ถึงเวลาสรุป ข้อดี-ข้อเสีย...เปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน
  ข่าวทั้งหมด
18 พฤษภาคม 2561

      


          เถียงกันไม่จบ กับปัญหาการ "เปิด-ปิด" ภาคเรียนตามกลุ่มประเทศอาเซียน
          หลังที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติเมื่อปี 2554 ให้เปิดภาคเรียนที่ 1 ช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม จากเดิม เดือนมิถุนายน-ตุลาคม และภาคเรียนที่ 2 ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม จากเดิม เดือนพฤศจิกายน-เมษายน โดยเริ่มนำร่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นมา เหตุผลหลักๆ ก็เพื่อให้สอดรับกับการเปิด-ปิดของมหาวิทยาลัยในอาเซียน เพื่อความสะดวกเรื่องการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และอาจารย์ มหาวิทยาลัยไทยสามารถรับนักศึกษาต่างชาติได้มากขึ้น ส่วนผลพลอยได้ที่จะตามมาคือ มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่ม และยังหวังลึกๆ ว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติจะเข้ามาช่วยทดแทนจำนวนนักศึกษาไทยที่ลดลง เพราะอัตราการเกิดลดลงเรื่อยๆ แม้จะมีเสียงคัดค้านอย่างต่อเนื่องจากหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) โดยยกเหตุผลเรื่องการฝึกปฏิบัติการสอนของนักศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับการเปิดภาคเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) คงยืนยันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม - 11 ตุลาคม และเปิดภาคเรียนที่ 2 วันที่ 1 พฤศจิกายน - 1 เมษายนของทุกปี
          ขณะที่ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ก็ออกมาต่อต้าน โดยให้เหตุผลว่าภาคเรียนที่ 2 ตรงกับช่วงฤดูร้อน ทำให้การสอนไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งเดือนเมษายนมีวันหยุดมาก ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการเรียน นักศึกษาจบไม่ทันฤดูรับสมัครงาน ขาดความต่อเนื่องระหว่างอุดมศึกษากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เกิดปัญหาสุขภาพกายและจิต เนื่องจากต้องเรียนในสภาพอากาศร้อนจัด และเกิดปัญหาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์ไทยกับต่างประเทศ เนื่องจากมีภาระการสอนตรงกัน ไม่ต่างจากสภาคณบดีสาขาการเกษตรแห่งประเทศไทย ที่สะท้อนปัญหาว่าการสอน การวิจัย และบริการวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตรจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรน้ำจำนวนมาก การเปิด-ปิดแบบอาเซียน ทำให้การจัดหลักสูตรด้านเกษตรลำบาก น้ำไม่พอ นักศึกษาเกษตรเจอปัญหาการทำกิจกรรมการเรียน และการฝึกปฏิบัติในแปลงเกษตร รวมถึงการเรียนด้านสัตว์น้ำ เพราะไม่ใช่ช่วงการวางไข่ ส่งผลให้ไม่ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้จริง เพื่อหาข้อสรุป ทปอ. จึงมีมติให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิจัยผลกระทบ ข้อดี ข้อเสียของการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนำผลวิจัยดังกล่าวออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหลายแห่งกลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมมากขึ้นทุกที เริ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนเรศวร
          ล่าสุดมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) ไม่นับรวมกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เกือบ 10 แห่ง ที่กลับไปเปิดภาคเรียนตามเดิมตั้งแต่ 2 ปีแรก ขณะที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือหลายแห่งเตรียมจะขอกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมเช่นกัน เนื่องจากมีปัญหาหมอกควันทำให้มีผลกระทบต่อการเรียน อีกปัญหาที่พบล่าสุดซึ่งมีเสียงบ่นดังๆ มาเป็นระยะ ทั้งจากกลุ่ม มรภ. และมหาวิทยาลัยรัฐบางส่วนที่กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม คือระบบรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง ประจำปีการศึกษา 2561 หรือทีแคส ซึ่ง ทปอ. เป็นแม่งานกำหนดปฏิทินการสมัครเอื้อให้กลุ่มตัวเอง โดยกำหนดให้รับนักศึกษาจะไปสิ้นสุดต้นเดือนมิถุนายน ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เปิดเรียนตามเดิมไม่สามารถรับเด็กเข้าเรียนได้ครบทุกรอบ
          นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) บอกค่อนข้างชัดเจนว่า มรภ. ส่วนใหญ่ที่กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมจะเสียเปรียบหากรับเด็กในระบบทีแคส เพราะ ทปอ. ลากกระบวนการรับนักศึกษายาวไปถึงต้นเดือนมิถุนายน ทำให้มหาวิทยาลัยที่เปิดเรียนปกติรับเด็กไม่ทัน  ขณะเดียวกันยังพบว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่บางแห่งไม่ซื่อสัตย์ แอบเปิดรับตรง โดยอ้างว่าเป็นโครงการพิเศษ หรือหลักสูตรอินเตอร์
          นายวันชัย สุทธะนันท์ อธิการบดี มศก. กล่าวคล้ายกันว่า การรับเด็กในระบบทีแคสมีปัญหาบ้าง อาจเพราะเป็นครั้งแรก อย่าง มศก. ยังรับเด็กได้ไม่เต็มจำนวน ต้องรอดูผลการรับในรอบต่อไป ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มศก. ได้แจ้ง ทปอ. ว่าปีการศึกษา 2563 จะกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามปกติในเดือนมิถุนายน โดยจะค่อยๆ ทยอยปรับเวลาเปิดภาคเรียน โดยปีการศึกษา 2562 เปิดเรียนเดือนกรกฎาคม ส่วนปีการศึกษา 2561 ยังเปิดเรียนเดือนสิงหาคม ตามกลุ่ม ทปอ. "เหตุที่ทยอยปรับเวลาเรียน เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็กที่เข้าเรียนในช่วงเปิด-ปิดตามอาเซียน การปรับครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย เช่น สาขาประติมากรรมและจิตรกรรมต้องเรียนภาคปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ และสตูดิโอของมหาวิทยาลัยไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้กระทบกับการเรียนการสอน ขณะที่วิทยาเขตเพชรบุรี มีปัญหาเรื่องน้ำแล้ง ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ดังนั้น มศก. จึงประกาศกลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายนเช่นเดิม"  "ขณะนี้ทราบว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งก็กลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมแล้ว" ขณะที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธาน ทปอ. ย้ำว่า กลุ่ม ทปอ. ส่วนใหญ่ยังยืนยันการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนเช่นเดิม แต่ไม่ได้บังคับมหาวิทยาลัยอื่น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละแห่ง ซึ่งต้องดูบริบทของตนเอง
          ทั้งนี้ ผลวิจัยของ มก. ค่อนข้างชัดเจนว่าการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ส่วนที่กลุ่ม มรภ. ระบุว่า ทปอ. ลากการสมัครทีแคสไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน ทำให้เสียเปรียบ เพราะเปิดเรียนเดือนมิถุนายนพอดีนั้น เท่าที่ดูตัวเลขกลุ่มมหาวิทยาลัยในพื้นที่ส่วนใหญ่รับเด็กเต็มตั้งแต่รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมผลงาน หรือพอร์ตโฟลิโอ และรอบ 2 การรับแบบโควต้า แต่ยอมรับว่าระบบทีแคสอาจมีปัญหาบ้าง เพราะเป็นปีแรกที่เริ่มดำเนินการ หลังจากการรับสมัครเสร็จสิ้น ทปอ. จะประเมินผล สรุปข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำมาปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น แม้ ทปอ. จะย้ำว่าการเลือกเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนถือเป็นดุลพินิจของมหาวิทยาลัย แต่อย่าลืมว่ามหาวิทยาลัยกลุ่ม ทปอ. ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยม การรวมตัวกำหนดนโยบายและทิศทางต่างๆ ของอุดมศึกษาจึงค่อนข้างมีผลกระทบในวงกว้าง และอาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่อาจถึงขั้นหมดทางจะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เห็นด้วยว่า การตัดสินใจเปิด-ปิดภาคเรียนช่วงเวลาใด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย แต่ทางที่ดีควรจะนำผลวิจัยที่ศึกษาข้อดี ข้อเสียไว้มาเปิดเผย เพื่อให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ!--จบ--

          --มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 18 - 24 พ.ค. 2561--


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ผู้ดูแลระบบ ศธ.
235 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
               1
   2    3    4    5    6    7    8
   9    10    11    12    13    14    15
   16    17    18    19    20    21    22
   23    24    25    26    27    28    29
   30            


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.09  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์