จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไขข้อข้องใจ ทำไมยังใช้ตำราหลักสูตรเก่า
  ข่าวทั้งหมด
27 กุมภาพันธ์ 2552

      

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไขข้อข้องใจ ทำไมยังใช้ตำราหลักสูตรเก่า
Source :
มติชนรายวัน


หมายเหตุ - "มติชน" สัมภาษณ์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงเหตุผลการยืนยันใช้หนังสือเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ในปีการศึกษา 2552 ซึ่งเป็นปีแรกของการนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551 ในโรงเรียนจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายคัดค้านถึงความไม่เหมาะสม ที่จะยังให้ครูและนักเรียนใช้หนังสือเรียนตามหลักสูตรเก่าอยู่ ซึ่งมีหนังสือเรียนส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องเนื้อหาล้าสมัย และไม่ถูกต้อง

ต้องทำความเข้าใจหลักสูตรที่ใช้ในปัจจุบันคือหลักสูตร พ.ศ.2544 จะยังใช้ถึงปีการศึกษา 2552 ส่วนหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551 จะเริ่มใช้จริงในปีการศึกษา 2553 ซึ่งเป็นข้อตกลงก่อนที่ผมจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และเมื่อเข้ามาก็ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะไม่ต้องการให้การเมืองเข้าไปสร้างความสับสนในเรื่องทางวิชาการ ซึ่งเป็นที่ตกลงกันและมีการเตรียมการมาก่อนแล้ว ดังนั้น หลักการก็คือว่าเมื่อยังใช้หลักสูตร พ.ศ.2544 ก็ควรใช้หนังสือเรียนตามหลักสูตรนี้ด้วย และเมื่อมีการใช้หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551 ก็ต้องไปใช้หนังสือเรียนใหม่ แต่ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังไม่ได้ตรวจรับรองหนังสือเรียนใหม่ เพราะหลักสูตรใหม่จะใช้ในปีการศึกษา 2553 และได้มีการตกลงกับทางสำนักพิมพ์ต่างๆ ไว้ก่อนแล้วว่าจะเริ่มรับตรวจต้นฉบับหนังสือเรียนใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ไปจนถึงช่วงปลายปี 2552

แต่บังเอิญว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาและเกิดโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะให้ซื้อตำราเรียนฟรีในปีการศึกษา 2552 พอดี โดยให้โรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อ และหนังสือเรียนนี้จะมีอายุ 3 ปี เพราะให้นักเรียนยืมเรียนจนครบ 3 ปี แล้วถึงจะจัดซื้อใหม่ เพียงแต่มีประเด็นปัญหาว่าในช่วงของจัดซื้ออยู่ในช่วงคาบเกี่ยวการใช้หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551 ในปีการศึกษา 2553 พอดี จึงมีคำถามว่าควรจะใช้หนังสือเรียนปัจจุบัน หรือซื้อหนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่ไปเลย แต่ในที่สุดทาง สพฐ.ก็ตอบว่าควรซื้อหนังสือเรียนตามหลักสูตร พ.ศ.2544 เพราะยังใช้หลักสูตรปัจจุบันอยู่ ยังไม่ควรซื้อหนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่ เพราะจะเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ในปีการศึกษา 2553 แต่ก็มีบางท่านเสนอว่าควรให้ซื้อตำราเรียนใหม่เลย แต่บางท่านก็บอกให้แต่ละโรงเรียนเลือกซื้อตำราใหม่หรือปัจจุบันก็ได้ ซึ่งทาง สพฐ.ให้คำตอบว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะเป็นปัญหากับทุกสำนักพิมพ์ที่ไปตกลงกันแล้วว่าตำราเรียนใหม่จะเริ่มพิมพ์จำหน่ายในปีการศึกษา 2553 ยกเว้นจะเป็นประโยชน์กับสำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือใหม่รอไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะเดียวกันก็อาจทำให้เกิดความสับสน ถ้าอนุญาตให้แต่ละโรงเรียนไปเลือกซื้อตำราเรียนใหม่ก็ได้ ตำราเรียนปัจจุบันก็ได้ แต่ยังจัดการเรียนการสอนปีการศึกษา 2552 ตามหลักสูตรปัจจุบัน ก็จะยิ่งเกิดความสับสนว่าโรงเรียน 3 หมื่นกว่าแห่ง บางโรงเรียนใช้ตำราเรียนปัจจุบัน บางโรงเรียนใช้หนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่ ทั้งที่ยังเรียนหลักสูตรปัจจุบันด้วยกันทั้งหมด ตรงนี้จึงเป็นที่มาว่าทาง สพฐ.ก็จำเป็นต้องยืนหลักการว่าถ้ายังเรียนหลักสูตรปัจจุบันคือหลักสูตร พ.ศ.2544 ก็ควรเรียนตำราเรียนปัจจุบัน แต่ถ้าเรียนหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551 ในปีการศึกษา 2553 จึงค่อยใช้ตำราเรียนตามหลักสูตรใหม่ ซึ่ง สพฐ.ยังไม่ได้อนุญาตให้จำหน่าย เพราะ สพฐ.จะต้องตรวจรับรองคุณภาพก่อน

ทีนี้ก็มีคำถามตามมาเช่นกันว่าในปีการศึกษา 2552 ได้มีโรงเรียนนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551 อยู่ 555 โรงเรียน ที่จะทดลองใช้หลักสูตรใหม่ โรงเรียนเหล่านี้ควรใช้ตำราเรียนอะไร ควรใช้ตารำเรียนตามหลักสูตรใหม่ หรือตำราเรียนปัจจุบัน ซึ่งประเด็นนี้ผมได้มอบหมายให้ทาง สพฐ.ไปพิจารณาว่าควรจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นตำราเรียนใหม่จะมีตำราเรียนหรือไม่ เพราะยังไม่มีตำราเรียนใหม่ที่ได้รับอนุญาตออกมาตามข้อตกลงเดิมระหว่าง สพฐ.กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่จะมีการตรวจต้นฉบับในปีนี้ หรือจะใช้ตำราเรียนปัจจุบันแล้วให้ครูสามารถที่จะปรับวิธีการสอน เพราะหลักสูตรปัจจุบันกับหลักสูตรใหม่ก็ไม่ได้แตกต่างกันแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน โดยหลักสูตรปัจจุบันที่ใช้กันอยู่เป็นหลักสูตรที่กำหนดตำราเรียนเป็นช่วงชั้นเล่มละ 3 ปี เช่น ชุดป.1-3, ป.4-6. ม.1-3 และ ม.4-6 แล้วครูต้องไปแบ่งวิธีสอนในช่วงชั้น 3 ปีนั้นๆ เอาเอง จะแบ่งอย่างไรก็ได้ เปรียบเสมือนขนมเค้กตัดแบ่งออกเป็น 3 ชิ้น บางโรงเรียนก็สอนเรียงชิ้นที่ 1-3 แต่บางโรงเรียนก็อาจเอาชิ้นที่ 3 มาสอนก่อน ก็จะเหลือชิ้นที่ 1 และ 2 ไปสอน ป.2 กับป.3 เป็นต้น แต่ตำราเรียนตามหลักสูตรใหม่จะแยกเป็นรายปีแต่ละชั้นเรียน เช่น ป.1, ป.2., ป.3

ส่วนที่มีการระบุว่าหลักสูตร พ.ศ.2544 กับหลักสูตร พ.ศ.2551 มีความแตกต่างในสาระการเรียนรู้กันมากพอสมควร เช่น มีการยกตัวอย่างว่าสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรปัจจุบันแทบไม่ได้แตะเรื่องประวัติศาสตร์ สพฐ.จึงได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่เพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาเรื่องประวัติศาสตร์ เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยกำหนดเป็นวิชาเรียนสัปดาห์ละ 1 คาบ ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 นั้น เรื่องนี้ สพฐ.ต้องไปดูทั้งระบบ และคงต้องให้ สพฐ.เป็นผู้ตอบในรายละเอียดเรื่องนี้ แต่ว่าหลักกว้างๆ ที่ต้องการให้ตำราเรียนมีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ ผมจึงได้สั่งการไปยัง สพฐ.แล้วว่าจะต้องประสานงานกับสำนักพิมพ์ทุกแห่งว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้ทันสมัย โดยเฉพาะวิชาสังคมที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ให้เป็นปัจจุบันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น เรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ใช้ฉบับที่ 10 แล้ว ซึ่งทราบว่าทาง สพฐ.ก็ได้ประสานไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ แล้วว่าจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงจะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น จัดทำใบแทรกว่าประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 แล้ว รัฐบาลได้เปลี่ยนชุดใหม่ไปแล้ว จากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาปัจจุบันเป็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว เป็นต้น ถ้าสำนักพิมพ์ใดไม่ดำเนินการก็ถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

นอกจากนี้ ในกระบวนการจัดซื้อจะมีระบบคัดกรองตำราเรียนแต่ละเล่มโดยครูผู้สอนวิชาต่างๆ ในแต่ละโรงเรียน จะเป็นผู้บอกว่าซื้อหนังสือเล่มไหนเป็นตำราเรียน เพราะฉะนั้น ครูแต่ละวิชาจะเป็นผู้ชี้ แม้ครูในโรงเรียนเดียวกันหรือชั้นเรียนเดียวกัน ก็อาจชี้ตำราเรียนของคนละสำนักพิมพ์ก็ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความหลากหลาย และเมื่อครูชี้แล้วก็จะต้องนำเข้าที่ประชุมภาคี 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนครู ตัวแทนคณะกรรมการนักเรียน และตัวแทนชุมชน บวกกับคณะกรรมการโรงเรียน ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจอีกชั้นหนึ่ง

หน้า 22


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: นิภา / ศทก.
323 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
.....
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe
แบบสอบถามความรับผิดชอบต่อสังคมของกระทรวงศึกษาธิการ
moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29    30    31      


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.00  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์