- การต่อเวลาราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
ที่ประชุมรับทราบผลการวิจัยโครงการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการต่อเวลาราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่ง สกอ.ได้จ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นที่ปรึกษาดำเนินโครงการวิจัย โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ได้จากการวิเคราะห์ภาพกว้าง (Scenario Analysis) ความเป็นไป ดังนี้
- การเกลี่ยความขาดแคลนอัตรากำลังภายในสถาบัน ควรมีการเปิดช่องให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถบริหารจัดการภายในได้ โดยกำหนดจำนวนและตัวบุคคลที่ต้องการต่อเวลาราชการข้ามหน่วยงานต้นสังกัด และขยายผลไปสู่ความต้องการต่อเวลาราชการข้ามสถาบัน ซึ่งหากมีการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในเรื่องนี้ จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังอย่างหนักด้วย
- ระยะเวลาในการต่อเวลาราชการ ผลวิจัยเสนอว่า ควรกำหนดให้ข้าราชการที่ได้รับการพิจารณาให้ต่อเวลาราชการ ให้รับราชการต่อไปได้จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบ ๖๕ ปีบริบูรณ์ พร้อมทั้งกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษากำกับและติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และเมื่ออายุครบ ๖๕ ปี เห็นควรให้แบ่งการต่อเวลาราชการเป็นคราวละ ๒-๓ ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน ๕ ปี หากเป็นไปได้ควรศึกษาเพิ่มเติมกรณีต่อเวลาราชการเป็นรายปีต่อไปจนถึงอายุ ๗๐ ปี
- การต่อเวลาราชการข้ามหน่วยงาน อาจช่วยสถาบันที่มีปัญหาอัตรากำลังขาดแคลนอย่างหนัก โดยให้มีการโอนย้ายจากสถาบันหนึ่งไปยังอีกสถาบันหนึ่งมากกว่า ๖ เดือนก่อนการพิจารณาการต่อเวลาราชการ ซึ่ง สกอ.ควรสนับสนุนให้มีศูนย์รวมข้อมูลผู้เกษียณราชการที่มีคุณสมบัติพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่อเวลาราชการ และพร้อมที่จะทาบทามเพื่อโอนย้าย เป็นการช่วยให้สถาบันที่สนใจสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น
- การดำเนินนโยบายการต่อเวลาราชการ หาก ก.พ.อ.สามารถเชื่อมโยงระบบหรือพัฒนารูปแบบนโยบายต่อเวลาราชการไปยังส่วนราชการต่างๆ ที่มีความต้องการ/จำเป็นได้ ก็จะช่วยเสริมสร้างให้ระบบอุดมศึกษามีความเข้มแข็งมากขึ้น
- กระบวนการต่อเวลาราชการ ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นและแจ้งให้ผู้รับการต่อเวลาราชการทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ ปีก่อนเกษียณอายุปกติ เพื่อการวางแผนการใช้ชีวิตหลังวัย ๖๐ ปี และการพิจารณารับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาซึ่งผูกพันไม่เกิน ๑ ปี หรือการพิจารณาเสนอโครงการวิจัยต่อแหล่งทุน
- การกำหนดข้อตกลงภาระงาน (TOR) ประจำปีของผู้ได้รับการต่อเวลาราชการ ไม่ควรต่ำกว่ามาตรฐานภาระงานของผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อสร้างบรรทัดฐานการทำงาน เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการต่อเวลาราชการ
ที่ประชุมได้มอบให้ สกอ.ปรับปรุงแก้ไขตามผลการวิจัยและความเห็นของที่ประชุม ก่อนประกาศใช้ต่อไป