มติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง
  ข่าวทั้งหมด
16 ตุลาคม 2555

      
เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ

-เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัยฯ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙
-อนุมัติค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ
-อนุมัติให้รวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร ๔๑ แห่ง
-เห็นชอบโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐)
-เห็นชอบ MOU ระหว่าง ศอ.บต. กับองค์กร Muhammadiyah ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 

๑. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัยฯ ตามนโยบายรัฐบาล พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙

ครม.มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (แรกเกิดถึงก่อนเข้าประถมศึกษาปีที่ ๑) ตามนโยบายรัฐบาล ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ โดยให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (แรกเกิดถึงก่อนเข้าประถมศึกษาปีที่ ๑) ตามนโยบายรัฐบาล ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน และให้ ศธ.ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน และรายงานต่อคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เป็นระยะๆ หรือปีละ ๑-๒ ครั้ง

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมของพ่อแม่และผู้ดูแลในการเลี้ยงเด็กที่เหมาะสมกับการพัฒนาการทางสมอง สติปัญญา ร่างกายและจิตใจของเด็กในช่วงปฐมวัยในอันที่จะมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างสมดุลในทุกด้าน ซึ่งประกอบด้วย ๔ ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เด็กทุกคนได้รับบริการในการพัฒนาเต็มศักยภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ไอโอดีนกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ กลไกการดำเนินงานพัฒนาเด็กปฐมวัย 

-------------------------------------------------------------------------------- 

๒. อนุมัติค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับคนพิการ

ครม.มีมติอนุมัติอัตราค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับคนพิการทุกระดับทุกประเภท ตามที่ ศธ.เสนอ ทั้งนี้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถดำเนินการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาสำหรับคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตการศึกษาที่มีคุณภาพตามที่กำหนด ตลอดจนให้คนพิการที่สำเร็จการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรู้ ความสามารถ เพื่อใช้ในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือเพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

สำหรับค่าใช้จ่าย ที่ใช้สำหรับจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ ประกอบด้วย

๑) ค่าบริหารจัดการ ได้แก่ ค่าวัสดุการศึกษา ค่าวัดและประเมินผลการศึกษา ค่าสอนเสริม ค่าเสื่อมสภาพ และค่านิเทศติดตาม
๒)
ค่าตอบแทน ได้แก่ ค่าตอบแทนครูผู้สอน ค่าพาหนะ และค่าประกันสังคม
๓)
งบประมาณเพิ่มเติมตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ ค่าหนังสือเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

สำหรับความเป็นมาที่ ศธ.ได้เสนอขออนุมัติ เนื่องจากข้อมูลปี ๒๕๕๐ พบว่าประเทศไทยมีคนพิการ ๑.๙ ล้านคน โดยเฉลี่ยประชากรที่พิการอายุ ๕-๓๐ ปี มี ๒.๓ แสนคน ในจำนวนนี้มีเพียงร้อยละ ๑๘.๓ ที่เข้ารับการศึกษาในระบบการศึกษา ในขณะที่ร้อยละ ๘๑.๗ ไม่ได้ศึกษาหรือไม่เคยได้รับการศึกษา จึงจำเป็นต้องจัดการศึกษาให้คนทุกประเภท รวมทั้งผู้พิการ โดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา ๔๙ และสอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๕ และ พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.๒๕๕๑ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ในส่วนนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ศธ.โดยสำนักงาน กศน.ได้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับคนพิการจำนวน ๗,๓๑๑ คน โดยจัดบริการใน กศน.ตำบลทั่วประเทศ ๗,๔๐๙ แห่ง แม้จะได้รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้ว แต่ในความเป็นจริงการจัดการเรียนการสอนสำหรับคนพิการ จะใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงได้ขอให้ ครม.กำหนดค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการ ต่อหัวต่อปี ดังนี้

ประเภท

ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อปี (บาท)

ค่าหนังสือเรียนต่อหัวต่อปี (บาท)

ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนต่อหัวต่อปี (บาท)

ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย

นักศึกษาปกติ

1,900 2,300 2,300 580 720 800 280 580 580

นักศึกษากลุ่มคนพิการ
ประเภทบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น หรือได้ยิน หรือร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ

22,496 22,496 22,496 1,160 1,440 1,600 1,120 2,320 2,320

นักศึกษากลุ่มคนพิการ
ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา หรือทางการเรียนรู้ หรือทางการพูดและภาษา หรือทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ หรือบบุคลออทิสติก หรือคนพิการซ้อน

40,991 40,991 40,991 1,160 1,440 1,600 1,120 2,320 2,320


๓. อนุมัติให้รวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร ๔๑ แห่ง

ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงซึ่งออกตามความพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยมีสาระสำคัญในการกำหนดให้รวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร ดังนี้

  • สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคเหนือ ประกอบด้วยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคเหนือ รวม ๙ แห่ง

  • สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม ๑๐ แห่ง

  • สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง ประกอบด้วยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคกลาง รวม ๑๐ แห่ง

  • สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้ ประกอบด้วยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีและวิทยาลัยประมงในภาคใต้ รวม ๑๒ แห่ง

--------------------------------------------------------------------------------

๔. เห็นชอบโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐)

ครม.มีมติเห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณที่เห็นชอบในหลักการโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐) ตามที่ ศธ.เสนอ โดยให้ ศธ. ดำเนินการติดตามประเมินผลโครงการระยะที่ ๑ ซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคและประมาณการค่าใช้จ่ายต่อบุคคลที่เหมาะสมในโอกาสแรกก่อนที่จะมีการขยายผลโครงการต่อไป

สำหรับงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้เสนอตั้งงบประมาณรองรับไว้จำนวน ๕๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนในปีงบประมาณต่อไป ให้ ศธ.เสนอขอตั้งงบประมาณตามความเหมาะสมกับความจำเป็นในแต่ละปีงบประมาณต่อไป และให้รับความเห็นและข้อสังเกตของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

--------------------------------------------------------------------------------

๕. เห็นชอบ MOU ระหว่าง ศอ.บต. กับองค์กร Muhammadiyah ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ครม.มีมติเห็นชอบหลักการร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (MOU) ระหว่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กับองค์กร Muhammadiyah ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามที่ ศอ.บต.เสนอ โดยให้เลขาธิการ ศอ.บต.เป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ซึ่ง ร่าง MOU ดังกล่าวจะเป็นกรอบในการดำเนินงานการจัดสรรทุนการศึกษาให้เยาวชนจาก ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย อันเป็นการเพิ่มช่องทางด้านการศึกษาอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซียด้วย 

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

More Photos : ข่าวที่ 274/2555


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: บัลลังก์ โรหิตเสถียร
198 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
       1    2    3    4    5
   6    7    8    9    10    11    12
   13    14    15    16    17    18    19
   20    21    22    23    24    25    26
   27    28    29    30    31    


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.07  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์