ประชุมติดตามผลดำเนินงาน
  ข่าวทั้งหมด
24 พฤษภาคม 2562

       รองนายกฯ และรักษาราชการแทน รมว.ศธ. "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวง ศธ. เน้นสร้างความทักษะความสามารถ และบุคลิกภาพ-ค่านิยมที่ถูกต้องให้กับผู้เรียน เพื่อสร้างภูมิต้านทานในการดำรงชีวิต พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ให้การศึกษาเข้าถึงชนบท นำ Big Data มาใช้วางแผนนโยบาย ย้ำความร่วมมือทำงานให้เกิดความเชื่อมโยง และแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และสิ่งที่จะดำเนินการในอนาคต

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 เวลา 9.30-12.00 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและเป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา รวมทั้งผู้ตรวจราชการ ศึกษาธิการภาค ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานและองค์กรในกำกับเข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ศธ.เป็นกระทรวงสำคัญที่สุดต่ออนาคตประเทศ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวภายหลังรับชมวีดิทัศน์ "17 ผลงานเด่นด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในรอบ 5 ปี (2557-2562)" โดยกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถือเป็นกระทรวงที่สำคัญที่สุดในการผลิตพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ มีผลต่อการสร้างอนาคตของประเทศ ดังนั้นประเทศไทยจะมีอนาคตหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการผลิตพัฒนาเยาวชนให้ตรงกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ถ้าคนดี ประเทศก็ดี แต่หากปัญหาสังคมมีมาก บางอย่างอาจโทษคนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องโทษระบบการศึกษาของเราด้วย

แนะสร้างสมดุลเด็กไทย ทั้งทักษะความสามารถและบุคลิกภาพ

การประชุมครั้งนี้จึงต้องการมารับฟังความคิดเห็น สภาพปัญหาความต้องการของ ศธ. เพื่ออนาคตข้างหน้าจะได้นำเป็นข้อมูลให้การช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ ส่วนตัวยึดปรัชญาการศึกษา 2 ข้อ คือ

     1) การสร้างทักษะความสามารถให้กับบุคลากรในอนาคต เช่น ทักษะ ความสามารถ การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถดำรงชีวิตในวันข้างหน้า และสอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศได้ ในแต่ละช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปตามยุคสมัย
     2
) บุคลิกภาพ (
Character) ซึ่งไม่มีอะไรสำคัญเท่าค่านิยม (Value) ที่ถูกต้องของเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นมาได้โดยที่ไม่เป็นคนเกเร ไม่เป็นอันธพาล รู้จักเคารพนบนอบครูบาอาจารย์ กตัญญูกตเวทีผู้มีพระคุณ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ซึ่งบุคลิกภาพและค่านิยมที่ถูกต้องจะเป็นการจัดระเบียบพฤติกรรมของมนุษย์ หากไม่มี Character คนก็ไม่เป็นคน และเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยจัดระเบียบให้คนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ยิ่งสังคมใหญ่ Value ก็ยิ่งสลับซับซ้อนตามไปด้วย

สิ่งเหล่านี้เมื่อพูดถึงเด็กในเมืองไทย มีความแตกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดระหว่างเด็กฝรั่งกับเด็กไทย ฝรั่งที่แต่งตัวดูสบาย ๆ อาจดูไม่ค่อยมีระเบียบวินัย แต่เมื่อเข้าโรงเรียนแล้ว ถกประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต เด็กฝรั่งจะไม่ยอมรับเลย ส่วนเด็กในเมืองไทยเมื่อพูดถึงเรื่องการโกง การเอาเปรียบผู้อื่น กลับยอมรับได้ ซึ่งหากเราสร้าง 2 สิ่งนี้ให้กับเด็ก จะทำให้เด็กไทยมีความเข้มแข็ง มีหลักยึด มีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิต เด็กจะเก่ง และประเทศจะไม่มีปัญหา เพราะเด็กจะอับอายในเรื่องของการโกง ซึ่งครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบ่มเพาะทักษะและความสามารถของเด็ก รวมทั้งเรื่องดังกล่าว

"โอกาสแห่งอนาคต" อยู่ที่การเข้าถึงการศึกษาของชนบท

ปัญหาสำคัญที่ทำให้พัฒนาการศึกษาได้ยาก เนื่องจากประเทศไทยมีคนจนมาก การศึกษาเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่งผลให้เด็กในพื้นที่ชนบทห่างไกลขาดโอกาสทางการศึกษา เพราะฉะนั้น "โอกาสแห่งอนาคต" จึงอยู่ที่การเข้าถึงการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งปัจจุบันมีการเข้าถึงง่ายกว่าอดีต เพราะมีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต

รัฐบาลปัจจุบันจึงต้องลงทุนโครงการเน็ตประชารัฐ ให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน เพื่อนำข้อมูลข่าวสารการศึกษาและองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้เข้าถึงชาวบ้านทุกพื้นที่ ศธ.จึงต้องนำประโยชน์ส่วนนี้มาใช้พัฒนาการศึกษา เช่น การที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีแนวพระราชดำริในการดำเนินงานโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ซึ่งสามารถนำอินเทอร์เน็ตไปพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพิ่มเติม รวมทั้งนำแนวคิดของ IoT (Internet of Things) มาใช้พัฒนาการศึกษา

เร่งพัฒนาศักยภาพครูรุ่นใหม่-รุ่นเก่า "Reskill & Retrain"

ศธ.จึงต้องมีทีมคิดในเรื่องนี้ หรือออกแบบพัฒนาการเรียนการสอนรูปแบบที่ทันสมัยผ่านอินเตอร์เน็ต และวิทยาการสมัยใหม่ เช่น รวบรวมครูที่เก่งมีเทคนิคการสอนใหม่ ๆ มาทำคลิปเผยแพร่หรือสอนนักเรียน บริการในหมู่บ้าน มีเน็ตประชารัฐนำลงไปแล้ว นำครูรุ่นใหม่ มาพัฒนาศักยภาพแล้วส่งไปประกบดูแล เพื่อให้คำปรึกษาในพื้นที่แก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ส่วนครูรุ่นเก่า ก็นำมายกระดับทักษะความสามารถให้ทันสมัย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสอน (Reskill & Retrain) เมื่อผ่านการอบรมแล้วจึงส่งกลับไปสอนในพื้นที่ หรือพื้นที่ห่างไกล และเพิ่มเงินเดือนหรือค่าตอบแทนให้ ขณะที่เนื้อหาหลักสูตรที่ใช้สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะ กศน. สามารถนำร่องดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เช่น การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับหมู่บ้าน

ในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร จึงจำเป็นต้องสอดคล้องกับพื้นที่ หรือรองรับกับเรื่องใหม่ของประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ดังนั้น หากมีความจำเป็นก็ต้องแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกัน รวมถึงรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ปกครองและบุคคลทั่วไปต่อการจัดการศึกษาของ ศธ.ด้วย

ระเทศไทย 4.0 เน้นเชื่อมโยงการศึกษา ยกระดับกำลังคนตามความต้องการประเทศ

ส่วนการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อนโยบายประเทศไทย 4.0 คือ การยกระดับนักเรียนให้มีความสามารถด้านเทคโนโลยี เกษตรกรรม รวมถึงภาคธุรกิจ การบริการ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด โดย ศธ.ต้องทำงานประสานกับระดับอุดมศึกษาให้ชัดเจนว่ามีความต้องการด้านใดบ้าง ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามบริบทพื้นที่

การยกระดับคุณภาพการศึกษานั้น ต้องดึง "พลังจากภายนอก" หรือภาคเอกชนเข้ามาช่วยกันทำงาน เช่น หากสามารถตั้งสถาบันฝึกอบรมในโรงงานได้ รัฐบาลก็จะให้แรงจูงใจสนับสนุนงบประมาณบางส่วน หรือความช่วยเหลือด้านการลงทุน เมื่อภาคเอกชนสอนบุคลากรเหล่านี้และรับเข้ามาในระบบแล้ว ศธ. ต้องสนับสนุนเรื่องกฎระเบียบและงบประมาณให้เอกชนพอสมควร เด็กต้องฝึกในโรงงานของเอกชน เมื่อเรียนจบไปก็สามารถทำงานได้เลย เนื่องจากมีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของโรงงานอยู่แล้ว เช่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งสอนสาขาต่าง ๆ ทางด้านธุรกิจการค้า เช่น Logistics ได้ดีมาก จบออกไปทำงานได้เลย

สำหรับการแก้กฎหมายเพื่อให้มหาวิทยาลัยต่างชาติเข้ามาดำเนินการให้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อต้องการนำหน่วยงานชั้นนำจากต่างประเทศเข้ามาผลิตพัฒนากำลังคนในพื้นที่ EEC ให้เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ จึงควรใช้โอกาสนี้ชักจูงให้สถาบันต่างประเทศช่วยสร้างมาตรฐานและยกระดับการศึกษาของไทย ตลอดจนชักชวนภาคเอกชนต่างชาติมาร่วมพัฒนาโรงเรียนรัฐและเอกชน โดยมี ศธ.กำกับดูแล เพื่อสร้างการแข่งขัน ขณะเดียวกันโรงเรียนของรัฐบาลก็จะต้องพยายามพัฒนาให้ทัน จึงจะสามารถสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและได้จำนวนตามที่ประเทศต้องการ

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องทราบทิศทางความต้องการของประเทศในอนาคต แล้วกลับมาดูว่าเด็กต้องมีทักษะด้านใด และต้องเพิ่มเติมด้านใดบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยในการเรียนรู้มากมาย สามารถป้อนความรู้ให้เด็กได้อย่างทั่วถึง ประกอบกับการพัฒนาครูยุคใหม่ Reskill & Retrainครูยุคเก่า ดังนั้นทุกคนทุกหน่วยงานต้องประสานกันอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาต้องระดมความคิดครั้งใหญ่แล้วเพื่อหาวิธีทำสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ให้พัฒนาขึ้นได้

ส่วนเรื่องของการสอบคัดเลือก หรือสอบประเมินผลทั้งหลาย ยังเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเรายังไม่สามารถสร้างมาตรฐานให้เหมือนกันได้ทุกโรงเรียน หากไม่มีระบบการสอบคัดเลือกเหล่านี้ก็จะวัดผลไม่ได้ ทั้งนี้การออกข้อสอบจะต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐานและสามารถวัดทักษะได้จริง

ไม่มุ่งเน้นปริญญา ควรส่งเสริมทักษะวิชาชีพ

ดังนั้น การเรียนหนังสือจึงไม่จำเป็นว่าจะต้องเรียนจนจบปริญญา เพราะสิ่งที่ประเทศต้องการสูงสุดในขณะนี้ คือ กำลังคนด้านอาชีวศึกษา โรงงานบริษัทต้องการกำลังคนเข้าไปเป็นช่าง เมื่อรู้ว่าความต้องการเป็นไปแบบนี้ เรื่องหลักสูตรประกาศนียบัตรจึงเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมให้ข้อสังเกตว่าทำไมมหาวิทยาลัยจึงผลิตบุคลากรระดับปริญญาอย่างเดียว ในเมื่อครูอาจารย์ อุปกรณ์เครื่องมือ มีพร้อมที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว สามารถเปิดหลักสูตรเทคโนโลยี หรือวิชาชีพให้เด็กที่ต้องการเรียนได้ในประเภท Non-Degree

ขณะเดียวกันสถาบันอาชีวศึกษาก็สามารถสร้างหลักสูตรปริญญาได้หากต้องการ โดยเน้นการผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่แต่ละภูมิภาค มีจุดเด่นด้านใดก็ส่งเสริมและผลิตบุคลากรป้อนเข้าไป แบบเรียนก็สามารถนำของต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับหลักสูตรของเราได้

สิ่งสำคัญในการพัฒนาด้านอาชีวศึกษา คือการสร้างค่านิยมที่ดีในการเรียนอาชีวะ ต้องทำให้เด็กภูมิใจก่อนว่าอาชีวะยุคนี้เป็นยุค 4.0 พยายามหาครูอาชีวะมาเพิ่ม รวมถึงหาภาคเอกชนมาช่วยสอน โดยกระทรวงการคลังจะให้สิทธิพิเศษกับโรงงานหรือสถานประกอบการที่เปิดการสอนร่วมกับอาชีวะ เด็กที่เรียนอาชีวะจะได้ไปเห็นของจริง เรียนจบแล้วมีงานทำ นอกจากทักษะวิชาชีพแล้ว ต้องสอนให้เด็กรู้ว่าจะค้าขายอย่างไร ถ้าค้าขายไม่เป็นเด็กจะกลายเป็นแค่รับจ้างไปตลอด ต้องช่วยกันปรับตัวให้ทันตามโลกที่เปลี่ยนไป

จึงขอให้สถาบันการศึกษาเน้นการฝึกสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏต้องเน้นการผลิตครูจริง ๆ ที่มีความสามารถในอนาคต เปิดสอนในหลักสูตรที่รับใช้ชนบทหรือภูมิลำเนาของเด็ก เพื่อจะได้ไม่ต้องมารับจ้างกันอยู่ในเมือง วิชาบางอย่างมีสอนอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เด็กบางส่วนไม่มีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัย ดังนั้น สพฐ. จึงต้องสอนให้ความรู้ เช่น เรื่องการเกษตร ทำอย่างไรให้เด็กที่อยู่ในชนบทเรียนรู้ขั้นตอนการสร้างผลผลิตจาก ประสบการณ์จริง หรือเรื่องการท่องเที่ยว ควรฝึกเด็กให้เป็นมัคคุเทศก์น้อยในพื้นที่บ้านเกิดตนเอง เป็นต้น

ย้ำต้องร่วมมือทำงานให้ต่อเนื่องเชื่อมโยงทุกระดับการศึกษา

นอกจากนี้ ยังได้กำชับเรื่องการทำงาน ขอให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน โดยองค์กรหลักแต่ละแห่งทราบดีอยู่แล้วว่าเด็กเริ่มต้นจากที่ใด แล้วไปต่อที่ใด จึงต้องพยายามวางแผนให้ชัดเจนและสื่อสารให้ภายนอกได้รับทราบ  โดยเฉพาะเลขาธิการ กอศ. ต้องสามารถไปคลุกคลีกับบุคลากรในพื้นที่ได้ มีความเข้าใจ ช่วยหาทุน หาอุปกรณ์เครื่องมือสนับสนุน เชื่อมโยงกับโรงงานบริษัทให้บรรลุผลสำเร็จ

นำ Big Data มาใช้ประเมินนโยบาย ศธ.

นายสมคิด กล่าวถึง "การประเมินนโยบาย" ของแต่ละหน่วยงาน ในต่างประเทศจะมีสถาบันที่ศึกษาในเรื่องนี้ว่า หากเรียนเพิ่มขึ้นมาเท่านี้หรือสาขานี้แล้ว โรงเรียนจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากเพียงใด ดังนั้นทุกนโยบายที่ออกมาทราบได้เลยว่าประชาชนจะได้หรือไม่ได้อะไรจากนโยบายนี้ ทำให้สามารถพัฒนาได้ ซึ่งประเทศไทยยังไม่ได้ทำอย่างนั้น แต่ในบางเรื่องก็ต้องมีการวัดผลเช่นกัน ซึ่งจะวัดได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่ถูกต้อง

เรื่อง Big Data จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง อาจจะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ภายนอกมาช่วยดำเนินการ เช่น แนะนำวิธีเก็บข้อมูล การออกแบบข้อมูล และใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยมากขึ้น สามารถเก็บข้อมูลแล้วนำไปประมวลผลได้ในเวลาไม่นานนัก ทำให้สามารถพยากรณ์ผลของนโยบายต่าง ๆ ได้แม่นยำมากขึ้น และทราบความต้องการของเด็กในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

---------------------

โอกาสนี้ นายสมคิด ได้เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ศธ. รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษา และ ศธ.

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ. รายงานข้อมูลด้านอาชีวศึกษาว่า มีสถานประกอบการที่ทำความร่วมมือกับอาชีวศึกษาประมาณ 47,000 แห่งและจัดตั้งศูนย์ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาเพื่อให้ได้ Big Data ทั้งนี้ ความร่วมมือกับภาคเอกชนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนเรื่องคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (กรอ.อศ.) ขณะนี้รวมได้ 32 กลุ่มในแต่ละอาชีพ และการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่ให้อาชีวศึกษารับเด็กให้มากขึ้น ผลคือสัดส่วนผู้เรียนอาชีวะต่อสายสามัญเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จาก 36:64  เป็น 43:57 อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดคือ ต้องอาศัยครูในสถานประกอบการด้วย เพราะครูอาชีวศึกษาที่เป็นอัตราครูจริง ในสถาบันอาชีวศึกษามีประมาณ 40,000 คน โดยขณะนี้อยู่ในช่วงวิเคราะห์อัตรากำลังเพื่อให้สอดคล้องกับเด็กที่มีปริมาณมาก

นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัด ศธ. รายงานผลการดำเนินงาน "Big Data เพื่อการศึกษา" และ "สถาบันดิจิทัลเพื่อการศึกษา" ของ ศธ. เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และตรงกับความต้องการของภาคแรงงานในอนาคต ปัจจุบัน ศธ. มี Big Data ของตัวเอง และมีการเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย เชื่อมข้อมูลเลขบัตรประชาชน 13 หลักตรงกัน และปรับรหัสเลขที่ของเด็กที่ไม่ใช่เด็กไร้สัญชาติเตรียมไว้แล้ว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด 32 หน่วยงาน มีการพัฒนาจนโปรแกรมสามารถเชื่อมต่อได้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ข้อมูลในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสุขภาพ ข้อมูลเด็กยากจนเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลของเด็ก 12 ล้านคนที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน 96% โดยจะดำเนินการให้ครบสมบูรณ์ 100% และเริ่มเปิดใช้ระบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2562

นายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รายงานเรื่องทุนโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ซึ่งเป็นโครงการที่นำนักศึกษามาเรียนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ แล้วกลับไปเป็นครูสอนตามโรงเรียนในระบบ แต่ปัจจุบันโครงการนี้ขาดช่วงมาเป็นเวลา 1 ปี และพยายามเร่งดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ กช. กล่าวว่า การศึกษาเอกชน ซึ่งช่วยแบ่งเบาการจัดการศึกษาของภาครัฐ 2 เรื่อง คือ 1) เรื่องการพัฒนาและยกระดับคุณภาพ เพราะเอกชนมีความอิสระในการบริหารจัดการ 2)เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ เพราะโรงเรียนเอกชนมีทั้งโรงเรียนที่มีความพร้อมสูงและโรงเรียนที่รัฐต้องดูแลอยู่ แต่เงินอุดหนุนที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลนั้น ยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการขอรับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอยู่ ส่วนเรื่องอาหารกลางวันในเด็กอนุบาลและเด็กประถม สช.ได้รับ 28% มีการของบประมารจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านการพัฒนาครูเอกชนยังด้อยอยู่มาก จึงขอเพิ่มเงินรายหัวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำมาพัฒนาครู โดยเสนอไปทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แล้ว อยู่ระหว่างกำลังพิจารณา

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวถึง 2 เรื่อง คือ ความก้าวหน้าในการจัดตั้งสำนักงานเลขานุการ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย และการสรุปผลงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในส่วนของคุรุสภานั้น รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรื่องใบอนุญาตการสอน

 

ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม

"การประชุมครั้งนี้ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้บริหารของ ศธ. ซึ่งมีการหารือถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคตว่าต้องการบุคลากรประเภทใด โดยเน้นย้ำให้ทราบถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรว่ารัฐบาลไม่ได้เพียงต้องการสร้างทักษะความสามารถในการประกอบอาชีพ แต่ยังต้องการสร้างบุคลิกภาพ ค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเด็ก เพื่อวันข้างหน้าเด็กจะมีภูมิต้านทานในการดำรงชีวิตได้

ขณะที่เรื่องการเชื่อมต่อของการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้น จะไม่มีทางผลิตได้เลย ถ้าหากว่าบุคลากรในระดับพื้นฐานไม่สามารถตอบรับกับทิศทางของอุดมศึกษาได้ วันนี้อาชีวศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมากกับอนาคตไทย ซึ่งวันข้างหน้าทุกคนไม่จำเป็นจะต้องไปหาปริญญาตรี เนื่องจากบุคคลใดต้องการมีวิชาชีพ ต้องการทำธุรกิจด้วยตัวเอง ก็สามารถศึกษาด้านอาชีวศึกษาได้ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาและการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีแนวร่วมคือภาคเอกชนสถาบันที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศที่ ศธ. ต้องดึงเข้ามาช่วยแนะนำเรา

นอกจากนี้ ศธ. ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อทำให้การศึกษาเข้าถึงชนบท ทำให้คนที่ยากไร้ คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลได้จัดให้ทุกพื้นที่มีอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านอยู่แล้ว รวมถึงหารือเรื่องการพัฒนาครู ซึ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยแนะนำว่าจะพัฒนาครูอย่างไร เพื่อเพิ่มความสามารถและสภาพความเป็นอยู่ของครูได้

สุดท้ายได้มีการเน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่อง Big Data เนื่องจากข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่มีข้อมูลแล้วการวางนโยบายแต่ละเรื่องจะไม่สามารถประเมินผลได้ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ ศธ. ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ตลอดจนหวังว่าหน่วยงานหลักทั้งหมดจะสามัคคีกันร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่

ขณะที่เรื่องระเบียบต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แต่การเปลี่ยนแปลงจากอดีตนั้นต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงกับสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต"

 

Written by ปารัชญ์ ไชยเวช, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
Photo Credit ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี, กิตติกร แซ่หมู่, อธิชนม์ สลางสิงห์ (VDO)
Rewriter/Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: นวรัตน์ รามสูต
191 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
การจัดส่งข้อมูล e-Library

........
moe
moe
Dashboard สถิติการการศึกษา

การจัดส่งข้อมูล e-Library

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.10  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์