ศธ.ชูผลงาน’แทบเล็ตป.1’ ลุยแจก’ม.1’เพิ่ม 7 แสนเครื่อง
  ข่าวทั้งหมด
6 กันยายน 2555

      

ศธ.ชูผลงาน'แทบเล็ตป.1' ลุยแจก'ม.1'เพิ่ม 7 แสนเครื่อง

 

          ผลงาน 1 ปี "31 นโยบายด้านการศึกษา"  ได้ชูการแจกแทบเล็ตให้นักเรียนชั้น ป. 1 เป็นผลงานที่โดดเด่นและเตรียมที่จะเดินหน้าแจกแทบเล็ตเด็ก ม. 1 โดย นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว. กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะเริ่มเดินหน้าแจกแทบเล็ต ม. 1 ประมาณ 700,000 กว่าเครื่อง ซึ่งได้ของบประมาณไว้แล้ว คาดว่าจะแจกได้ในเดือน พ.ย.นี้ เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังมีนโยบายให้มีการจัดให้มีการสอบ NT (National Test) หรือการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ทุกระดับชั้นด้วย เพื่อเป็นการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา จากเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดสอบ NT เฉพาะชั้น ป. 2 , ป. 5 , ม. 2 และ ม. 5
          ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า นโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ที่จัดต้องการนักเรียนทุกคนทุกชั้นปีสอบ NT นั้น ถ้านำมาดำเนินการจริง ก็จะเป็นมหกรรมการสอบที่ใหญ่มากๆ ต้องเตรียมคน เตรียมสถานที่ให้พร้อม ที่สำคัญ ต้องมีการจัดทำคลังข้อสอบรองรับให้เพียงพอด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ใหญ่ และ สพฐ.จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน
          ทั้งนี้ สพฐ.พยายามหาแนวทางปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ ที่จะสามารถสนองนโยบายดังกล่าวของ รมว.ศึกษาธิการได้แนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้สูงและสอดคล้องกับสิ่งที่ สพฐ.ดำเนินการอยู่ คือ การยกระดับการประเมินวัดผลของโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน ทำให้การวัดผลของโรงเรียนเข้าข่ายการประเมินวัดผลระดับชาติ หรือ NT แนวทางนี้สามารถทำให้ สพฐ.ตอบโจทย์ของ รมว.ศึกษาธิการ ได้โดยไม่ต้องเป็นภาระด้านงบประมาณเพิ่มเติมมากนัก
          อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันที่อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา จัดเสวนา "แจกแทบเล็ตเด็ก ป. 1 ลดหรือเพิ่มปัญหาสังคม"
          นายอโณทัย ฤทธิ์ปัญญาวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมได้ติดตามปัญหาสังคมมาต่อเนื่อง และมีความเป็นห่วงประเด็นการแจกเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือแทบเล็ต ให้กับเด็กชั้น ป. 1 ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมและหลังจากในเครือข่ายออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพที่อ้างว่ามาจากแทบเล็ตที่รัฐบาลแจกให้กับเด็ก ป. 1 สามารถการเข้าถึงเว็บไซต์ลามกอนาจารได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลระบุว่ามีการบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์หมดแล้ว ทำให้ผู้ปกครอง นักวิชาการ และผู้ที่อยู่ในแวดวงคนที่ทำงานเด็กมีความกังวลว่า
          ในประเด็นดังกล่าว นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เด็ก ป. 1 สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ลามกอนาจารได้นั้นยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า เป็นเด็ก ป. 1 นำเครื่องแทบเล็ตไปเข้าเว็บไซต์นั้นจริงหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงเครื่องแทบเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้เหมือนโน้ตบุ๊คและมือถือสมาร์ทโฟนทั่วไป อยู่ที่ผู้นำไปใช้เมื่อสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าดูเว็บไซต์ต่างๆ ได้ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีพยายามจะกวาดล้างและบล็อกเว็บไซต์ต่างๆ แต่ก็ยังมีคนพยายามจะเปิดเว็บไซต์เพิ่มเปิดขึ้นมาใหม่อีก ดังนั้น มองว่าหากจะป้องกันไม่ให้เด็กเข้าดูเว็บที่ไม่เหมาะสม ทางโรงเรียนควรจะต้องประสานกับเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือไวไฟที่ใช้บริการให้ทำการบล็อกเว็บไซต์บางเว็บไซต์ หรือให้สามารถเข้าดูเว็บไซต์ได้บางเว็บไซต์ได้เท่านั้น
          ส่วนปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพนั้น พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและพัฒนาการเด็ก กล่าวว่า ไม่อยากพูดว่าการใช้แทบเล็ตกับเด็ก ป. 1 หรือเด็กปฐมวัยลดหรือเพิ่มปัญหาสังคม แต่อยากให้สังคมเข้าใจก่อนว่าพัฒนาการทางสมองของเด็กปฐมวัยควรจะมีการพัฒนาอย่างไรจึงจะเหมาะสม และตนมองว่าพ่อ แม่ผู้ปกครองควรจะเข้าใจพื้นฐานของการพัฒนาสมอง เนื่องจากเด็กปฐมวัยในช่วง 6 ปีแรก ควรได้รับการพัฒนาสมองในแบบที่เด็กควรได้รับจากประสาทสัมผัสทั้ง 6
          และควรได้รับการพัฒนากล้ามเนื้อ การมองเห็น การได้สัมผัสการได้ยินเสียง การลิ้มรส และการสื่อสารภาษาแม่ เด็กต้องสื่อสารรู้เรื่องเข้าใจ ถ้าส่วนนี้เด็กยังไม่สามารถพัฒนาได้การจะพัฒนาภาษาที่ 2 ก็จะมีปัญหา ส่วนเทคโนโลยีควรจะเป็นขั้นสุดท้ายที่เด็กวัยนี้จะนำมาใช้ในการพัฒนาสมอง และต้องใช้ในวัยที่เหมาะสม เช่น ในช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งตนเสนอว่าในช่วงที่เด็กปฐมวัยต้องการพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสม จึงไม่ควรทำลายพัฒนาการสมองเด็กด้วยเทคโนโลยี
          ด้านพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บ กล่าวว่า จากที่ได้ติดตามการป้องกันภัยที่เกิดกับเด็กจะพบว่า ที่ผ่านมา สังคมมักจะเป็นห่วงเรื่องของกายภาพ เช่น เด็กใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมมากจะทำให้เสียสายตา หรือเป็นโรคนิ้วล็อก มากกว่าการพูดถึงเรื่องของพฤติกรรมที่เด็กกลุ่มนี้แสดงออก โดยขณะนี้ จะพบว่าจำนวนเด็กประถมที่ติดเกมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น
          จากการสำรวจพบว่าเด็กอายุ 6 ปีกว่า 60% ใช้คอมพิวเตอร์ และในจำนวน 10% เป็นเด็กที่เล่นเกมออนไลน์ทุกวัน วันละมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งมองว่าสถานการณ์เด็กติดเกมออนไลน์ยังน่าเป็นห่วงมาก เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่มักคิดว่าร้านเกมเหล่านี้เป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เพราะเด็กไม่ต้องไปวิ่งเล่นไกลหูไกลตา แต่ไม่มองว่าจะส่งผลอย่างไรต่อพฤติกรรมของเด็ก ขณะเดียวกัน ธุรกิจเกมออนไลน์ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นห่วงว่าต่อไปถ้าเด็ก ป. 1 นำเครื่องแทบเล็ตไปใช้อาจจะเป็นตัวชักนำไปสู่การติดเกมออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
          อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลได้แจกแทบเล็ตให้กับเด็ก ป. 1 ไปแล้ว จึงขอเสนอว่าควรจัดทำระบบการลงทะเบียนเข้าใช้อินเทอร์เน็ตทั้งผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องแทบเล็ต โดยใช้เลข 13 หลักจากบัตรประชาชนของเด็กเข้ารหัสใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือจะเข้าเล่นเกม ให้สามารถใช้ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และบล็อกเว็บไซต์บางเว็บไซต์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เพื่อเป็นการป้องกันไว้ตั้งแต่ต้นทาง
          ด้านนางอรุณี อัศวภาณุกุม ผู้แทนผู้ปกครองเด็ก ป. 1 โรงเรียนบ้านหนองบอน (นัยนานนท์อนุสรณ์) ได้รับแจกเครื่องแทบเล็ต กล่าวว่า ลูกสาวได้รับแจกเครื่องแทบเล็ตจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ซึ่งขณะนี้ ลูกสาวยังไม่ได้ใช้แทบเล็ตในการเรียนการสอนในห้องเรียนแต่อย่างใด เนื่องจากโรงเรียนยังไม่พร้อมในส่วนของโครงสร้างพื้นที่ ทั้งปลั๊กไฟเสียบชาร์จแบตและระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้วันที่ได้รับเครื่องแทบเล็ตมาวันแรก ผู้ปกครองและเด็กสามารถทดลองใช้ได้เพียง 1 ชั่วโมง เพราะยังไม่ได้มีการชาร์จไฟในครั้งแรก 8 ชั่วโมงก่อนที่จะนำมาใช้งาน ซึ่งมองว่า เมื่อรัฐบาลจะให้เด็กใช้แทบเล็ตแต่โรงเรียนก็ยังไม่มีความพร้อม ขณะที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็กังวลว่าทางโรงเรียนจะดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กอย่างไรในการใช้งานเครื่องแทบเล็ต ทั้งเรื่องการชาร์จไฟ

          "เป็นห่วงว่าต่อไป'ถ้าเด็ก ป. 1 นาเครื่องแทบเล็ต ไปใช้อาจจะเป็นตัวชักนาไปสู่การติดเกมออนไลน์"

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
548 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
.....
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe

moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.60  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์