เรื่องประชาคมอาเซียน สถานศึกษาอย่าหลงประเด็นหลัก
  ข่าวทั้งหมด
19 กุมภาพันธ์ 2556

      

เรื่องประชาคมอาเซียน สถานศึกษาอย่าหลงประเด็นหลัก

 

          ประภาศ ปานเจี้ยง
            คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

          อนุสนธิจากการฟังบรรยายพิเศษของศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม เรื่อง "อำนาจรัฐกับการบริหารประเทศ ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน" เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ความตอนหนึ่งท่านกล่าวสรุปความว่า สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดก่อนถึงปี พ.ศ. 2558 คือประเทศไทยต้องเตรียมประชาชนของเราให้ทราบว่าอาเซียนคืออะไร เกิดขึ้นทำไม มีข้อตกลงอะไรกันบ้าง และที่สำคัญที่สุดการรวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียนจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคตของพลเมืองไทยอย่างไร
          ผมสนใจและเห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ของศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม มาก ทั้งในฐานะพ่อของลูกที่ต้องเป็นผู้ปกครองนักเรียน ในฐานะอาจารย์ที่ต้องสอนหนังสือลูกศิษย์ และในฐานะประชาชน ในฐานะผู้ปกครองนักเรียนผมเป็นพ่อลูกสอง ลูกคนแรกกำลังเรียนระดับประถมตอนปลาย ลูกคนเล็กกำลังเรียนระดับอนุบาล ผมรับส่งลูกไปกลับโรงเรียนทุกวัน สอนการบ้านลูก เซ็นชื่อรับทราบในสมุดมอบหมายการบ้านต่างๆ ที่ครูมอบหมายมา และเซ็นชื่อรับทราบการบ้านที่ลูกทำเสร็จก่อนที่ลูกจะส่งครูในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งการไปเข้าร่วมการประชุมผู้ปกครองและการจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนทั้งกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมการกีฬา
          ขณะมีเวลาอยู่ที่โรงเรียนของลูกผมให้ความสำคัญกับการอ่านป้ายนิเทศต่างๆ ของโรงเรียน พบว่าโรงเรียนตื่นตัวในเรื่องการเตรียมนักเรียนเข้าสู่อาเซียนในระดับที่น่าพอใจ แต่มีข้อสังเกตว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ผมรับรู้โรงเรียนเตรียมเด็กของเราเฉพาะแค่ข้อมูล "แช่แข็ง" หรือข้อมูล "แห้งๆ" เป็นต้นว่า ให้เด็กนักเรียนรู้จักและจำได้เฉพาะข้อมูลพื้นฐานทั่วไปของกลุ่มประเทศในประชาคมอาเซียน เช่น ชื่อประเทศ ชื่อเมืองหลวง ดอกไม้ประจำชาติ ภาษาประจำชาติ ศาสนาประจำชาติ ชุดประจำชาติ เป็นอาทิ อนุมานได้ว่าน่าจะเกือบทั้งประเทศที่เป็นเหมือนกันเช่นนี้ กิจกรรมที่ทำกันมากคือให้นักเรียนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติอาเซียน
          ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปที่ผมกล่าวว่าเป็นข้อมูลแบบแช่แข็ง ก็เป็นข้อมูลที่จำเป็นที่เด็กนักเรียนของเราต้องรู้ แต่เมื่อไหร่เราจะข้ามผ่านไปสู่ความรู้ แนวคิด หรือความเข้าใจในเรื่องอื่นเสียที
          เรื่องกำหนดให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษกันในชีวิตประจำวันสัปดาห์ละหนึ่งวันที่เคยพูดกัน ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ควรถูกหัวเราะเยาะเหมือนที่บางคนแสดงอารมณ์ออกไป เนื่องจากเราก็รู้กันอยู่ว่าการเรียนรู้พฤติกรรมทุกพฤติกรรมจะพัฒนาไปถึงจุดที่เป็นพฤติกรรมที่คงทนถาวร (Permanent Behavior) ได้ต้องอาศัยการปฏิบัติ (Practice) บ่อยๆ ซ้ำๆ แต่คำถามใหญ่ของเรื่องนี้ก็คือ ครูทั้งโรงเรียนตั้งแต่ผู้อำนวยการยันครูประจำชั้นและครูประจำการทุกกลุ่มสาระวิชาจะพร้อมเพรียงกันพูดภาษาอังกฤษกับนักเรียนทุกคนหรือเปล่า ครูทุกคนกล้าเป็นผู้นำนักเรียนในการสร้างบรรยากาศการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษหรือไม่ ผมไม่ได้หมายความว่าครูของเราพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะครับ สติปัญญาและความรู้ความสามารถของครูไทยไม่น้อยหน้ากว่าครูชาติอื่นในอาเซียนหรอกครับ แต่ปัญหาเรื่องทัศนคติ (Attitude) ต่อนโยบายต่างๆ และความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการสนองนโยบายต่างหากที่น่าห่วง
          ในฐานะผู้สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย ผมเพิ่งเข้าร่วมวงการอภิปรายกับเพื่อนผู้ร่วมวิชาชีพเดียวกันเมื่อช่วงเกือบๆ จะสิ้นปีที่แล้ว ครั้งนั้นอภิปรายกันประมาณ 10 มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อค้นหาโจทย์วิจัยด้วยคำถามที่ว่า "การเตรียมตัวสู่ประชาคมอาเซียน : มหาวิทยาลัยกำลังทำอะไร" สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยแห่งชาติ (สกว.) เป็นผู้ดำเนินการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้อำนวยความสะดวกและสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ องค์ความรู้จากการระดมสมองครั้งนี้พบว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยทั้ง 10 มหาวิทยาลัยได้ทำและกำลังทำเพื่อตอบสนองเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้แก่
          1.ทำบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งโดยส่วนมากเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์
          2.เปิดสอนรายวิชาอาเซียนศึกษา (ASEAN Study) เป็นรายวิชาในกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไป (General Education)
          3.เปิดสอนภาษามลายู รวมทั้งภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลี เพื่อเตรียมคนเรื่องความสามารถในการสื่อสารกับพลเมืองประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนบวกสาม
          4.ฝึกอบรมภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรของตนเอง
          5.มีแผนที่จะเปิดสอนภาษาของประเทศกลุ่มอาเซียนอื่นๆ เช่น ภาษาพม่า ภาษาเวียดนาม ภาษาตากาล็อก เป็นต้น
          ทั้ง 5 ประการข้างต้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ที่มหาวิทยาลัยต้องทำเพื่อเป็นการผลิตบัณฑิตที่มีคุณลักษณะพื้นฐานของความเป็นพลเมืองของประเทศอาเซียน แต่ความรู้เชิงลึกที่ว่า ทำไมเราต้องรวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียน เจตนารมณ์ของการรวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียนคืออะไร ข้อตกลงร่วมกันของประเทศอาเซียนคืออะไร หมายความว่าอย่างไร ถ้าไม่รวมกลุ่มกันและไม่มีข้อตกลงอะไรๆ ร่วมกันจะดีกว่าเดิมหรือไม่ดีกว่าเดิมอย่างไร
          คำตอบของคำถามเหล่านี้มหาวิทยาลัยจะต้องไปให้ถึง และนำมาเข้าสู่ห้องเรียน เพื่อคุยกับนักศึกษาของเรา รวมทั้งคำตอบของคำถามเชิงจิตวิทยาที่ว่า เราจะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านในประเทศอาเซียนของเราอย่างไร จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เราจะปรับตัวเข้ากันได้อย่างไร จะต้องได้รับการอภิปรายแลกเปลี่ยนกัน ให้ผู้สอนและผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาเกิดความคิดรวบยอด

          --มติชน ฉบับวันที่ 20 ก.พ. 2556 (กรอบบ่าย)--


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
935 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลดำเนินงาน
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    31  


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.07  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์