ตามไปดู’กศน.สอนภาษาไทยในมาเลเซีย’
  ข่าวทั้งหมด
17 มกราคม 2556

      

ตามไปดู'กศน.สอนภาษาไทยในมาเลเซีย'

 

          เกษม ลิมะพันธุ์ สถาบัน กศน.ภาคใต้
          สาเหตุจูงใจที่คนไทยนิยมไปประกอบอาชีพที่มาเลเซีย ปัจจัยที่สำคัญคือ "เงินรายได้" และอัตราจ้างที่ได้รับสูงกว่าเมืองไทย บางคนพูดว่า "อยู่เมืองไทยหางานยาก ถึงมีงานทำแต่ค่าจ้างถูก ใครที่อยากสร้างเนื้อสร้างตัว ก็ต้องไปทำงานที่มาเลเซีย กลับมาจากมาเลเซียได้เงินเป็นกอบเป็นกำ" จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยในจังหวัดภาคใต้จำนวนมากเดินทางเข้าไปศึกษาต่อและทำงานในประเทศมาเลเซีย
          และจากการที่มีคนไทยเข้าไปอยู่ในมาเลเซียนับแสนคน โดยอาศัยอยู่ในหลายรัฐของมาเลเซีย ทำให้พบว่าคนไทยเหล่านั้นได้มีการรวมกลุ่มเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีความเป็นไทยสูง แต่มีปัญหาอ่านเขียนภาษาไทยไม่ค่อยได้ เรื่องนี้ นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว กศน. ได้รับการประสานจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ว่ากลุ่มคนไทยในมาเลเซียต้องการให้ กศน. เข้าไปสอนภาษาไทยและจัดการศึกษาพื้นฐานให้ทั้งตัวเองและลูกหลานที่เกิดในมาเลเซีย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงต้องการเรียนต่อโดยให้ กศน.เข้าไปดูแลจัดการศึกษาให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะคนกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ กศน. ต้องเข้าไปดูแลจัดการศึกษาให้อยู่แล้ว อีกทั้งในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมอาเซียน กศน. ก็ต้องการเปิดศูนย์การเรียนในประเทศกลุ่มอาเซียนให้ครบทุกประเทศด้วย จากที่ปัจจุบันมีเพียงที่สิงคโปร์เท่านั้น
          ดังนั้นการเปิดศูนย์การเรียนในมาเลเซียจึงสอดคล้องกับนโยบาย และเป็นการเตรียมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ กศน. ด้วย หลังจากเปิดศูนย์การเรียนในมาเลเซียแล้วจะมีการขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนต่อไป เพื่อให้ครบทั้ง 9 ประเทศ ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศที่ได้เริ่มประสานงานกันบ้างแล้ว ทั้งนี้ กศน. ได้เปิดศูนย์การเรียนในประเทศมาเลเซียไปแล้วหลายแห่ง เช่น วัดพุทธไทยเชตวัน วัดพุทธชยันตี กรุงกัวลาลัมเปอร์ วัดบุญญาราม รัฐเคดาห์ และรัฐอื่น ๆ เพื่อรองรับคนไทยในมาเลเซีย ที่ต้องการให้ กศน.เข้าไปจัดการศึกษาให้ และต้องการให้ลูกหลานได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยเพื่อไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง
          ด้านายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการสถาบัน กศน. ภาคใต้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ สถาบัน กศน. ภาคใต้ ได้จัดทำโครงการ "อาเซียนศึกษา" ขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและจัดการศึกษาให้แก่กลุ่มคนนอกระบบเพื่อจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศเป้าหมายประเทศแรกเพราะมีชายแดนติดต่อกัน มีกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในรัฐภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย เช่น รัฐเคดาห์ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นกลุ่มอาเซียนศึกษาร่วมกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปประสานความร่วมมือ จนปัจจุบันมีการเปิดศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้วัดเป็นสถานที่เรียน และพบว่ามีการจัดการศึกษาได้ดีในระดับหนึ่งเพื่อให้คนไทยเหล่านั้นได้เรียนรู้การเขียน การอ่าน การพูดภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา และการเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วย
          กิจกรรมโครงการอาเซียนศึกษาเริ่มต้นขับเคลื่อนจากการได้ไปพบปะเรียนรู้ร่วมกันกับพี่น้องชาวสยามที่อาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม ใช้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ พร้อมทั้งจัดตั้งเป็นโรงเรียนเพื่อเรียนภาษาไทยตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา โดยใช้หลักสูตรวิชาภาษาไทยเรียนรู้ ตั้งแต่การเขียน การอ่าน มีครูอาสาสมัคร พระภิกษุและผู้ที่มีความรู้ภาษาไทยทำหน้าที่เป็นครูผู้สอน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่รวมกลุ่มของญาติโยมมาปฏิบัติศาสนกิจ ฟังเทศน์ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม รวมถึงการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมในเทศกาลสำคัญต่าง ๆ
          สำหรับ พระวิทูรย์ ปกัสสโร พระอาจารย์และผู้แทนเจ้าอาวาส วัดพุทธชยันตี กล่าวว่า การเปิดศูนย์การเรียน กศน. มีจุดเด่นหลายประการ อาทิ เป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนภาษาไทย เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรม เรียนศิลปะวิทยา และที่สำคัญ คือ กศน.ได้ออกประกาศนียบัตรทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นระดับ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย เพื่อเป็นการรับรองว่าเด็กคนนั้น ๆ ได้เรียนจนจบหลักสูตร แล้วจะไปเรียนต่อที่ไหนก็ได้ ซึ่งถือว่าดีมาก
          "นักเรียนที่นี่จะพูดภาษาไทยกันหลายสำเนียงรวมทั้งภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาไทยกลันตัน ภาษาไทยเจะเห และภาษารูมี หรือภาษามลายู รวมถึงภาษาอังกฤษและภาษาจีนอีกด้วย แต่เมื่อเด็กได้เข้ามาเรียนแล้วจะได้เรียนรู้ภาษาไทยด้วย เช่น บางครอบครัวลูกหลานไม่รู้จักภาษาไทยเลยทั้ง ๆ ที่เป็นคนไทย เด็กเหล่านี้รู้จักแต่ภาษารูมี ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน แต่กลับพูดและเขียนภาษาไทยไม่ได้ เพราะผู้ปกครองไม่พูดกับลูก เพราะฉะนั้นคิดว่า กศน. จะมาช่วยให้ภาษาไทยได้อยู่คู่กับการอนุรักษ์ของคนสยามในประเทศมาเลเซียต่อไป และการที่ กศน.จัดโครงการนี้ขึ้นมา หวังว่ามิตรสัมพันธ์ฉันพี่น้องของเราจะดำเนินต่อไป ตราบที่ยังเป็นคนไทยก็ขอให้ความสัมพันธ์ของเราอยู่คู่กันเหมือนฟ้ากับดิน" พระวิทูรย์ กล่าว.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 18 ม.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
348 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
.....
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe
แบบสอบถามความรับผิดชอบต่อสังคมของกระทรวงศึกษาธิการ
moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30
   31            


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.94  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์