สพฐ.รุกแก้ ’เลิกเรียนกลางคัน’ 4 แสนคนไร้โอกาสเรียนต่อ
  ข่าวทั้งหมด
31 มกราคม 2556

      

สพฐ.รุกแก้ 'เลิกเรียนกลางคัน' 4 แสนคนไร้โอกาสเรียนต่อ

          เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์

          ปัญหาเด็กนักเรียนออกกลางคันยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามแก้ไข แต่จนถึงขณะนี้ยอดสะสมของนักเรียนที่ต้องออกกลางคันกลับเพิ่มสูงขึ้นถึง 4 แสนคน ล่าสุด คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ต้องหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาทบทวนใหม่ โดยเสนอให้โรงเรียนปรับวิธีการสอนให้ยืดหยุ่น เน้นไปที่ข้อจำกัดของเด็ก และต้องจัดทำระบบข้อมูลเด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้  เพื่อลดจำนวนเด็กออกกลางคันให้ได้
          วานนี้ (30 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดเสวนา "เด็กออกกลางคัน" โดยมี นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธาน พร้อมทั้งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และนักวิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยนายชินภัทร กล่าวว่า ที่ผ่านมา สพฐ.ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนนักเรียนที่อยู่ในระบบมาตลอด เพื่อรับทราบอัตราการคงอยู่ของนักเรียน และเห็นความสำคัญของปัญหาเด็กออกกลางคัน ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาเด็กที่หลุดออกนอกระบบว่ามีจำนวนมาก เมื่อคิดรวมจำนวนสะสมแล้วมีมากถึงหลักแสนราย การเสวนาครั้งนี้ สพฐ.จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดทิศทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อลดอัตราการออกนอกระบบให้เหลือน้อยที่สุด
          นายชินภัทร บอกว่า จากการเก็บสถิติการขึ้นทะเบียนเด็กใหม่เข้าสู่ระบบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า เด็กนักเรียนที่เข้าเรียน ป.1 ตั้งแต่ปี 2544 จำนวน 1,073,212 คน อัตราการคงอยู่ของเด็ก ป.1 เมื่อเลื่อนชั้นถึง ป.6 ในปี 2549 เหลือเพียง 974,265 คน พบว่าช่วงเวลานี้เด็กมีอัตราคงอยู่ถึง 90.75% ออกกลางคัน 98,947 คน และเมื่อเด็กเข้าสู่ระดับชั้น ม.ต้น อัตราคงอยู่ 873,970 คน หรือ 93.13% ในปี 2552 มีนักเรียนออกกลางคัน 100,295 คน และอัตราการคงอยู่ชั้น ม.ปลาย เหลือเพียง 643,821 คน หรือ 93.04% มีนักเรียนออกกลางคันในช่วงนี้ถึง 230,149 คน รวมแล้วอัตราคงอยู่ของนักเรียนทั้ง 12 ปี พบว่ามีนักเรียนที่หลุดออกนอกระบบ 429,391 คน หรือ 59.99% ซึ่งในจำนวนตัวเลขนี้ยังไม่รวมโรงเรียนที่อยู่ในการดูแลของสังกัดอื่น "จากสถิติอัตราการคงอยู่ของนักเรียนทั้งช่วงชั้นพบว่าสูงขึ้น จาก 90% เป็น 95% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงขึ้น และพบว่าจำนวนที่เด็กออกกลางคันลดลงในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่าน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมาดูจำนวนนักเรียนที่ออกกลางคัน พบว่า จำนวนที่ออกการคันก็ยังเป็นหลักแสน เพราะมีการสะสมมาหลายปี ดังนั้น คิดว่าประเด็นนี้ทุกฝ่ายต้องมาร่วมมือกันป้องกันและแก้ไข"
          นายชินภัทร กล่าวต่อไปว่า จากการหารือร่วมกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่มีประสบการณ์พบว่า สาเหตุของการออกกลางคันส่วนใหญ่มีปัญหามาจากความยากจน ปัญหาครอบครัว ปัญหาในการปรับตัวของนักเรียน ปัญหาที่นักเรียนต้องคดี ปัญหาที่นักเรียนเจ็บป่วย และปัญหาที่อพยพติดตามผู้ปกครอง ซึ่งสาเหตุหลักๆ จากปัญหาต่างๆ สรุปเป็น 3 สาเหตุใหญ่ๆ คือ 1.สาเหตุมาจากตัวนักเรียนเอง 2.สาเหตุจากครอบครัว และ 3.สาเหตุมาจากโรงเรียน ซึ่งการแก้ปัญหาในส่วนของตัวนักเรียนและครอบครัว อาจจะต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วย ส่วนสาเหตุจากโรงเรียน สพฐ.ต้องเร่งดำเนินการ
          "สาเหตุจากโรงเรียน พบว่าเด็กที่ออกกลางคันส่วนใหญ่มีปัญหาด้านผลการเรียน เรียนไม่ได้ เรียนแล้วไม่ได้นำไปใช้ ทำให้นักเรียนเกิดความท้อถอย เมื่อเรียนไม่สนุก เด็กก็รู้สึกเบื่อ ขณะที่เด็กเรียนมีปัญหาครอบครัว ที่บ้านขาดรายได้ ที่จะต้องช่วยเลือกแต่สิ่งที่เรียนไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ เด็กก็ออกกลางคัน เพราะการศึกษาในโรงเรียนไม่ได้ตอบสนองความจำเป็นในชีวิตประจำวันของเขา ซึ่งอาจจะมีปัญหาที่แตกต่างกัน" นายชินภัทร กล่าว และว่า หลังจากการรับฟังข้อมูลแนวทางการแก้ปัญหาจากผู้ปฏิบัติ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ คือ เราต้องปรับในเรื่องของวิธีการจัดการเรียนการสอน ให้มีความยืดหยุ่น และเข้าถึงข้อจำกัดของนักเรียนต่างๆ แต่ละคนอย่างแท้จริง
          นายชินภัทร กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาให้สำเร็จ โรงเรียนต้องเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง โดยต้องมีระบบข้อมูลที่สามารถชี้ได้ว่ามีนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสียงกี่คน มีใครบ้าง เพื่อที่จะได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านการเรียน ซึ่งจากนี้ไปการเรียนการสอนจะไม่ตึงเกินไป เพราะว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 บอกว่าสถานศึกษาสามารถจัดได้ 3 ระบบ โรงเรียนหลายแห่งจัดการเรียนการสอน 1 โรงเรียน 3 ระบบ ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนหนังสือได้ครบตามหลักสูตร ในขณะเดียวกันก็สามารถหารายได้ระหว่างเรียนได้  "ต่อไปนี้จะต้องมีการปรับระบบข้อมูลที่สามารถจะติดตามได้ และข้อมูลที่เจาะลึกในรายพื้นที่ จำเป็นต้องมีรายละเอียดที่มีคุณภาพที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายต่างๆได้ เพื่อการติดตามและให้ความช่วยเหลือนักเรียน และถึงเวลาที่เราจะทบทวนวิธีการเรียนการสอนที่มีรูปแบบที่หลากหลาย ไม่เน้นเฉพาะวิชาการเพียงอย่างเดียว ควรจะมีหลักสูตรที่เป็นทางเลือกให้กับนักเรียน และรูปแบบวิธีการเรียนให้เป็นทางเลือกให้กับนักเรียน เพื่อให้เด็กสามารถเรียนในระบบให้ครบตามข้อบังคับต่อไป" นายชินภัทร กล่าว
          ทั้งนี้ สพฐ. เตรียมนำเรื่องเด็กออกกลางคันเข้ามาอยู่ในวาระการประชุมใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ในวันที่ 11 ก.พ. นี้ ซึ่งตามปกติการประชุมนี้จะเป็นการหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการการศึกษา เพื่อให้ทุกพื้นที่ตระหนักถึงปัญหาเด็กออกกลางคัน เพื่อช่วยกันระดมความคิดเห็นและกำหนดเป็นแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน ด้านายสุรเสน ทั่งทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จ.พิจิตร เขต 2 ในฐานะผู้เปิดโรงเรียนมหาเมตตา บอกว่าเหตุผลส่วนหนึ่งที่เด็กเข้าสู่ระบบแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องออกจากระบบส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และมีความจำเป็นต้องออกไปช่วยพ่อแม่ทำงาน ซึ่งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พบว่ามีมากถึง 325 คนที่ออกกลางคัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่จบชั้นประถมศึกษา และในจำนวนนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะในเมื่อเขาไม่ได้เรียน เขาจะหากินได้อย่างไร และในเมื่อเขาไม่ได้รับการศึกษาที่ดี เขาจะดูแลครอบครัวให้ที่ดีได้อย่างไร ตนจึงคิดว่าในเมื่อเราเป็นผู้ที่จัดการศึกษาให้กับเด็ก ควรจะหาทางออกให้กับเขา  โดยต้องให้เขาได้รับการศึกษาด้วยวิธีใดก็ได้ เพราะตามกฎหมายการศึกษาให้ความสำคัญกับการศึกษาตลอดชีวิต จึงคิดว่าโรงเรียนมหาเมตตาคือทางเลือกของเด็กชั้นประถม เพื่อให้เขาได้มีโอกาสได้กลับเข้ามาในระบบการศึกษา แต่สามารถมีรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่จำกัดให้เขาอยู่กับที่ "ถ้าเด็กเหล่านี้ไม่สามารถเรียนจบในขั้นพื้นฐานได้ เขาก็ไม่มีใบเบิกทางที่จะไปเรียนต่อ แต่ถ้าเขาได้รับโอกาส โดยโรงเรียนสามารถปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สามารถเข้าถึงพวกเขาได้ในรูปแบบต่างๆ เด็กก็จะได้รับการศึกษา ไม่เป็นปัญหาสังคม" นายสุรเสน กล่าว

          'สาเหตุของการออกกลางคัน ส่วนใหญ่มีปัญหายากจน ปัญหาครอบครัว'

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: นิภา แย้มวจี
577 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลดำเนินงาน
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    31  


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.13  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์