พจนานุกรมภาษามลายูถิ่นปัตตานี อีกความหวังลดดีกรีร้อนจังหวัดใต้
  ข่าวทั้งหมด
13 สิงหาคม 2551

      

Source - เดลินิวส์ (Th)

Wednesday, August 13, 2008  11:58

          'ความแตกต่างด้านภาษาระหว่างชาวบ้านมุสลิมกับกลุ่มคนที่ไม่ได้พูดภาษามลายูถิ่นปัตตานี โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้'
          พูดกันมานานแล้วว่าปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นอกจากเรื่องของ "ความจำเป็นที่ต้องแบ่งแยกดินแดน" ซึ่ง "ผู้อยู่เบื้องหลัง" ใช้เป็นประเด็นหลักในการชักจูงชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนให้หลงผิดเข้ามาเป็นแนวร่วมได้เป็นจำนวนมากแล้ว อีกประเด็นหนึ่งทีดูเหมือนจะเป็นจุดเปราะบาง แต่มีผลหนักหน่วงที่ตอกย้ำสภาพปัญหาให้มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มความแปลกแยกในกลุ่มสังคมคนต่างวัฒนธรรม นั่นก็คือ ปัญหาของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน
          ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นพื้นทีที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยประชากรกว่าร้อยละ 90 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามลายูถิ่นปัตตานีในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีความแตกต่างจากภาษามลายูมาตรฐานที่ใช้ในประเทศมาเลเซีย
          ภาษามลายูถิ่นปัตตานีไม่มีภาษาเขียน มีแต่ภาษาพูดที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมเฉพาะตัวของคนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน
          อีกทั้งวิถีชีวิของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ดำรงอยู่โดยผูกโยงกับหลักทางศาสนาอย่างเคร่งครัด เมื่อสื่อสารไม่เข้าใจกัน พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง โดยเฉพาะความไม่เข้าใจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือชาวไทยพุทธที่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร บวกกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเองหากขาดความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณี โดยเฉพาะความเชื่อทางศาสนาของชาวบ้าน บางครั้งเมื่อเกิดการเข้าใจผิดกันจึงอาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็บ่มเพาะสะสมความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันจนกลายเป็นความรุนแรงในที่สุด
          คณะกรรมการอิสระเพื่อควาสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ก็เคยระบุไว้ว่า ความแตกต่างด้านภาษาระหว่างชาวบ้านมุสลิมกับกลุ่มคนที่ไม่ได้พูดภาษามลายูถิ่นปัตตานี โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
          แต่อย่างไรก็ตามคงเป็นเรื่องยากสำหรับคนต่างพื้นที่ที่จะเรียนรู้ภาษามาลายูถิ่นปัตตานีที่มีแต่ภาษาพูด ไม่มีภาษาเขียน ดังนั้นโครงการจัดทำ "พจนานุกรมภาษามลายูถิ่นปัตตานี-ไทย" เล่มแรกจึงเกิดขึ้น ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี โดยมีมูลนิธิเอเชียเป็นผู้ให้การสนับสนุน เพื่อมุ่งหวังให้เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยลดอุปสรรคในการสื่อสาร และประสานความเข้าใจระหว่างชาวมุสลิมที่ใช้ภาษามาลายูถิ่นปัตตานี กับผู้ที่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่
          ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู หัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อจัดทำพจนานุกรมภาษามลายูถิ่นปัตตานี-ไทย และภาษาไทย-มลายูถิ่นปัตตานี บอกว่า ภาษาไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม จึงไม่อยากให้ช่องว่างทางภาษาทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ดังนั้นการเรียนรู้กันและกัน โดยเฉพาะการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมความหลากหลายของคนในชาติจะก่อให้เกิดความเข้าใจ อันเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงและสันติสุขในประเทศ
          "มีการระดมนักวิชาการทั้งภาษามลายูและภาษาไทยรวม 10 คนมาช่วยกันทำ ซึ่งความยากอยู่ที่ภาษามลายูถิ่นมีหลายสำเนียง ไม่มีตัวเขียน และบางเสียงของภาษามลายูถิ่นก็ไม่มีในภาษาไทย จึงต้องมีการกำหนดสัญลักษณ์ของหน่วยเสียงต่างๆ ขึ้นเอง ดังนั้นแม้แต่คนที่ไม่รู้ภาษามลายูถิ่นเลย หากออกเสียงคำศัพท์ตามพจนานุกรมก็ยังทำให้เจ้าของภาษาฟังรู้เรื่องได้เช่นกัน" ผศ.ดร.วรวิทย์ กล่าว
          นายแวมายิ ปารามัล หัวหน้าแผนกภาษามลายู ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ย้ำว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะได้ประดยชน์จากพจนานุกรมมี 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1.ข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะเคยเข้าอบรมภาษามลายูถิ่นมาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียนรู้ศัพท์เพิ่มเติมได้จากที่ไหน 2.มุสลิมจากพื้นที่อื่นๆ ของไทยที่พูดภาษามลายูถิ่นไม่ได้ก็จะเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและ 3.เจ้าของภาษาเอง เพราะทุกวันนี้ คำศัพท์หลายคำกำลังเลือนหายไป เด็กมุสลิมรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเขตเมืองก็นำภาษาไทยมาใช้แทนมากขึ้น ทำให้วงศัพท์ดั้งเดิมค่อยๆ สูญหายไป ดังนั้นการมีพจนานุกรมก็จะเป็นการอนุรักษ์ภาษามลายูถิ่นไว้ได้
          น.ศ.นูรราฮีมีย์ ฮะยียามา อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปี 4 คณะมนุษยศาสตร์ วิชาเอกภาษาอังกฤษ ม.ราชภัฏสวนดุสิต บอกว่า อยากให้มีพจนานุกรมอย่างนี้มานานแล้ว เพราะถึงแม้จะพูดภาษามลายูถิ่นได้ตั้งแต่เล็ก แต่ก็ไม่เคยมีตัวเขียน เป็นการเรียนรู้ภาษาจากในครอบครัวที่พูดสืบต่อกันมา ดังนั้นการมีพจนานุกรมจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เมื่อสามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจก็เชื่อว่า ความสัมพันธ์ที่ดีด้านอื่นๆ ก็ย่อมติดตามมา
          ในขณะที่ ดร.เจมส์ ไคล์น ผู้แทนมูลนิธิเอเชีย มองว่า พจนานุกรมเหล่านี้ อาจไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงได้โดยตรง แต่หากมองในแง่ดีก็น่าจะช่วยบรรเทาสาเหตุของความขัดแย้งลงได้ และช่วยสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้น ลดความตึงเครียดระหว่างสองชุมชน
          ตอนนี้ทางโครงการก็ได้แจกจ่ายหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อแล้ว ส่วนผู้ที่สนใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โทร. 0-7331-2290.

          พลพิบูล เพ็งแจ่ม


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
768 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
การจัดส่งข้อมูล e-Library

........
moe
moe
Dashboard สถิติการการศึกษา

การจัดส่งข้อมูล e-Library

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
   1    2    3    4    5    6    7
   8    9    10    11    12    13    14
   15    16    17    18    19    20    21
   22    23    24    25    26    27    28
   29    30    31        


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.09  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์