เดินทางตามรอยพระราชา
  ข่าวทั้งหมด
13 ตุลาคม 2560

      

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ครั้งที่ 2 ปี 2560 (รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี) เมื่อวันพฤหัสที่ 12 ตุลาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งครูผู้ได้รับรางวัลดังกล่าวเข้าร่วมในพิธี

นายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า การคัดเลือกครูที่เข้ารับรางวัลดังกล่าวในส่วนของประเทศไทย ดำเนินการโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยความร่วมมือและการสนับสนุนจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) คณะกรรมการคัดเลือกในระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้การคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีของประเทศไทย เป็นกระบวนการสำคัญที่ได้มีโอกาสแสวงหากลุ่มครูที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ โดยได้กำหนดรางวัลเป็น 3 ระดับ คือ 1) รางวัลคุณากร 2 คน 2) รางวัลครูยิ่งคุณ 17 คน 3) รางวัลครูขวัญศิษย์ 137 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 156 คน ดังนี้

รางวัล "คุณากร"

- นางนฤมล แก้วสัมฤทธิ์ (ตาก) "ครูผู้อุทิศตนเพื่อชุมชนชาวไทยภูเขา ถิ่นห่างไกล"
- นายศรัณย์ ศรีมะเริง (นครราชสีมา) "ครูที่ใช้เสียงดนตรี เพื่อให้เด็กได้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง"

รางวัล "ครูยิ่งคุณ"

- นางเกลียว เสร็จกิจ (สุพรรณบุรี) "ครูผู้สืบสานวัฒนธรรมไทย เพลงพื้นบ้าน (อีแซว)"
- นางกานต์ชนก มางัดสาเระ (นราธิวาส) "ครูผู้เข้าถึงและเข้าใจและเข้าใจศิษย์ เข้าถึง และเข้าใจผู้ปกครอง เข้าถึงชุมชน และใช้การศึกษาเข้าไปพัฒนาผู้เรียน ครอบครัว และชุมชนต่อไป"
- นายเกรียงศักดิ์ ฤกษ์งาม (กรุงเทพมหานคร) "ครูผู้ให้ความสำคัญกับทักษะชีวิตมากกว่าความรู้"
- นางสาวจันทพร พลอินตา (เชียงใหม่) "หัวใจครูอยู่ที่เด็ก"
- นายโชติ ไกรศิริ (พัทลุง) "ครูผู้ใช้เสียงสอยลูกศิษย์"
- นายเช้า วาทโยธา (ขอนแก่น) "ครูผู้สืบสาน อนุรักษ์ และถ่ายทอดศิลปะมวยโคราช"
- นางธนัญญา จันทะ (ร้อยเอ็ด) "ครูคือผู้ปั้นกินให้เป็นดาว สร้างคนให้เป็นมนุษย์"
- นายบรรจง สมบัติ (ขอนแก่น) "ครูผู้สร้างโอกาสทางการศึกษาด้วย กีฬาวอลเล่ย์บอล"
- นางเบญจมาส วัยนิพิฐพงษ์ (กาญจนบุรี) "ครูผู้สานต่องานของพ่อ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"
- นายประจักษ์ ชูศรี (ปัตตานี) "ครูผู้มุ่งพัฒนานักเรียน โรงเรียน บุคลากร และชุมชน"
- นายประเสริฐ แสงโป๋ (พระนครศรีอยุธยา) "ให้ตั้งใจเรียน เพื่อให้รู้และนำความรู้นั้นออกไปใช้สังคมต่อไป"
- นายพรชัย ตั้งยิ่งยง (ยโสธร) "ครูผู้ทำให้วิชาคณิตศาสตร์ เป็นที่รักของนักเรียน"
- นางวิชมัด งามจิตร (นครราชสีมา) "ครูผู้สอนให้เด็กมีทักษะชีวิต ผ่านการทำงานด้านจิตอาสา"
- นางสาวละเอียด มาดี (สุพรรณบุรี) "ครูผู้น้อมนำพระบรมราโชวาทมาใช้ในการพัฒนาและจัดการเรียนการสอน"
- รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ (กรุงเทพมหานคร) "เราเคยได้รับมาดีอย่างไร ก็จะส่งต่อให้เด็กอย่างนั้น"
- นางสมจิตต์ ตีบกลาง (พัทลุง) "ครูผู้ทุ่มเทเวลา สอนอย่างมีเป้าหมาย มุ่งให้สำเร็จตามต้องการ"
- นางสุวารี พงศ์ธีระวรรณ (สุราษฎร์ธานี) "ครูนักคิดและพัฒนา ด้วยการสอนวิทย์จากชีวิตจริง"

ทั้งนี้ มีครูที่อุดมการณ์ที่น่าสนใจ อาทิ ครูรางวัลคุณากร "ครูนฤมล แก้วสัมฤทธิ์" ครูเพียงคนเดียวของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ที่มุ่งมั่นดูแลช่วยเหลือพัฒนาชุมชน ควบคู่กับการสอนหนังสือให้กับเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เพียงลำพังมาตลอดระยะเวลา 19 ปี ซึ่งในชุมชนกะเหรี่ยงหมู่บ้านสุดท้ายที่อยู่ลึกที่สุดในเขตพื้นที่ของผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร หรือ "ครูศรัณย์ ศรีมะเริง" ครูชำนาญการพิเศษสอนวิชาดนตรี โรงเรียนเมืองนครราชสีมา ผู้พัฒนาสื่อการสอนผ่านรูปแบบ “วงโยธวาธิต” ด้วยความเชื่อว่าดนตรีสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกศิษย์ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมี "ครูเบญจมาศ วัยนิพิฐพงษ์" โรงเรียนบ้านห้วยกบ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จากบัณฑิตจิตอาสาสู่แม่ครูของเด็กไร้รัฐ บ่มเพาะคนดีคืนถิ่นด้วยความรู้และความเท่าเทียม "ครูกานต์ชนก มางัดสาเระ" ครูหัวใจแกร่งจากโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่ยืนหยัดทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่สีแดงมานานกว่า 20 ปี แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงและความไม่สงบในพื้นที่

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังในพิธีมอบรางวัลว่า ปัจจุบันในยุคดิจิทัล 4.0 เราอาจได้ยินว่าความสำคัญของครูน้อยลง หรือแทบไม่ต้องมีครูเลย สามารถเรียนที่ไหน-เวลาใดก็ได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน เริ่มประดิษฐ์หลอดไฟและโทรทัศน์ ได้ทำนายไว้ว่า ภายใน 10 ปีหลังจากนี้โรงเรียนจะหมดไปจากโลก ครูจะไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะทุกอย่างจะสอนผ่านโทรทัศน์ เอดิสันได้ทำนายผิดอย่างสิ้นเชิง

เชื่อว่าเมื่อโลกมุ่งสู่ยุค "ดิจิทัล" ครูยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่าง การใช้กูเกิล (Google) เปรียบเทียบกับครูผู้สอน ผลออกมาว่า 1) กูเกิลรักเด็กไม่เป็น 2) ไม่สามารถประเมินการอยากรู้อยากเห็นและการเรียนของเด็ก อีกทั้งยังประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมาทดแทนครูได้ ยิ่งจะทำให้ครูมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับกรณีของหนังสือเรียนที่อยากให้เปลี่ยนไปเป็น e-Learning ที่สามารถดาวน์โหลดได้ แต่จะเป็นแบบนั้นทั้งหมดคงไม่ได้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกวันนี้นักเรียนถ่ายรูปแทนการจดบันทึก เด็กนักเรียนน่าจะเรียนไม่รู้เรื่อง และผลการเรียนน่าจะแย่ลง” ซึ่งตนได้ไปพบกับนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เร็ว ๆ นี้ ก็ยืนยันสอดคล้องกันว่ามีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้แบ่งเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม 1) จดบันทึกโดยใช้ปากกา 2) ใช้การจดบันทึกโดยคอมพิวเตอร์แบบสรุปสาระสำคัญ 3) ใช้การจดบันทึกโดยคอมพิวเตอร์แบบจดทุกคำพูด และ 4) ถ่ายรูปแทนการจดบันทึก โดยผลการวิจัยสรุปว่า กลุ่มที่ 1 และ 2 มีความเข้าใจมากกว่า และกลุ่มที่ถ่ายรูป มีผลการเรียนที่แย่ที่สุด

นอกจากนี้ สอดคล้องกับคำกล่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งได้กล่าวว่าครูมี 3 ประเภท 1) ครูอาชีพ ครูที่มีจิตวิญญาณของครูสูง ไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยาก 2) ครูมืออาชีพ เป็นครูที่สอนเก่ง สอนตามตำรา และ 3) อาชีพครู ทำงานแบบรอเลิกงานกลับบ้าน แต่ "ครูที่ดีจะต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) และสอนอย่างมีความกระตือรือร้น (actively teach) และนักเรียนจะต้องมีเรียนอย่างมีความกระตือรือร้น (actively learn)"

ประการสำคัญที่สุด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งว่า "ครูทุกวันนี้เมื่อเรียนจบแล้วนั้น ไม่ใช่ว่าจะจบการเรียนเลย จะต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เจอปัญหาก็ไม่ย่อท้อ ต้องสู้"

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในส่วนของการเปิดตัวหนังสือ "เดินทางตามรอยพระราชา" ว่า เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า พระองค์ทรงมีโครงการในพระราชดำริกว่า 4,700 โครงการ ด้วยทรงมีสายพระเนตรกว้างไกลครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นดิน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญานาม "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปี พ.ศ.2554 และเชื่อว่าครูทุกคนในแผ่นดินนี้มีความตั้งใจจะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน และครูเครือข่ายรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีก็ต้องการสอนให้ลูกศิษย์เดินตามรอยพระราชาเช่นกัน ซึ่งคุณครูทุกท่านจะได้รับหนังสือเดินทางตามรอยพระราชาเพื่อเป็นคู่มือสำหรับขยายผล การเดินตามและสานต่อพระราชปณิธานของในหลวงฯ รัชกาลที่ 9 ได้อีกทางหนึ่ง

"หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา" เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.), มูลนิธิชัยพัฒนา, ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร. หรือ OKMD), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัว เพื่อออกไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา พระอัจฉริยภาพอันร่วมสมัยของในหลวงฯ รัชกาลที่ 9 จากประสบการณ์จริงผ่านโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ในลักษณะของพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

หนังสือชุดนี้จะมีทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมคัดสรรแหล่งเรียนรู้ภายในเล่มทั้งหมด 81 แห่ง ขณะนี้จัดพิมพ์แล้ว 4 เล่ม ในเส้นทาง ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนการจัดพิมพ์ 90,000 เล่ม โดยคาดว่าจะจัดพิมพ์ 4 เล่ม ใน 4 เส้นทางนี้แล้วเสร็จพร้อมเผยแพร่ภายในเดือนตุลาคมนี้ และจะครบทั้ง 9 เล่มภายในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็น "เดือนพ่อ" ของปวงชนชาวไทย

โดยจุดเด่นที่แตกต่างของหนังสือชุดนี้ คือ เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ สนุกรู้ สนุกคิด สนุกทำ ได้ออกแบบเนื้อหาหนังสือให้เกิดการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ การสร้างแรงบันดาลใจ และการได้ลงมือปฏิบัติที่เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 และสอดแทรกด้วยคำถามท้าทาย ช่วยกระตุ้นให้เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ และวิเคราะห์จากการสืบเสาะหาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในสถานที่จริงของแหล่งเรียนรู้ในโครงการพระราชดำริด้วย

จึงขอเชิญชวนให้ครูทุกท่านได้ร่วมสืบสาน "ศาสตร์พระราชา" ที่ทรงคุณค่าด้วยการขยายผลไปยังนักเรียนและชุมชนของท่านต่อไป สามารถดาวน์โหลด eBook หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา “The King’s Journey” Learning Passport 4 เล่มแรกในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้แล้ววันนี้ www.qlf.or.th/Home/Contents/1205



อิทธิพล รุ่งก่อน, ปกรณ์ เรืองยิ่ง, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป
อิทธิพล รุ่งก่อน, กิตติกร แซ่หมู่, ธเนศ งานสถิร: ถ่ายภาพ
13/10/2560
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี และ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.: รายงาน


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: กลุ่มสารนิเทศ สอ กลุ่มสารนิเทศ สอ
832 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
ร่วมแสดงความคิดเห็น แนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30
   31            


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.86  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์