เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด
  ข่าวทั้งหมด
19 พฤษภาคม 2559

      

การประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ
ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด


จังหวัดตราด - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด โดยตรวจเยี่ยมโรงเรียนต้นแบบศูนย์อาเซียนศึกษา, พบปะผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2559 โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการร่วมเดินทางและปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ อาทิ พล.อ.สุทัศน์ กาญจานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางนิตย์ โรจน์รัตนวาณิชย์  ผู้ตรวจราชการกระทรวง ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 9, นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 11


ถ่ายภาพ/กราฟิก : บัลลังก์ โรหิตเสถียร


โรงเรียนบ้านท่าเรือจ้าง (ประชาชนูปถัมภ์) : โรงเรียนต้นแบบศูนย์อาเซียนศึกษา

เมื่อเวลา 10.00 น. รมช.ศึกษาธิการ และคณะ เดินทางถึงโรงเรียนบ้านท่าเรือจ้าง (ประชาชนูปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด อำเภอเมืองตราด โดยมีนายคราวุธ หงษ์วิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งคณะครู และคณะกรรมการสถานศึกษา ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้พบปะกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน 37 คน และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 544 คน โรงเรียนดังกล่าวจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยจนถึงประถมศึกษา นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ผู้ปกครองเคลื่อนย้ายถิ่นฐานบ่อย และนักเรียนมีหลายชาติพันธุ์

รมช.ศึกษาธิการ ได้กล่าวกับคณะครูและผู้บริหารว่า จากการตรวจเยี่ยมทำให้เห็นว่าโรงเรียนมีความมุ่งมั่นพัฒนา มีความสามัคคีของทุกฝ่าย มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ได้ดี แม้จะก่อตั้งมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม และจากการสังเกตพบว่านักเรียนมีความพร้อมในด้านต่างๆ สอดคล้องกับการที่โรงเรียนได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจนมีความก้าวหน้าเป็นโรงเรียนชั้นนำของจังหวัดตราด เป็นต้นแบบของศูนย์อาเซียนศึกษา (ASEAN Learning School) ตามนโยบายรัฐบาลด้วย



พบปะผู้บริหารและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่วิทยาลัยเทคนิคตราด


เวลา 11.00 น. รมช.ศึกษาธิการ และคณะ เดินทางไปห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคตราด โดยพบปะกับผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ประมาณ 300 คน

รมช.ศึกษาธิการ ได้รับฟังรายงานผลการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทำของประธานอาชีวศึกษาจังหวัดตราด ซึ่งประกอบด้วย 3 วิทยาลัยในจังหวัดตราด คือ วิทยาลัยเทคนิคตราด วิทยาลัยสารพัดช่างตราด และวิทยาลัยการอาชีพบ่อไร่ โดยจัดการศึกษาตามหลักสูตร ปวช./ปวส./หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานที่สำคัญของจังหวัด คือ อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมโลจิสติกส์

ขณะนี้ มีความต้องการแรงงานในธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และสถานประกอบการอีกจำนวนมาก โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้เรียนด้านภาษาอังกฤษด้วยหลักสูตร EP/MEP (English Program และ Mini English Program) รวมทั้งความร่วมมือจัดการศึกษาทวิภาคีกับสถานประกอบการภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง คือ  ระยอง จันทบุรี รวมทั้งหน่วยงาน SEAMOLEC ด้วย นอกจากนี้ ได้ดำเนินโครงการตามนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในการช่วยเหลือประชาชน ผู้เรียน ผู้ด้อยโอกาส และการบริการชุมชน เช่น Fix It Center และอาชีวะอาสา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนมาโดยตลอด

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอบคุณวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ที่มีส่วนสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนสายอาชีพเพื่อให้ผู้เรียนจบแล้วมีอาชีพและมีงานทำ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวะของประเทศ ด้วยการพยายามรณรงค์ ส่งเสริม และพัฒนาให้นักเรียนเข้ามาเรียนสายวิชาชีพให้มากขึ้น อันจะมีผลถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนของประเทศและภายในพื้นที่จังหวัดตราดด้วย

จากการได้รับฟังข้อมูลต่างๆ ถือว่าน่าพอใจ ที่อาชีวศึกษาจังหวัดตราดได้ร่วมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ทำงานได้เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานได้ดี จึงขอย้ำให้เน้นจัดการศึกษาแบบบูรณาการให้สอดคล้องกับท้องถิ่น และภาพรวมนโยบายของกระทรวง ตลอดจนสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประเทศไทย ปี พ.ศ.2558-2563 คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"


จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ และคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษาจังหวัดตราด รวมทั้งรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับคณะผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดตราด



ประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด

เวลา 13.30 น. รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด โดยมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดตาก รวมทั้งผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 รวมทั้งสถานศึกษาทุกสังกัดภายในจังหวัด นักวิชาการ ตลอดจนผู้แทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด ตามนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล ที่กำหนดให้จังหวัดตราดเป็น 1 ใน 10 พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของประเทศ นอกจากจังหวัดสงขลา มุกดาหาร นครพนม สระแก้ว ตาก เชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย และนราธิวาส ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้เตรียมความพร้อมในการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยจัดการศึกษาแบบบูรณาการทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ให้ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้งผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้เสนอความคิดเห็น ปัญหา ข้อเสนอแนะ ในการเตรียมความพร้อม การจัดการปัญหา และการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ดังนี้

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า จังหวัดตราดมีพื้นที่ครอบคลุม 7 อำเภอ โดยอำเภอคลองใหญ่ได้รับการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมียุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในการผลิตกำลังคนเพื่อตอบสนองต่อเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ คือ ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว, ระบบขนส่งโลจิสติกส์, การแปรรูปอุตสาหกรรม และยุทธศาสตร์ด้านภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ, ภาษาเขมร และภาษาเวียดนาม)

นายสุรศักดิ์ ศิลาอาสน์ ผู้แทนจากโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เชิงพื้นที่จังหวัดตราด กล่าวว่า โครงการปฏิรูปการเรียนรู้เชิงพื้นที่จังหวัดตราดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษาเพื่อประชาชนชาวตราด โดยมีแนวคิดหลักคือ การส่งเสริมให้คนในพื้นที่สามารถประกอบอาชีพได้ ซึ่งอาชีพส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการเกษตร การท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการขนส่งโลจิสติกส์ นอกจากนี้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในอำเภอคลองใหญ่ได้มีการเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา อีกทั้งมีการผลักดันให้นำอาชีพต่าง ๆ ในจังหวัดตราดไปบรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษาด้วย

ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา มีการจัดหลักสูตรทวิศึกษาและทวิภาคี และมีแนวทางในการดำเนินงานขั้นต่อไป ได้แก่ ดำเนินงานตาม Roadmap ที่วางไว้, ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน และจัดทำแผนการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อทำให้ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีสัมมาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นางกรรณิกา สุภาภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนตราด กล่าวว่า วิทยาลัยชุมชนตราดเป็นสถาบันพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา อีกทั้งยังเป็นสถานศึกษาที่การจัดการเรียนรู้ให้กับคนทุกเพศทุกวัยในชุมชน ตลอดจนสร้างเครือข่ายอุดมศึกษาภาคตะวันออกเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในชุมชน นอกจากนี้วิทยาลัยชุมชนตราดได้นำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ และนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษมาจัดทำหลักสูตรตามความต้องการของพื้นที่ อาทิ หลักสูตรมัคคุเทศก์น้อย และหลักสูตรการจัดดอกไม้สด พร้อมทั้งปรับทัศนคติของคนในชุมชนที่มีต่อภาษาอังกฤษ โดยส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือนำไปหารายได้เสริม ทั้งนี้ วิทยาลัยชุมชนตราดได้จัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชนชาวต่างด้าว อาทิ จัดการเรียนการสอนภาษากัมพูชา ภาษาเวียดนาม และภาษาจีน

นายถาวรสิทธิ์ อินทะแสง ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างตราด กล่าวว่าวิทยาลัยสารพัดช่างตราดได้ประสานความร่วมมือกับคนในพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งต้องการกำลังคนด้านการท่องเที่ยว สถาบันอาชีวศึกษาจึงจัดการศึกษาสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรมเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว นอกจากนี้มีการเปิดการเรียนการสอนในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาบัญชี และสาขาการตลาด เพื่อสนองนโยบายการค้าในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษด้วย ปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาประมาณ 2,600 คน จากสถาบันอาชีวศึกษา 3 แห่งในจังหวัดตราด ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษต่อไป

สำหรับด้านการคมนาคมขนส่ง ได้จัดให้มีหลักสูตรโลจิสติกส์เพื่อเตรียมความพร้อมและดำเนินการตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาตราด ทั้งนี้สถาบันอาชีวศึกษาได้รับความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าในการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน เนื่องจากจังหวัดตราดมีสถานประกอบการจำนวนน้อย นักศึกษาบางส่วนต้องไปฝึกประสบการณ์ที่จังหวัดระยองและจันทบุรี นอกจากนี้สถาบันอาชีวศึกษาได้สนับสนุนกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โดยการจัดบุคลากรทางการศึกษาไปทำการสอนวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาด้วย อีกทั้งมีการจัดการศึกษาแบบทวิศึกษาใน 3 สาขา คือ สาขาการโรงแรม สาขาช่างยนต์ และสาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะรับนักเรียนระดับชั้น ม. 4 เข้าเรียนควบคู่หลักสูตรสายอาชีพ ภายหลังจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนจะได้รับวุฒิ ปวช. ด้วย

ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตราด กล่าวว่า ประชาชนที่พลาดโอกาสทางการศึกษาต้องได้รับการศึกษา โดยสำนักงาน กศน. ได้สำรวจความต้องการด้านการศึกษาของประชาชนในพื้นที่และจัดทำแผนจุลภาคในแต่ละตำบลว่าต้องการศึกษาเนื้อหาอย่างไรบ้าง ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้เรียนสูงอายุและอยู่ในวัยทำงาน นอกจากนี้ สำนักงานกศน.ได้จัดให้มีค่ายค่านิยม 12 ประการ กฎหมายในชีวิตประจำวัน กิจกรรมลูกเสือยุวกาชาด โดยจัดขึ้นในสำนักงาน กศน. ทุกอำเภอ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้มี English Camp เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนได้เรียนภาษาอังกฤษผ่านแอพพลิเคชั่น Echo English

นอกจากนี้ สำนักงาน กศน. ได้จัดการศึกษาต่อเนื่องให้กับคนในพื้นที่ ด้วยการสนับสนุนอาชีพพื้นฐานและอาชีพต่อยอด รวมทั้งให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษและภาษากัมพูชาเพื่อการสื่อสาร เนื่องจากมีชาวกัมพูชาจำนวนมาก เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดตราด อีกทั้งยังจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยจัดทำแผนการศึกษาชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทด้วย

นายวรวิทย์ พรหมคช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 17 กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาได้สนองนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยการนำนโยบายการศึกษามาวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพและการมีงานทำ ด้วยการบูรณาการกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ และจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเน้นการพัฒนาครูและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อีกทั้งผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตรทวิศึกษาร่วมกับอาชีวศึกษา กล่าวคือ เด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาจะมีโอกาสเรียนอาชีวศึกษาควบคู่กับสายสามัญ และสนับสนุนการแนะแนวการศึกษาต่อโดยจัดให้มีการประชุมครูแนะแนว เพื่อทำให้ครูเหล่านี้สามารถแนะแนวเด็กให้มีเป้าหมายและทิศทางในการเรียนได้

นายวัลลภ รองพล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด กล่าวว่า การจัดการศึกษาในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ เน้นการค้าชายแดน เกษตรอินทรีย์ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีการจัดตั้งโรงเรียนประชาคมอาเซียนศึกษาซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบ และมีการบูรณาการการเรียนรู้ทักษะอาชีพร่วมกับทุกภาคส่วน พร้อมทั้งปรับปรุงหลักสูตรในสถานศึกษาไปพร้อมกับการปรับปรุงบุคลากร นอกจากนี้ได้นำภาษาอังกฤษ ภาษากัมพูชา และภาษาเวียดนาม มาจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติม ตลอดจนส่งเสริมทักษะอาชีพการบริการให้เหมาะสมกับท้องถิ่น

ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด กล่าวว่า หน่วยงานในส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งอาคารสถานที่กับสถานศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ตลอดจนสถานศึกษาของชุมชน อีกทั้งยังมีภารกิจดูแลผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ ซึ่งจัดให้มีกองทุนฟื้นฟูและให้ความรู้เรื่องสุขภาพและกฎหมาย ทั้งนี้ ได้จัดให้มีโรงเรียนสอนกีฬาฟุตบอลซึ่งได้ผลิตนักฟุตบอลอาชีพที่ป้อนเข้าสูงวงการฟุตบอลจำนวนมาก

ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราดต้องการแรงงานตอบสนองอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน การขนส่งโลจิสติกส์ และการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งหอการค้าจังหวัดตราดมีความต้องการที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลนักเรียนที่ได้เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.5 ด้วยการสนับสนุนให้เรียนสายอาชีพ เพื่อให้นักเรียนเหล่านั้นสามารถมาประกอบอาชีพได้หลังจบการศึกษา ซึ่งมีแนวคิดหลักที่ว่า “เรียนเพื่อมีงานทำ” โดยอันดับแรกจะต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้ปกครองและนักเรียนให้หันมาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น พร้อมทั้งปฏิรูปครูและผู้เรียนระดับอาชีวศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด กล่าวเสนอว่า ควรให้นักเรียนชั้น ม.3 ไปศึกษาดูงานในสถานประกอบการทั้งในจังหวัดตราดและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อทำให้เด็กรู้ตัวว่าโตขึ้นจะทำอาชีพอะไรและใช้ข้อมูลจากการศึกษาดูงานมาประกอบการตัดสินใจในการเรียนต่อระดับชั้น ม.ปลายหรือสายอาชีพ อีกทั้งสนับสนุนให้สถานประกอบการรับเด็กฝึกงาน อย่างไรก็ดีการรับเด็กฝึกงานนั้นมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กเหล่านี้ โดยขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการลดหย่อนภาษีจากรายจ่ายที่ใช้ดูแลเด็กนักเรียนฝึกงานต่อไป

พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าใช้จ่ายที่ภาคเอกชนใช้ในการดูแลการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี โดยหลักการแล้วจะสามารถนำมาหักภาษีได้ 300% ซึ่งแนวคิดดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวสรุปว่า การประชุมในครั้งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากได้รับทราบแผนงานต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานที่มีการบูรณาการร่วมกัน ซึ่งแผนงานต่างๆจะนำไปสู่การปฏิบัติจึงขอให้ทุกคนมุ่งมั่นและตั้งใจ โดยได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการวางแผนและการปฏิบัติ ดังนี้

- หากเรามีแผนที่ดีจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติที่ดีด้วย จึงจะทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ
- หากเรามีแผนที่ไม่ดี แต่มีการปฏิบัติที่ดีก็จะช่วยพัฒนาแผนงานให้ดีได้
- การมีแผนที่ดี แต่การปฏิบัติไม่ดี มีสาเหตุมาจากขาดความร่วมมือกันทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ
- การมีแผนไม่ ดีรวมทั้งมีการปฏิบัติที่ไม่ดีด้วย ย่อมไม่ประสบความสำเร็จ

จึงขอให้ทุกภาคส่วนนำแผนงานที่มีอยู่ไปทบทวนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่ การปฏิบัติอย่างเข้มข้นและสัมฤทธิ์ผลต่อไป


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
19/5/2559
update
20/5/2559


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: บัลลังก์ โรหิตเสถียร
326 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
การจัดส่งข้อมูล e-Library

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
               1
   2    3    4    5    6    7    8
   9    10    11    12    13    14    15
   16    17    18    19    20    21    22
   23    24    25    26    27    28    29
   30    31          


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.00  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์