’ประจิน’สั่งเร่งเครื่องโค้งสุดท้ายปฏิรูปวิจัย
  ข่าวทั้งหมด
10 สิงหาคม 2561

      

          หนึ่งในผลพวงที่ได้รับแรงเหวี่ยงจากนโยบายปฏิรูปโครงสร้างวิจัยไทยตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ การจัดตั้งสภานโยบาย วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวนช.) หลังจากที่ใช้มาตรา 44 ยุบรวมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมชาติ (สวทน.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
          กรุงเทพธุรกิจ ที่ประชุมสภานโยบายฯ ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง "สำนักงานการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ" เป็นหน่วยงาน ปฏิบัติหรือเป็นผู้ลงมือทำ โดยรองรับนโยบายจาก สวนช.
          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำเสนอเรื่องการเสนอ จัดตั้งสำนักงานนี้ ที่จะประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมทั้งจากภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือ นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในระบบวิจัยและนวัตกรรม และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางขึ้นมาเป็น "ผู้อำนวยการสำนักงาน"
          สำนักงานมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ อาทิ จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้สอดคล้องกับโรดแมพเกี่ยวกับนโยบายและระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติกำหนด เสนอกรอบงบประมาณรวมถึง กำกับ เร่งรัด ติดตาม แผนงานของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศเพื่อให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมตามระยะเวลาและเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยหน่วยงานนี้จะตั้งขึ้นภายใต้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) โดยให้ สลน. เป็นหน่วยงานที่ขอตั้งงบประมาณด้วย
          ขณะที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องการให้ขับเคลื่อนการตั้งสำนักงานการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งเร่งเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า งานวิจัยเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกด้าน จึงต้องมีสำนักงานนี้ขึ้นมา โดยระยะแรกให้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นที่ปรึกษา
          นอกจากนี้ยังอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยให้พัฒนางานวิจัยประโยชน์ทั้งด้านสังคมและการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงอยากให้มีการพัฒนาคนตรงตามความต้องการของตลาดที่แท้จริง
          วานนี้ (9 ส.ค.) พล.อ.อ.ประจิน ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ขับเคลื่อนวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในไทยแลนด์ 4.0" ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2561 ว่า ขณะนี้ ร่างพ.ร.บ.สำนักงานการวิจัยฯ ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ประกอบกับเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทาง ครม.ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กระทรวงอุดมศึกษาและนวัตกรรม จึงถือว่าการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมไปใช้และนวัตกรรมของประเทศได้เดินมาในโค้งสุดท้าย
          "ขณะนี้ไม่ถึง 100 เมตรเราใกล้ถึงเส้นชัย เหลืออีก 2 ส่วน คือ 1.กระทรวงอุดมศึกษาและนวัตกรรม ซึ่งกระทรวงใหม่ที่มีพื้นฐานการวิจัยวิทยาศาสตร์ และ 2.สภานโยบายวิจัยฯ ที่ทำหน้าที่ดูแลในแง่ของนโยบายและยุทธศาสตร์ ส่งเสริมงบประมาณในภาพรวมเพื่อสร้างความสมดุลให้กับกระทรวงใหม่ ซึ่งจะมีหน่วยงานวิจัย นักวิจัย และภาคเอกชน ที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ได้ คาดว่า จะได้ข้อสรุปใน ก.ย.-ต.ค.ที่จะถึงนี้ และจะเห็นภาพสมบูรณ์ในกลางปีหน้า"
          ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีมีดำริให้ทางกระทรวงศึกษาธิการแยกกิจการด้านอุดมศึกษาออกมา ซึ่งมีนักวิจัยอยู่จำนวนมาก เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่นักวิจัยจากหน่วยงานอุดมศึกษาจะเข้ามาช่วยเรื่องการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมออกมา ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีของประเทศได้มากขึ้น จะทำให้ จีดีพีเพิ่มขึ้น ช่วยแก้ปัญหาชุมชน ซึ่งเป็น การปรับบทบาทของสถานศึกษาใหม่ ดังนั้น การตั้งสำนักงานวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงอุดมศึกษาฯและสภานโยบายวิจัยฯ หรือ สวนช. จึงเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในร่างของยุทธศาสตร์การวิจัยชาติ
          พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แนวทางการขับเคลื่อนประเทศ จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
          อุตสาหกรรม การบริการและการเกษตรที่ต้องปรับเปลี่ยนจากเกษตรกรรมแบบเดิมมาเป็นเกษตรกรรมสมัยใหม่ ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปใช้บริหารจัดการ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ หรือที่เรียกว่า สมาร์ทฟาร์มมิ่ง
          นอกจากนั้นยังรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานทางเลือก ยานยนต์สมัยใหม่  ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นาโนเทคโนโลยีที่เชื่อมโยง สมุนไพรและการแพทย์แผนไทยรวมถึงเทคโนโลยีอวกาศ ที่เข้ามามีบทบาทด้านความมั่นคง การสำรวจพื้นที่เพื่อใช้แก้ปัญหาและวางแผนรับมือภัยพิบัติ จากแนวคิด ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ประเทศจำเป็นต้องสร้างบุคลากรทางการวิจัยในทุกระดับให้เข้ามาช่วยพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เข้าแก้ปัญหาของประเทศ และทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ
          อย่างไรก็ตามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต้องยอมรับว่า จำนวนนักวิจัยไทยเทียบกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ยังน้อย คิดเป็นสัดส่วน 13-14 คน ต่อประชากร 10,000 คน แต่จากแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐบาล ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หนึ่งในนั้นคือ โครงการสเปียร์เฮด สำหรับโครงการ นำร่องขนาดใหญ่ที่มีระดับความพร้อมของเทคโนโลยีในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการทำงานวิจัยแบบมุ่งเป้า เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่เพิ่มจำนวนบุคลากรวิจัยไทย
          ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560-2579 นั้น จะมีการปรับเปลี่ยนทุก 5 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแต่ละช่วงเวลา เพื่อจะได้ปรับทิศทางการวิจัยให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ พร้อมกันนั้นดึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามา ร่วมกันกำหนดแนวทางการวิจัยและนโยบาย คาดว่าในอีก 15-20 ปี ประเทศไทยจะมี นักวิจัย 60 คนต่อประชากร 10,000 คน
          เป้าหมายสูงสุดของแรงเหวี่ยง เหล่านี้ก็เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ จะต้องตอบโจทย์ของการพัฒนาไทยแลนด์ 4.0

          บรรยายใต้ภาพ
          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: กรรณิการ์ ฤกษ์โอภาส
108 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
การจัดส่งข้อมูล e-Library

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
           1    2    3
   4    5    6    7    8    9    10
   11    12    13    14    15    16    17
   18    19    20    21    22    23    24
   25    26    27    28    29    30  


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.14  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์