’หมอธี’เดินหน้าล้างบาง’กระทรวงครู’ขจัด’เหลือบริ้นไร’วงการศึกษาไทย
  ข่าวทั้งหมด
9 เมษายน 2561

      


          จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
          กลายเป็นกระทรวงที่ไม่ว่าจะแตะจะจับไปตรงไหนล้วนแล้วแต่เจอปัญหา "ทุจริต" ทั้งสิ้น สำหรับ "กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)" ซึ่งสวนทางกับการเป็น "กระทรวงครู" ที่เป็นผู้สร้างเบ้าหลอมและผลิตเยาวชนออกไปเป็นอนาคตของชาติ
          เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. จึงนำทีมผู้บริหาร ศธ. แถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบปัญหาทุจริตต่างๆ ภายในกระทรวง ซึ่งทุกเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นตรวจสอบนั้น นพ.ธีระเกียรติประกาศจะเดินหน้าตามมาตรการปราบปรามและป้องปรามการทุจริตของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กำหนดกรอบเวลาให้สืบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
          เริ่มจากปัญหาการทุจริตที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างการตรวจสอบทุจริต "กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต"ที่มีเงินสูญหายประมาณ 110 ล้านบาท ซึ่งนายอรรถพล ตรึกตรอง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าการตรวจสอบจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นก่อนสงกรานต์นี้ และจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนไม่เกินสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งการประชุมคณะกรรมการสืบสวนฯ เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา นางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ระดับ 8) สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการไม่ยอมโผล่มาชี้แจง และคณะกรรมการสืบสวนฯยืนยันจะไม่เชิญมาให้ข้อมูลซ้ำอีก
          ส่วนการขอข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็นอดีตปลัด ศธ., อดีตรองปลัด ศธ., ผู้อำนวยการสำนักฯ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเสมาฯในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีบางส่วนได้เดินทางมาชี้แจง ขณะนี้มีบางส่วนทำหนังสือชี้แจงข้อมูล และบางส่วนส่งทนายความมาขอขยายเวลาการชี้แจงออกไปอีก 15 วัน หรือในวันที่ 25 เมษายนนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมานานแล้ว และมีความซับซ้อน
          คณะกรรมการสืบสวนฯได้พบข้อมูลล่าสุดว่า มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับโอนเงิน เป็นข้าราชการสังกัดอื่นซึ่งอยู่ใน จ.ศรีสะเกษ และ จ.บุรีรัมย์ เบื้องต้น 2 ราย และเป็นข้าราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทางภาคอีสานอีก 1 ราย
          นอกจากนี้ ศธ.ยังประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เช่น เอกสารหลักฐานที่ตรวจยึดมาได้จากห้องทำงาน ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ และเอกสารต่างๆ เช่น หนังสือทวงถามการโอนเงินจากสถานศึกษาผู้รับทุนและหนังสือแจ้งการโอนเงินไปยังสถานศึกษา แต่พบพิรุธว่ามีการปลอมลายเซ็นผู้บริหาร เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนฯนัดหมายว่าจะนำไปส่งมอบให้ ป.ป.ท.ในวันที่ 10 เมษายน
          อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนในเชิงลึก พบว่าข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของนางรจนาส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการเล่นหุ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่านางรจนาอาจนำเงินบางส่วนไปเล่นหุ้นโดยภาพรวมถือว่าเรื่องนี้คืบหน้าไปมากกว่า 90%

          การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงนายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรณีถูกกล่าวหาเรียกรับเงินหรือ "แป๊ะเจี๊ยะ" 4 แสนบาท เพื่อรับเด็กเข้าเรียนชั้น ม.1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติได้รายงานผลสอบอย่างไม่เป็นทางการแล้ว พบว่านายวิโรฒมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษไล่ออก ปลดออก ซึ่งเดิมคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯจะต้องสรุปรายงานเสนอให้ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (ศธจ.กทม.) นำเข้าสู่การพิจารณาโทษอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ
          นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. และประธาน กศจ.กทม. จึงได้เลื่อนประชุมตัดสินชะตานายวิโรฒออกไปเป็นวันที่ 10 เมษายนนี้
          ล่าสุด นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ลงนามในคำสั่ง ที่ ศธ. 04009/ว 1819 เรื่องมาตรการป้องกันการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถึงผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ โดยอ้างถึงมาตรการป้องกันการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้รับทราบถึงความผิดและบทลงโทษ กรณีการเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของเงินบริจาค ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่อาจถือได้ว่าเป็นเงินบริจาค แต่ถือเป็นเงิน "สินบน"
          ในฐานะผู้รับสินบน และให้สินบน ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมาย ป.ป.ช.!!

          สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลาหรืออควาเรียมที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งยืดเยื้อมายาวนานนับ 10 ปี และ นพ.ธีระเกียรติเพิ่งได้รับรายงานถึงความผิดปกติเมื่อช่วงต้นปี 2561 นั้น ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯที่มีปลัด ศธ.เป็นประธานได้ลงพื้นที่โครงการก่อสร้างอควาเรียม และได้พบความผิดปกติใหญ่ๆ 2 ประการ ได้แก่ โครงการนี้ควรจะดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2553 แต่ไม่เสร็จ และในปี 2557 มีการต่อสัญญาเรื่อยๆ รวมถึงมีการแก้ไขสัญญาถึง 6 ครั้ง มีการเบิกเงินล่วงหน้า
          นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯยังได้ทำงานประสานกับ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ต้น ในส่วนของข้อมูลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดสร้างอควาเรียม ซึ่ง พล.ท.โกศลระบุว่าข้อมูลที่ได้ส่วนใหญ่ตรงกับที่ตั้งประเด็นไว้ เช่น การจ่ายเงินล่วงหน้า 125 ล้านบาท มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน การขอแก้สัญญาถึง 6 ครั้ง จนทำให้ต้องขยายเวลาการดำเนินงาน ซึ่งจากเดิมกำหนดแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2553 แต่ไม่เสร็จ และขยายเวลาไปถึงปี 2557
          นอกจากนี้ พล.ท.โกศลยังตั้งประเด็นเรื่องค่าปรับวันละ 8 หมื่นบาทที่ สอศ.ได้ใช้สิทธิเรียกค่าปรับตามสัญญาอย่างละเอียดหรือไม่ อีกทั้งยังมีกรณีที่ สอศ.จัดสรรงบลงไปอีกในปี 2558 จำนวน 126 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 42 ล้านบาท และในปี 2560 จำนวน 69 ล้านบาท ซึ่งพบว่างบที่จัดสรรลงไปทั้ง 3 ปี นำไปจัดสร้างในส่วนของภายนอก ไม่เกี่ยวกับภายในตัวอาคาร ซึ่งน่าจะมีความผิดปกติ แต่ยังได้เอกสารไม่ครบตามที่ต้องการ
          ล่าสุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯได้ทำหนังสือไปยังกรมบัญชีกลางและ สอศ. เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องประมาณ 30-40 เรื่อง เมื่อได้เอกสารจะศึกษาและเชิญพยานบุคคลเข้ามาให้ข้อมูล โดยจะดูจากเอกสารว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดบ้าง ซึ่งเบื้องต้นจะเกี่ยวข้องกับกรรมการตรวจรับ กรรมการบริหารโครงการ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และบริษัทที่จัดสร้างที่ปิดตัวไปแล้ว และพบว่ามีการทำสัญญาที่ผิดปกติ
          แต่เนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานถึง 10 ปีแล้ว ฉะนั้น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก และไม่สามารถตรวจสอบได้ทันภายใน 7 วัน ตามมาตรการปราบปรามและป้องปรามการทุจริตของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้เบื้องต้นจะพยายามสรุปเพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ทันก่อนสิ้นเดือนเมษายนนี้

          ส่วนกรณีการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่นำเงินจำนวน 2,500 ล้านบาทไปซื้อตั๋วสัญญากับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรีนั้น คดีถือว่ามีความคืบหน้ามาก เพราะล่าสุดศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกผู้บริหารบริษัทบิลเลี่ยนฯจำนวน 2 ราย คนละ 10 ปี พร้อมริบของกลาง ส่วนอดีตคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ของกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยสมาชิกเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทาง ศธ.ได้ลงโทษไล่ออกจากราชการแล้ว 6 ราย
          ขณะเดียวกันทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดทั้งวินัยและอาญา อยู่ระหว่างส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย รวมถึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบละเมิด และได้ข้อสรุปชี้มูลว่ากรรมการกองทุนฯมีความผิด โดยจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบ
          รวมถึงการดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงิน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีคืนจากธนาคารธนชาตให้กับ สกสค. เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการอนุมัติปิดบัญชีและเบิกถอนเงินของ สกสค.ที่ฝากไว้ไม่ถูกต้องนั้น ทางสำนักงาน สกสค.ส่งเรื่องให้อัยการเป็นผู้ทำเรื่องฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนจากธนาคารธนชาตแล้ว
          ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติระบุว่า กรณีของบริษัทบิลเลี่ยนฯ ถือว่าจบสิ้นกระบวนการทุกอย่าง!!

          อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นการตรวจสอบทุจริตที่เพิ่งถูกเปิดเผยขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นข้าราชการของ สพฐ.อีกหลายสิบราย โดยนายบุญรักษ์ระบุว่า สพฐ.อยู่ระหว่างตรวจสอบกรณีการทุจริตที่ได้รับร้องเรียน และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว 41 ราย ซึ่งจะพิจารณาว่าใครที่จะต้องถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือย้ายออกจากตำแหน่งบ้าง และมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวน 9 ราย ถ้ามีมูลจะดำเนินการตามมาตรการ คสช. คือให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือให้ออกจากตำแหน่ง หรือให้ย้าย
           ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้าราชการเฉพาะที่อยู่ในส่วนกลาง รวม 50 ราย ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน และการประพฤติผิดต่อหน้าที่ มีตั้งแต่ระดับ (ซี) 9 ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 6 ราย นอกนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรในเขตพื้นที่ฯ
          ซึ่งเลขาธิการ กพฐ.ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการและรายงานให้ทราบ
          ก็ต้องติดตามว่าการตรวจสอบทุจริตของ ศธ.ในแต่ละเรื่อง จะเอาตัวคนผิดมาลงโทษเพื่อเรียกศรัทธาคืนให้กระทรวงคุณครูได้หรือไม่!!--จบ--

          --มติชน ฉบับวันที่ 10 เม.ย. 2561 (กรอบบ่าย)--


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ผู้ดูแลระบบ ศธ.
134 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
ร่วมแสดงความคิดเห็น แนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
   1    2    3    4    5    6    7
   8    9    10    11    12    13    14
   15    16    17    18    19    20    21
   22    23    24    25    26    27    28
   29    30    31        


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.03  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์