โลกใบใหม่’เด็กแอลดี’คู่มือช่วยน้องพร่องการเรียนรู้
  ข่าวทั้งหมด
15 พฤศจิกายน 2555

      

โลกใบใหม่'เด็กแอลดี'คู่มือช่วยน้องพร่องการเรียนรู้

 

          ณัฐพงษ์ บุณยพรหม
          ปัญหา 'เด็กบกพร่องการเรียนรู้' หรือ Learning Disabilities (LD) ไม่ว่าจะ เป็นภาวะสมาธิสั้น เรียนช้า และออทิสติก มีประมาณ 12-13 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเด็กทั้งหมดและมีแนวโน้มมากขึ้น ตามสัดส่วน ของประชากรที่เพิ่มขึ้น
          ปัจจุบันเด็กที่มีความบกพร่องการเรียนรู้อาจจะพบปนอยู่กับเด็กทั่วไปในห้องเรียน แต่จะพบว่ามีความบกพร่องในด้านต่างๆ เช่น อารมณ์ การอ่าน การเขียน และการเข้าสังคมกับเด็กคนอื่นแสดงออกมา
          สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จึงจัดเสวนา "สถานการณ์เด็ก LD ในสังคมไทย:รู้ทัน กันได้ ให้ทางเด็กทุกคน" เพื่อให้ผู้ปกครองและสถานศึกษาร่วมกันทำความเข้าใจ "เด็กบกพร่องการเรียนรู้" ให้มากขึ้น
          พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนเด็กบกพร่องการเรียนรู้จากภาวะทางสมองและการค้นพบ เด็กมีมากขึ้น เด็กกลุ่มนี้มีความสามารถในการเรียนรู้ แต่มีวิธีการเรียนที่แตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ หากไม่ได้รับการดูแลหรือไม่ถูกยอมรับก็จะเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว แปลกแยกจากกลุ่มเพื่อน หรืออาจเสียโอกาสทางการศึกษา ดังนั้น ครู ผู้ปกครอง ต้องสร้างการเรียนรู้ที่เหมาะกับความสามารถของเขา
          การดูแลกลุ่มเด็กบกพร่องการเรียนรู้ มี 3 ขั้นตอนคือ
          1.การคัดกรองเด็กสำหรับครูและผู้ปกครอง หากพบเด็กได้เร็วก็มีโอกาสพัฒนาเด็กได้มากขึ้น
          2.การส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งนักจิตวิทยา แพทย์ หรือครูการศึกษาพิเศษคัดกรอง
          3.การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับเด็กแต่ละกลุ่ม โดยมีแบบฝึกหัดเป็นแนวทางสำหรับผู้ปกครองและครู ที่ต้องร่วมมือกัน
          โรคนี้ผู้ที่รักษาได้ดีคือ พ่อ แม่ และครู ซึ่งสสค.ออกแบบคู่มือเบื้องต้นให้ พร้อมทั้งอบรมให้ครูในระดับปฏิบัติการ เพื่อสร้างความเข้าใจในการใช้เครื่องมือ โดยทั้ง 3 ขั้นตอน จะต้องเชื่อมโยงกัน
          เพื่อแนะแนวการสอนเด็กบกพร่องการเรียนรู้แต่ละกลุ่ม สสค.และสถาบันราชานุกูล จึงทำ 'คู่มือ' เด็กแต่ละกลุ่มขึ้น ให้พ่อแม่และผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างถูกต้องและเหมาะสม
          คู่มือดังกล่าวมี 8 เล่ม แบ่งแยกเป็น 'คู่มือสำหรับครู' เน้นการสอนที่เหมาะสมกับเด็ก และ 'คู่มือสำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครอง' เน้นการดูแลและอยู่ร่วมกับเด็กแต่ละกลุ่ม
          คู่มือนี้รวบรวมจากตำราและข้อมูลที่ได้จาก การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครอง ครู และครูการศึกษาพิเศษ ที่มีประสบการณ์กับเด็ก ที่มีปัญหาการเรียนรู้ ลักษณะอาการที่พบได้บ่อยในแต่ละช่วงวัย ปัญหาอื่นๆ รวมถึงแนวทางการดูแลช่วยเหลือและเทคนิคการสอนเด็ก
          ดร.ผดุง อารยะวิญญู นายกสมาคมแอลดีแห่งประเทศไทย บอกว่า กลุ่มเด็กพิการทางสมองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มที่เป็นออทิสติก ในทุก 500 คน จะเกิดขึ้น 1 คน ส่วนแอลดีแท้ มี 5 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเด็กทั้งหมด ขณะที่แอลดีแฝงหรือกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการอ่าน มี 10 เปอร์ เซ็นต์ ของประชากรเด็กทั้งหมด
          โดยพบข้อมูลการเพิ่มขึ้นในกลุ่มออทิสติก มาจากหลายสาเหตุ เช่น ระบบย่อยอาหารถูกดูดซึมที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของเสีย แบคทีเรียจึงถูกดูดซึมขึ้นสมอง การแพ้นมวัว ขณะที่เด็กแอลดี ส่วนหนึ่งเกิดจากสารตะกั่ว ปรอท กรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สำหรับสมาธิสั้น เกิดจากกลไกการควบคุมทางสมองบกพร่อง
          "วิธีการสังเกตอาการของเด็กว่าอยู่ในกลุ่มแอลดีหรือไม่ จะรู้เมื่อเข้าเรียนแล้ว ในเด็กอนุบาลจะไม่เข้าใจคำสั่ง มีปัญหาเรื่องการแปลสัญลักษณ์ ครูและผู้ปกครองต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมขึ้นใหม่ ถ้าดูแลอย่างดีตั้งแต่ต้น เด็กจะดีขึ้น แต่จะไม่หายขาด ในกลุ่มออทิสติก จะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง นิ่ง เงียบ หากไปหาหมอก่อน 4 ขวบ จะช่วยพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ส่วนเด็กสมาธิสั้น จะมีพฤติกรรมไม่นิ่ง"
          สำหรับวิธีการรักษา ดร.ผดุงบอกว่า รักษาด้วยการทานยาปรับสมดุล ปัญหาในปัจจุบันคือ เด็กส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงการคัดกรอง เพราะขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขคัดกรองเด็กได้ 140,000 คน แต่มีเด็กที่มีสัญญาณอีกถึง 900,000 คน รวมถึงขาดแคลนโรงเรียนที่มีครูสอนเด็กพิเศษรองรับด้วย
          ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสสค. ให้ข้อมูลว่า สสค. ร่วมกับสถาบันราชานุกูล พัฒนาตัวแบบเชิงระบบการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กกลุ่มพิเศษที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ และการจัดทำเครื่องมืออย่างง่ายสำหรับครูและผู้ปกครองเพื่อ คัดกรองเด็กในเบื้องต้น และจะส่งต่อไปยังสถานพยาบาล และกลับเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละกลุ่ม โดยพัฒนาครูให้มีความรู้ในการประเมินเด็กที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการจัดการสอนที่เหมาะสม และสร้างความเข้าใจของผู้ปกครอง โดยเริ่ม 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี และกทม. ภาคเหนือ จ.นครสวรรค์ ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี และภาคอีสาน จ.มหาสารคาม ทั้งหมดเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก 2 ล้านคน
          พ่อแม่ถือเป็นคนสำคัญที่จะดูแลรักษาโรคนี้ให้กับเด็กที่ป่วย
          นางปิยนุช โชติกเสถียร ผู้ปกครองเด็กพิเศษ มูลนิธิครอบครัว บอกว่า พบว่าน้องไตเติ้ลลูกชาย มีพัฒนาการที่ถดถอยตอนอายุ 2 ขวบ คือมีพฤติกรรมแปลกๆ แยกตัวออกไป ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ไม่สนใจแม่ ทำอะไรซ้ำๆ กินอะไรซ้ำๆ พอเปลี่ยนอาหารให้ก็ไม่กิน จึงพาไปพบหมอด้านร่างกาย หมอตรวจทุกสิ่งทุกอย่างใช้เวลาอยู่นานก็ไม่พบ พอลูกอายุ 10 ขวบ ก็เริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น ไม่พอใจอะไรจะร้องกรี๊ดและทำลายสิ่งของ ตนจึงพาไปพบหมอด้านจิตเวช หมอตรวจพบว่าลูกเราเป็นออทิสติก
          "ตอนนั้นตกใจและก็ดีใจพร้อมกัน ดีใจที่หาสาเหตุว่าลูกเราเป็นอะไร จะได้รักษาได้ถูก หมอแนะนำให้ลูกเข้าโรงเรียนเฉพาะทาง เพราะก่อนหน้านี้ลูกเรียนที่โรงเรียนอนุบาล เมื่อลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนพญาไท ในชั้น ป.1 ครูก็เอาใจใส่ลูกเราอย่างมากในการปรับพฤติกรรม ซึ่งพ่อแม่ต้องร่วมมือด้วยในการทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ตนหวังว่าอยากให้ลูกจบม.3 แล้วเรียนสายอาชีพตามถนัด จะได้อยู่ในสังคมได้ หากพ่อแม่คนไหนมีลูกป่วยเป็นออทิสติกไม่ควรอาย แม้ว่าจะรักษาไม่หาย แต่ถ้ารู้เร็วก็มีโอกาสปรับตัว และทำให้เด็กเป็นเหมือนคนปกติได้มากขึ้น"  ผู้ปกครองเด็กพิเศษกล่าว
          หากพ่อแม่และครูเอาใจใส่ดูแลเด็กกลุ่มนี้ เชื่อว่าจะอยู่ร่วมกับเด็กในสังคมได้อย่างดี

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
673 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
การจัดส่งข้อมูล e-Library

........
moe
moe
Dashboard สถิติการการศึกษา

การจัดส่งข้อมูล e-Library

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe

moe
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
           1    2    3
   4    5    6    7    8    9    10
   11    12    13    14    15    16    17
   18    19    20    21    22    23    24
   25    26    27    28    29    30    31


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.13  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์