๑) เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน
ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ คือ
-
เห็นชอบในหลักการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง และให้รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และรองปลัดกระทรวง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง
-
เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทุกส่วนราชการ โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการนั้นๆ และให้รองหัวหน้าส่วนราชการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง
๒) รับทราบรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก
ครม.รับทราบตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก ดังนี้
สถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศไทย จากรายงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ทั่วประเทศ รวม ๑๔,๔๕๒ ราย ในจำนวนนี้พบผู้ป่วยสงสัยเป็นโรค มือ เท้า ปาก ที่มีอาการรุนแรงอยู่หลายราย บางรายเสียชีวิตแล้วและกำลังอยู่ระหว่างรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานของระบบเฝ้าระวังเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ พะเยา เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และระยอง
ส่วนสถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ในสถานศึกษา ขณะนี้พบผู้ป่วยในโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร ราชบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี อำนาจเจริญ โดยหลายโรงเรียนได้ดำเนินการปิดเรียน เพื่อทำความสะอาดและลดการแพร่กระจายเชื้อแล้ว
ความคืบหน้าการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทย
-
เร่งรัดและดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคมือ เท้า ปาก อย่างใกล้ชิด โดยมีทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance Rapid Response Team ; SRRT) ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งประเทศ
-
ให้ดำเนินงานที่เข้มข้นใน ๒ มาตรการคือ ๑) ให้ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด โดยประสานงานกับโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา และศูนย์เด็กเล็ก ที่อยู่ในพื้นที่เน้นเรื่องการทำความสะอาดป้องกันการแพร่เชื้อ หากพบเด็กป่วยขอให้หยุดเรียนและกลับไปพักที่บ้านให้เด็กหมั่นล้างมือ กินอาหารที่สุกใหม่ และร้อน ๒) ให้ดูแลรักษาผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุดโดยเน้นย้ำผู้ปกครองทุกคน หากพบเด็กมีไข้สูง ๒ วัน ซึมลงหรืออาเจียน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
-
กำชับแพทย์ในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ให้ระมัดระวังภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรค ทั้งนี้ให้รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่มีตุ่มขึ้นปาก หรือฝ่ามือ ฝ่าเท้า
-
ทำการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง เพื่อให้ความรู้เรื่องโรคมือ เท้า ปาก แก่ประชาชน เช่นเปิดสายด่วน ๑๔๒๒ ของกรมควบคุมโรคตลอด ๒๔ ชั่วโมง
-
ให้จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากกว่า ๑๐ ราย ต่อวัน เปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) โดยเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งทุกจังหวัดได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ และมีการดำเนินการเพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) แล้วหลายจังหวัด
-
ประชุมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเพื่อทบทวนมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเน้นการเฝ้าระวังโรค การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาล การป้องกันควบคุมโรค และ การสื่อสารความเสี่ยง เป็นต้น
-
กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์ ร่วมเฝ้าระวังและขจัดโรค มือ เท้า ปาก โดยมีตัวแทนนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เข้าร่วมงานแถลงข่าวพร้อมรับมอบคู่มือและชุดอุปกรณ์ป้องกันโรคมือ เท้า ปากให้กับโรงเรียนนำไปทำความสะอาด เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยรณรงค์ทำความสะอาด Big cleaning day ในสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อป้องกันโรคมือ เท้า ปาก
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน