วงเสวนา การศึกษาในศตวรรษที่ 21 หวัง‘พลิกโฉม’หลักสูตร-ตำรา-การประเมินผล
  ข่าวทั้งหมด
7 ธันวาคม 2555

      

วงเสวนา การศึกษาในศตวรรษที่ 21 หวัง‘พลิกโฉม’หลักสูตร-ตำรา-การประเมินผล

 

          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา มูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดวงเสวนา “เพื่อการปฏิรูปหลักสูตรแกนกลางและการสอบมาตรฐาน” ในโครงการยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดความรับผิดชอบและคุณภาพ โดยมี 2 ประเด็นหลักร่วมหารือคือ 1.ทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และ 2.หลักสูตรการสอบและการประเมินผลมาตรฐานหลักสูตรแกนกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
          ผลของการเสวนา ได้ข้อสรุปหลักที่เห็นสอดคล้องตรงกันว่า 1.หลักสูตรแกนกลางต้องปรับให้สอดคล้องกับการสร้างการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยมีครูเป็นวิทยากรกระบวนการกระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียน และ 2.การหาเครื่องมือมาตรฐานในการประเมินผล ซึ่งควรมีลักษณะคล้ายคลึงกับ PISA เพื่อจะให้เกิดมาตรฐานกลางในการวัดคุณภาพการศึกษาในประเทศไทย 3.เครื่องมือการทดสอบตัวใหม่นี้กระทรวงศึกษาธิการต้องมีส่วนในการแสดงความรับผิดชอบต่อนักเรียน ครอบครัว 4.โรงเรียนควรมีอิสระในการจัดหลักสูตรการเรียนท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้และลองผิดลองถูก 5.การเทรนนิ่งครูด้วยระบบการเรียนรู้ร่วมกันทั้งชุมชน (Professional Learning Community) เป็นสิ่งสำคัญถ้าต้องการจะยกระดับการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
          ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า กลไกสำคัญที่การศึกษาไทยขาดในการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้จากศตวรรษที่ 20 สู่ศตวรรษที่ 21 คือ กลไกในการ พลิกโฉมวงการศึกษา (Transform)ซึ่งก็คือแนวทางในการดำเนินการและการลงมือปฏิบัติที่ต้องสร้างกระบวนการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อ และการก้าวผ่านทัศนคติต่างๆ โดยอาศัยองค์ประกอบต่างๆ ในการผลักดันการศึกษาที่ต้องมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน ทั้งคนที่รับผิดชอบโดยตรง และสังคมโดยรอบ ซึ่งในเวลา 5-6 เดือนข้างหน้านี้ TDRI จะนำเสนอ “โร้ด แมพ” คร่าวๆ ว่า กระทรวงศึกษาธิการควรจะมีธงอย่างไรใน 3 ประเด็นสำคัญคือ 1.ทักษะที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 2.หลักสูตรและตำราที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3.รูปแบบหรือเครื่องมือในการประเมินวัดผลในระดับชาติต่อไป
          นพ.วิจารณ์ พานิช กรรมการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ กล่าวว่า ผลงานวิจัยเรื่องการเรียนรู้ระบุว่า การเรียนรู้ที่ดีผู้เรียนต้องได้ลงมือทำกิจกรรมนั้นเอง ฉะนั้นต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้และการเรียนรู้ต้องเลยจากความต้องการความรู้ไปสู่ความต้องการทักษะฉะนั้น 1.ผู้เรียนจึงต้องเป็นการฝึกฝนลงมือทำ 2.ครูต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ “หัวใจสำคัญที่สุดของการเรียนอยู่ที่ ครูสามารถวัดความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของลูกศิษย์และช่วยในการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อที่จะไปอยู่ในโลกแห่งการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลง โดยครูต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ไม่ใช่อยู่ในกระบวนการที่ถูกเปลี่ยนแปลง ซึ่งเห็นด้วยกับการเปลี่ยนวิธีวัดผลการประเมิน โดยยึดฐานการประเมินเป็นตัวตรวจสอบมาตรฐานความรับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้เกิดอิสระในการเรียนมากขึ้น
          ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาวิชาการ สสค. กล่าวว่าการวัดผลสัมฤทธิ์เด็กไทยนั้นระบบวัดผลสำคัญมาก ถ้าไม่มีระบบวัดผลที่ดีเราก็ไม่สามารถพัฒนาครูและเด็กได้ ไม่สามารถรู้ได้ว่าเราจะยืนอยู่จุดไหน ทั้งในระดับชาติและระดับโรงเรียน อย่างไรก็ตามการวัดผลสัมฤทธิ์ในปัจจุบันยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง 3 ด้านคือ 1.ข้อสอบยังขาดเนื้อหาที่ครอบคลุมและส่วนใหญ่ออกโดยอาจารย์มหาวิทยาลัยทำให้การออกข้อสอบค่อนข้างล้ำหน้าไปกว่าวิชาที่เรียนและกระบวนการคิด จึงกลายเป็นสอนอย่างสอบอย่าง จึงควรมีกระบวนการพัฒนาครูอย่างคู่ขนานเพื่อนำเข้าสู่การร่วมออกข้อสอบมาตรฐาน 2.กระบวนการจัดการการสอบยังมีช่องโหว่ คือโรงเรียนที่อยากให้คะแนนสูง ทำได้ด้วยการติวเข้มจนใบ้ข้อสอบเด็กทำให้ไม่รู้มาตรฐานที่แท้จริง หรือกลุ่มเด็กที่เรียนช้า ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเด็กบกพร่องการเรียนรู้ และ3.การนำคะแนนไปใช้ประโยชน์ ซึ่งจะใช้ประโยชน์ได้นั้นควรมีข้อสอบและการบริหารจัดการที่ดีควบคู่กัน การวัดผลสัมฤทธิ์ของเด็กจึงไม่ควรใช้เป็นตัววัดผลทั้งหมด เพราะยังไม่ครอบคลุม จึงมีข้อเสนอหลายแนวทางทั้งการใช้ PISA ที่มีการวัดทักษะพื้นฐานเป็นการวัดผลกลาง หรือการปรับโอเน็ตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการออกข้อสอบด้วยการดึงครูเก่งๆ มาร่วมออกข้อสอบมากขึ้น การจัดการการสอบที่เข้มมากขึ้น หรือการหาเครื่องมือวัดอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความยืดหยุ่นของระบบการวัดที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เช่น เด็กด้อยโอกาส เด็กในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนต่อ
          “โอเน็ตจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการวัดผล แต่จำเป็นต้องมีเครื่องมืออื่นๆ เข้าร่วมด้วย เพื่อเสริมการวัดผลให้โรงเรียนการศึกษาทุกแห่งรับผิดชอบต่อผลสัฤทธิ์ของผู้เรียน โดยโรงเรียนที่เด่นด้านวิชาการอาจวัดในด้านของ PISA หรือโอเน็ต ส่วนโรงเรียนทางเลือกก็มีวิธีในแบบของตนเอง โดยโรงเรียนต้องแสดงผลความรับผิดชอบต่อผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาตามโจทย์ที่เขามอบให้ เพื่อที่ประเมินตามโจทย์ที่โรงเรียนได้รับ สุดท้ายโรงเรียนจะมีเครื่องมือที่จะหาคำตอบในการจัดการศึกษาให้กับเด็กในชุมชน โดยรู้จุดอ่อนของโรงเรียนที่ควรปรับปรุง โดยอาศัยข้อมูลที่ได้เป็นตัวสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการปรับปรุงร่วมกันทั้งกลุ่มพ่อแม่ สถานศึกษา ชุมชนท้องถิ่น และสังคมโดยรวม”
          ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดินทางด้านการศึกษา สำนักงานตรวจการแผ่นดิน อดีตผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า หลักสูตรแกนกลางและการทดสอบในศตวรรษที่ 21 นั้น ต้องเน้นเรื่องการสอบทักษะที่จำเป็นพื้นฐาน เช่น ทักษะทางสมอง การคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณแล้ว จัดทำเป็นคลังข้อสอบ เพื่อให้จัดสอบได้ตลอดปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการสอบที่ไปปรับการเรียนการสอน มิใช่การสอนที่ไปปรับการสอบ เช่น ถ้าโรงเรียนใดได้คะแนนคิดวิเคราะห์ต่ำโรงเรียนต้องนั่งคิดร่วมกันแล้วว่าจะเพิ่มกระบวนการเรียนการสอนตรงนี้อย่างไร เพื่อให้ได้คะแนนตรงนี้ดีขึ้น จึงเป็นหน้าที่ปฏิบัติของสพฐ.หรือหน่วยเทศบาลต้องปรับปรุงวิธีสอนของครูให้เชี่ยวชาญมากขึ้น ซึ่งจะย้อนกลับไปสู่การพัฒนาจัดกระบวนการสอนในโรงเรียน
          “ไอเดียคือ ต้องมีตัวเช็คสักตัวที่เป็นระดับชาติที่เชื่อถือได้ ขณะเดียวกันต้องมีการเคลียร์ความชัดเจนของหลักสูตรแกนกลางที่ใช้กันในปัจจุบัน เพื่อไม่เกิดคำถามและข้อสงสัยว่า ทำไมสอบไม่ตรงกับที่สอน ฉะนั้นการสอบในศตวรรษที่ 21 จึงไม่ใช่ใช้คนในปัจจุบันเพื่อออกหลักสูตรการเรียนรู้ซึ่งไม่สอดคล้องกับเด็กในอนาคต”
          น.ส.กัญนิกา พราหมณ์พิทักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการมาตรฐานการศึกษา (สวก.) กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่า หลักสูตรแกนกลางดีที่สุด แต่เมื่อการศึกษาเป็นพลวัตร เป้าหมายในการพัฒนาเด็กจึงต้องปรับควบคู่ไปกับตัวคุณลักษณะตามสมรรถนะ ซึ่งสามารถเติมเข้าไป หลักสูตรตรงนี้จึงเป็นเพียงกรอบทิศทาง สถานศึกษาก็ต้องไปคลี่บูรณาการตามความเหมาะสม ซึ่งสวก.ได้มีการเปิดโครงสร้างที่ทำให้เกิดความคับข้องใจตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นความพยายามในการยกระดับคุณภาพการศึกษาร่วมกัน
          นายศีลวัต ศุษิลวรณ์ ครูโรงเรียนเพลินพัฒนา กล่าวว่า สำหรับหลักสูตรการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้น อาจไม่จำเป็นต้องวิ่งให้ทันใคร แต่ต้องวิเคราะห์ปัญหาของประเทศให้ชัด เพราะฉะนั้นหลักสูตรแกนกลางต้องตอบโจทย์ปัญหาของประเทศไทยซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประเมินความต้องการของประเทศ และทิศทางของประเทศต่างๆ เพื่อจะได้ช่วยกันดีไซน์หลักสูตรที่จะสอดรับกับความต้องการการศึกษาในอนาคต ได้ ที่ไม่ใช่การล็อกชั่วโมง ล็อกวิชา และตัวชี้วัดต่างๆ แต่ควรเปลี่ยนเรื่องเนื้อหาเป็นเรื่องคอนเซ็ปต์

          ที่มา: http://www.naewna.com


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
898 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe

moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
   1    2    3    4    5    6    7
   8    9    10    11    12    13    14
   15    16    17    18    19    20    21
   22    23    24    25    26    27    28
   29    30    31        


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.80  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์