ประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจฯ
  ข่าวทั้งหมด
5 กุมภาพันธ์ 2558

      

        สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาเต็มรูปแบบ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต โดยมีรองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้มีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักการ/แนวคิด มาตรการ และวิธีการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา และจัดทำแผนและขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านระบบการบริหารจัดการจากเดิมที่รวมศูนย์อำนาจไปสู่การกระจายอำนาจการจัดการศึกษา

 
 

 


       รองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้วางกรอบเพื่อเตรียมร่างเป็นยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา   เต็มรูปแบบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะเลขานุการของคณะอนุกรรมการฯ รวบรวมกรอบแนวคิดด้านการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาที่มีอยู่แล้วจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รวมทั้งแนวคิดของ ศธ. เอง เพื่อนำมาประมวลสรุปและจัดทำกรอบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจใน ๔ ด้านสำคัญ ประกอบด้วย

  
        ๑. การจัดการรูปแบบการศึกษา โดยองค์กรจากภาคส่วนอื่นในท้องถิ่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ ภายใต้แนวคิดการศึกษาสมัยใหม่คือการจัดการศึกษาไม่ใช่หน้าที่เฉพาะของรัฐเท่านั้น
        ๒. แนวคิดการถ่ายโอนโรงเรียนขนาดเล็กให้กับท้องถิ่น จำนวน ๑๕,๐๐๐ แห่ง จากจำนวนโรงเรียนทั้งสิ้น ๓๕,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ โดยต้องมองความพร้อมของท้องถิ่นที่รับโอนโรงเรียนไปด้วยว่ามีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษามากน้อยเพียงใด
        ๓. ยกระดับให้โรงเรียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล ที่สามารถบริหารจัดการโรงเรียนได้ด้วยตัวเอง มีอิสระที่จะบริหารได้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวางกำลังคน และงบประมาณ
        ๔. ส่งเสริมกลไกจังหวัด สร้างให้เกิดความหลากหลายของสถานศึกษา สร้างให้เกิดการรวมตัวกันเองทุกภาคส่วนในท้องถิ่นเพื่อเข้ามาบริหารจัดการสถานศึกษาด้วยคนในท้องถิ่น เช่น หน่วยงานด้านวัฒนธรรม ด้านท่องเที่ยว ฯลฯ 

 

          รองศาสตราจารย์วรากรณ์ กล่าวว่า ในจำนวนโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า ๖๐ คนนั้น มีจำนวนมากถึง ๗,๐๐๐ แห่ง อย่างไรก็ตาม การถ่ายโอนนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความสมัครใจจากผู้บริหารและครูในโรงเรียนสำหรับการถ่ายโอนไปยังท้องถิ่นด้วย หากไม่พร้อมหรือไม่สมัครใจในการถ่ายโอนไปพร้อมกับโรงเรียนก็ต้องให้โอกาสในการโยกย้ายตำแหน่งไปทำอย่างอื่น และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความพร้อมเข้ามาทำหน้าที่แทน โดยไม่เสียสิทธิ และมีผลประโยชน์เดิมที่มีอยู่ในฐานะข้าราชการ

          “การรวมศูนย์อำนาจเป็นจุดอ่อนที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการคุณภาพทางการศึกษา ขณะที่ในแง่ของการแก้ปัญหาทุจริตในด้านต่าง ๆ นั้น น่าเชื่อได้ว่าหากมีการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาอย่างแท้จริงแล้ว คนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอง จะช่วยให้เกิดการตรวจสอบกันเองอย่างดีมากกว่ารอให้หน่วยราชการด้วยกันเองมาคอยติดตามว่าใครจะโกง ใครจะทุจริต เมื่อกระจายอำนาจแล้วจะช่วยสร้างให้เกิดธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ คุณภาพการศึกษาที่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่” ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจ กล่าว

          รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า บทบาทของรัฐในด้านการศึกษาสมัยใหม่เปลี่ยนไปแล้ว รัฐมีหน้าที่สนับสนุนส่วนที่ขาดหาย แผ้วถางทางหรืออุปสรรคอื่น ๆ เพื่อให้กลไกของจังหวัดเกิดการรวมตัวกันให้ได้ ส่งเสริมความร่วมมือในระดับจังหวัด ที่สำคัญสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องไม่คิดเรื่องการเป็นเจ้าของโรงเรียน เมื่อมีการโอนย้าย หรือถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องเลิกผูกขาดการจัดการศึกษาโดยรัฐ เพราะระบบราชการมีข้อจำกัด และต้องยอมรับว่าราชการมีความอ่อนไหวทางการเมืองสูง ดังนั้น รัฐต้องเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นผู้สนับสนุนการจัดการศึกษา โดยให้ภาคส่วนอื่นมาบริหารจัดการศึกษาแทน

          นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร อนุกรรมการฯ กล่าวว่า กลไกสำคัญของการปฏิรูปการกระจายอำนาจการศึกษาคือ ต้องปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ว่าภาครัฐ หรือ ศธ. ไม่ใช่ผู้บริหารจัดการศึกษาอีกต่อไปแล้ว และต้องให้ความสำคัญต่อท้องถิ่นมากกว่าคือ การสร้างกลไกของจังหวัด ซึ่งไม่ใช่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่หมายถึงภาคส่วนอื่น ๆ เช่น นักวิชาการ ภาคเอกชน กลุ่มอดีตข้าราชการ ภาคประชาสังคม ฯลฯ ต้องสร้างการสื่อสารให้คนกลุ่มนี้เข้าใจตรงกันเรื่องการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการรวมตัวกันโดยธรรมชาติและสร้างทิศทางการจัดการศึกษาของท้องถิ่น ต้องให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของท้องถิ่นและชุมชน โดยหาช่องทางแก้ไขและลดความเหลื่อมล้ำอย่างสอดคล้องกับทิศทางการศึกษาระดับชาติ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เห็นผลในระยะสั้น แต่ช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะสมที่จะต้องสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้นในระยะยาวต่อไป 

         ทั้งนี้ ประธานได้มอบหมายให้คณะทำงาน สกศ. เร่งประมวลสรุปข้อมูลสำคัญใน ๔ ประเด็นข้างต้น มาเสนอแนวทางวางยุทธศาสตร์ฯ ในการประชุมครั้งต่อไปปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

ข่าวสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: บำรุง เฉียบแหลม
129 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
ร่วมแสดงความคิดเห็น แนวทางการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe

moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.81  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์