ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) กทม. เขต 1 คนหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้อำนวยการโรงเรียนหลายแห่งกำลังวิตกกังวลเกรงมีความผิด ฐานฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ หากต้องปฏิบัติตามแนวทางของ สพฐ. โดยเฉพาะในข้อที่ว่าด้วยวิธีสอบราคาและวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้โรงเรียนประกาศกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาหนังสือเรียนเป็นรายวิชาต่อชั้น และไม่จัดซื้อหนังสือเรียนเป็นชุด เพราะระเบียบสำนักนายกฯห้ามไม่ให้มีการแบ่งซื้อ โรงเรียนต้องจัดซื้อรวมตามงบฯที่ได้รับจัดสรรมาทั้งหมด เช่น โรงเรียนประถมเปิด ป.1-6 ก็ต้องซื้อทั้งหมดคราวเดียว ซึ่งจากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่การเงินของ สพท.กทม.เขต 1 ก็ตอบให้ดำเนินการเช่นนี้ ดังนั้น โรงเรียนจำนวนมากที่ได้รับงบฯมากกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะต้องซื้อโดยวิธีสอบราคา ซึ่งก็คือการประกวดราคา หรือหากโรงเรียนใดได้มากกว่า 2 ล้านบาท จะต้องใช้วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการจัดซื้อทั้ง 2 วิธีนี้ โรงเรียนต้องกำหนดสเปคหนังสือเรียนแต่ละวิชาอย่างกว้างๆ เท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์ต่างๆ หรือผู้ขายสามารถเข้ามาแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม จะไปกำหนดชื่อผู้แต่งหรือสำนักพิมพ์ใดไม่ได้ จะเข้าข่ายล็อคสเปค ซึ่งผู้รับผิดคือโรงเรียนในฐานะผู้จัดซื้อ แต่หาก สพฐ.จะให้โรงเรียนดำเนินการตามที่เสนอแนะมาดังกล่าว ก็ต้องมีหนังสือสั่งการที่เป็นลายลักษณ์อักษรมายังโรงเรียน ไม่เช่นนั้นโรงเรียนก็อาจปฏิบัติตามไม่ได้

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: นัฐฏิยากร / ศทก.
538 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29    30        


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.06  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์