’ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน’คัดค้านยุบ’ร.ร.ขนาดเล็ก’
  ข่าวทั้งหมด
7 สิงหาคม 2555

      

'ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน'คัดค้านยุบ'ร.ร.ขนาดเล็ก'

 

          เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์
         
          จากกปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลนครูสอนหนังสือ ทำให้เด็กนักเรียนไม่ได้รับการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่ผ่านการประเมินวัดผลจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จนเป็นเหตุผลที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนโยบายยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อหวังจะแก้ปัญหาด้านคุณภาพการดังกล่าว ทว่าก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากชุมชนหลายแห่งคัดค้าน เพราะหลายชุมชนไม่อยากให้โรงเรียนในพื้นที่ของตัวเองต้องถูกยุบหรือถูกทิ้งร้างเหมือนที่ผ่านๆ มา
          "แนวคิดในการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม เริ่มตั้งแต่ปี 2551 แต่ไม่สำเร็จเพราะชาวบ้านไม่เห็นด้วย เพราะถ้าย้ายเด็กมาเรียนรวมที่เดียวกันจะเป็นอันตรายระหว่างการเดินทาง และกลัวว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่กับชุมชนมานานหลายชั่วอายุคนจะกลายเป็นโรงเรียนร้าง กลัวว่าชุมชนจะขาดความผูกพันกันระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้จนทุกวันนี้"
          นี่เป็นคำบอกเล่าของ นางนานุช ยุคคุณธรวิปัตทุม ครูชั้น ป. 1 โรงเรียนบ้านหาดคัมภีร์ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของผู้ปกครองและผู้นำชุมชน ที่ไม่ยอมให้มีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กใน 4 หมู่บ้านของ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม มารวมไว้ที่โรงเรียนบ้านหาดคัมภีร์ โดยเธอบอกว่าเมื่อยุบรวมก็เป็นปัญหากับชุมชนและสังคม ผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 4 แห่งจึงหารือร่วมกัน พร้อมทั้งครู และชุมชน รวมถึงเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา จ.เลย เขต 1 มาทำความเข้าใจร่วมกันในการจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับการสอนอย่างมีคุณภาพมากที่สุด
          จึงเกิดเป็นโรงเรียนเครือข่ายแก่นจันทร์โมเดล โดยรวมเอา 4 โรงเรียนขนาดเล็กระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้แก่ โรงเรียนบ้านหาดคัมภีร์มีนักเรียน 68 คน  โรงเรียนบ้านปากมั่งห้วยทับช้างมีนักเรียน 65 คน โรงเรียนบ้านนาโม้มีนักเรียน 83 คนและโรงเรียนบ้านคกเว้ามีนักเรียน 34 คน ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีครูและผู้บริหารโรงเรียนละ 4 คน รวมแล้วมีครูทั้งหมด 16 คน มาร่วมเป็นเครือข่ายจัดการเรียนรู้ที่ให้ทุกโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนให้ระดับชั้นต่างๆ
          แม้วิธีนี้เด็กนักเรียนจากทุกหมู่บ้านต้องเดินทางไปเรียนยังศูนย์การเรียนรู้ต่างหมู่บ้าน แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ยินดีหากลูกหลานจะได้รับการเรียนการสอนที่ดีขึ้น ขณะที่โรงเรียนในชุมชนของพวกเขายังคงเปิดทำการอยู่ โดยเธอบอกว่าในช่วงแรกตั้งแต่ที่ร่วมกลุ่มเครือข่ายแก่นจันทร์โมเดลตั้งแต่ปี 2553 องค์การบริหารส่วนตำบลหาดคัมภีร์ ก็ให้การช่วยเหลือโดยจัดหารถมาคอยรับ-ส่งนักเรียนทั้งเช้าและเย็น แต่ช่วงแรกยังมีรถไม่เพียงพอรับส่ง โรงเรียนทั้ง 4 แห่งจึงจัดผ้าป่าโรงเรียนได้เงินมา 240,000 บาท ก็มาซื้อรถตู้ได้อีก 1 คันมาคอยรับ-ส่งนักเรียน และต่อมาปี 2554 ก็ของบประมาณจากเขตพื้นที่การศึกษา จ.เลย เขต 1 ก็ได้รถกระบะมาอีก 1 คัน ทางโรงเรียนก็ให้นักการภารโรงเป็นผู้ขับพานักเรียนไปส่ง ส่วนค่าน้ำมันรถแต่ละโรงเรียนก็ช่วยกันออก
          ด้านายสามารถ วาทะนรพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากมั่งห้วยทับช้าง และครูชั้น ป. 2 บอกว่า รูปแบบแก่นจันทร์โมเดลช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครู เพราะเดิมแต่ละโรงเรียนมีครู 4 คน ต้องสอนคนละ 2 ห้องเรียนในเวลาเดียวกัน เช่น ครู ป. 1 ต้องสอน ป. 2 ด้วย ครู ป. 3 ต้องสอน ป. 4 ด้วย ทำให้เวลาในการเรียนการสอนของครูไม่เต็มที่กับนักเรียน ทำให้เด็กบางคนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ และเรียนอ่อนหลายวิชาที่สำคัญๆ เมื่อเด็กเลื่อนชั้นก็พบว่าเด็กบางคนไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ ตนจึงคิดว่าการศึกษาในระดับปฐมวัยมีความสำคัญมาก ถ้าเด็กนักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 และ ป. 1 เมื่อเลื่อนชั้นที่สูงขึ้น เด็กก็จะเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ได้มากขึ้น
          "หลังจากที่โรงเรียนทั้ง 4 แห่งรวมเป็นเครือข่ายแก่นจันทร์โมเดลมาแล้ว เรามีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย คือ 1 ห้องจะมีครู 2 คน ครูคนหนึ่งสอนหน้าห้อง ครูอีกคนค่อยช่วยเสริมรายบุคคล นอกจากนี้ บางรายวิชาก็เรียนกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ส่วนวิชาคอมพิวเตอร์ ทาง สพฐ.ได้มอบศูนย์การเรียนรู้คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นรถเคลื่อนที่ก็จะไปประจำที่โรงเรียนหาดคัมภีร์ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชั้น ป. 5-ป. 6 ให้โรงเรียนบ้านคกเว้าสอนชั้น ป. 3-ป. 4 ให้โรงเรียนปากมั่งสอนชั้น ป. 2 อนุบาล 2  และให้โรงเรียนนาโม้สอนชั้น ป. 1 และอนุบาล 1" นายสามารถกล่าว
          เขายังบอกอีกว่า กว่า 2 ปีที่เปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนพบว่า ผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น โดยได้เปรียบเทียบผลการสอบโอเน็ต ป. 6 ทุกวิชาจากปี 2553 กับปี 2554 สูงขึ้นทุกรายวิชา จากที่มีผลคะแนนต่ำกว่าครึ่งทั้งหมด จึงคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องยุบโรงเรียนขนาดเล็กก็ได้ เพราะเรามีวิธีแก้ปัญหาได้หลากหลายแบบ เพราะอย่างไรเสียโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลก็ยังคงมีความสำคัญเสมอ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้การศึกษาในพื้นที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องเริ่มต้นที่ตัวบุคคล หากครูในพื้นที่ไม่ตระหนักถึงคุณภาพการศึกษาของเด็ก แล้วปล่อยตามมีตามเกิด อนาคตของชาติต่อไปจะเป็นอย่างไร ถ้าวันนี้ ครูในพื้นที่ไม่ร่วมมือกัน ต่อไปโรงเรียนขนาดเล็กก็อยู่ไม่ได้
          ขณะที่ นางทิพวรรณ ระติเดช ครูชั้น ป. 1 โรงเรียนบ้านนาโม้ เล่าว่า ที่ผ่านมา รู้สึกต้องรับผิดชอบหนักมาก เพราะต้องสอนนักเรียนสองชั้นในเวลาเดียวกัน ทำให้สอนนักเรียนแต่ละห้องไม่เต็มที่ ซึ่งนักเรียน ชั้น ป. 1 เป็นเด็กที่ต้องปูพื้นฐานให้แน่น ถ้าเด็กเรียนอ่อน อ่านเขียนไม่ได้ ก็จะเป็นปัญหาในการเรียนรู้ในระดับชั้นต่อๆ ไป หากมีการรวมกลุ่มนักเรียนชั้นเดียวกันและได้ครูที่เชี่ยวชาญการสอนในชั้นนั้นๆ เด็กจะได้รับการเรียนการสอนที่ดีขึ้น ซึ่งตนเชื่อว่าการที่เด็กจะเรียนได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี ขึ้นอยู่กับการจัดการของครูเอง และการเอาใจใส่เด็กนักเรียน ถ้าครูสอนดี มีเวลาสอนเด็กเต็มที่ เด็กก็เข้าใจและสามารถอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่ชั้นต้นๆ นั่นหมายถึงว่าครูเองต้องทุ่มเท ต้องมีวิญญาณความเป็นครูจึงจะได้ใจของเด็กๆ ถ้าเด็กๆ มีความสุขกับการเรียนรู้เขาก็เรียนได้ดี นอกจากนี้ เขายังได้รู้จักเพื่อนๆ ต่างโรงเรียนที่มาเรียนด้วยกัน เมื่อเขาโตเป็นวัยรุ่นเขาก็จะไม่ทะเลาะกัน เพราะเขาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก
          ส่วนายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า เหตุผลที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กได้ เพราะโรงเรียนเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของชุมชนและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน ซึ่งคนในชุมชนมักจะบอกว่า เมื่อมีชุมชนก็ต้องมีบ้าน วัดและโรงเรียนอยู่ด้วยกัน ดังนั้น จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ดังนั้น ถ้าเราจะแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กโดยที่ไม่ต้องเสียบริบทของสังคม ชุมชน เราก็ต้องหาวิธี เช่นเดียวกันกับการจัดการเรียนการสอนแบบแก่นจันทร์โมเดลที่ชาวบ้านก็ยอมรับวิธีการนี้ได้ โดยที่พวกเขาไม่ต้องสูญเสียโรงเรียน
          "หากยุบและปล่อยให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนร้าง ในความเป็นผู้นำชุมชนเขาจะรู้สึกรับไม่ได้ ในฐานะที่เป็นผู้นำชุมชน ทำไมปล่อยให้โรงเรียนในพื้นที่ถูกยุบไม่มีครู ไม่มีนักเรียน ทำไมเด็กนักเรียนในชุมชนของตัวเองต้องไปเรียนที่อื่น ก็เกิดเป็นภาวะบังคับจิตใจ และตามทำเนียม เวลามีการประชุมหมู่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องเข้าไปร่วมหารือด้วย ถ้าไม่มีโรงเรียน ชาวบ้านก็รู้สึกขาดอะไรไป ซึ่งต้องดูที่ฐานของสังคมด้วย แต่บางสังคมถ้าเขาอยากให้ยุบโรงเรียนก็มีอยู่ที่บริบทของสังคม ดังนั้น สูตรสำเร็จของการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องไม่ใช่สูตรเดียวทั้งประเทศ" นายพิษณุกล่าว
          การรวมศูนย์การเรียนรู้ในรูปแบบแก่นจันทร์โมเดลของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่สามารถแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่นี้ได้ หากทุกคนเข้าใจในบริบทของสังคม และตระหนักถึงปัญหาการศึกษาร่วมกัน เชื่อว่าอนาคตการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
          ถ้าวันนี้ครูในพื้นที่ไม่ร่วม'มือกัน ต่อไปโรงเรียนขนาดเล็กก็อยู่ไม่ได้

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
579 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30
   31            


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.04  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์