ทำอย่างไรจะให้ได้ ... ครูดีมีคุณภาพ..มาพัฒนาเด็ก
  ข่าวทั้งหมด
26 มิถุนายน 2555

      

       หากถามเด็กในอดีตว่า เมื่อโตขึ้นอยากเป็นอะไร คำตอบส่วนใหญ่ ก็คือ “อยากเป็นครู” ทำให้ผู้มาเรียนวิชาชีพครูสมัยก่อนจึงเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเป็นเลิศจนได้รับ ทุนให้เข้ามาศึกษาเป็นส่วนใหญ่ เมื่อได้คนเก่ง มีใจรักศรัทธาในวิชาชีพครูเป็นทุนเดิมและได้ศึกษากับวิทยาลัยครูที่มุ่งผลิต ครูโดยตรงด้วยแล้ว ทำให้ได้ครูเก่ง ครูดี มีอุดมการณ์ เห็นโรงเรียนเป็นเหมือนบ้าน เห็นเพื่อนร่วมงานเป็นเหมือนญาติมิตร เห็นศิษย์เป็นเหมือนลูกหลาน ปฏิบัติตน ปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมจนได้รับการเชิดชูให้เป็นปูชนียบุคคล ทำให้ครูในอดีตไม่ว่าจะปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ยากลำบาก หรืองานหนักขนาดไหน ก็มิเคยปริปากบ่นหรือเรียกร้องหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง จะมีแต่ความภาคภูมิใจกับการที่ได้ส่งลูกศิษย์ให้ไปสู่ความสำเร็จ คำว่าครูจึงเป็นที่นับถือศรัทธาของศิษย์และประชาชนอย่างยิ่ง

        ในทำนองเดียวกันหากถามเยาวชนรุ่นใหม่ว่าอยากเป็นอะไร คำตอบที่ได้จะตรงกันข้ามกับอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นข้าราชการ และพุ่งเป้าไปที่ข้าราชการครูอีกต่างหาก แม้คำตอบจะบอกว่าไม่อยากเป็นครู แต่กลับมีเยาวชนเข้ามาเรียนสาขาครูอยู่จำนวนมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็คงเป็นเพราะว่าไม่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในสาขาหรือ มหาวิทยาลัยตามที่ต้องการได้นั่นเอง ประกอบกับรายได้ของครูปัจจุบันมีการขยับเพิ่มสูงขึ้น เพราะแค่เริ่มบรรจุก็จะได้รับถึงเดือนละ 15,000 บาท หากมีหรือได้เลื่อนวิทยฐานะด้วยแล้วก็จะมีเงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน เพิ่มขึ้นให้อีกต่างหากพร้อมทั้งการเติบโตในหน้าที่ก็สามารถก้าวไปได้ด้วยตน เองจนถึงเชี่ยวชาญพิเศษซึ่งเทียบเท่ากับระดับ 10 เลยอาจเป็นปัจจัยดึงดูดให้คนสนใจมาเรียนสาขาครูกันมากขึ้นแม้จิตใจอาจไม่ อยากเป็นครูก็ตาม

         นอกจากนั้นในส่วนของสถาบันผลิตครูเองมนต์ขลังของการผลิตครูที่เคยมีมาใน อดีตก็ดูเหมือนจะลดต่ำลง เพราะตั้งแต่มีการยกสถานะจากวิทยาลัยครูมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ได้เปิดสอนสาขาอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมากมายนั่นเอง เมื่อปัจจัยต่าง ๆ เป็นไปตามที่ว่ามานี้ จึงน่าเป็นห่วงกับการสรรหาบุคลากรที่จะเข้ามาเป็นครูในขณะนี้อย่างยิ่ง ว่าจะทำอย่างไร ถึงจะให้ได้ครูดีมีคุณภาพจริง ๆ เข้ามาพัฒนาเด็ก เพราะดูจากพื้นฐานเบื้องต้นที่มาของผู้เรียนสาขานี้ก็พอทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้จะมีผู้มาสมัครมากเป็นเรือนแสน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยทำให้มีโอกาสคัดได้ครูดีมีคุณภาพมากตามไปด้วย หากการสรรหายังไม่มีแนวทางเพื่อวัดประเมินผลหรือตรวจสอบผู้สมัคร

          ให้ได้ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะการดำเนินงาน รวมถึงเจตคติที่มีต่อวิชาชีพครูที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เพราะดูจากแนวทางการสรรหาครูผู้ช่วยครั้งนี้แล้วที่ ก.ค.ศ. ให้ใช้วิธีการสอบแข่งขันด้วยข้อสอบอย่างเดียว โดยไม่มีการสอบสัมภาษณ์นั้น แม้จะเป็นความพยายามหนึ่งที่จะช่วยทำให้การสอบบรรจุเป็นไปด้วยความโปร่งใส และมีมาตรฐานเดียวกันในความยากง่ายของข้อสอบกลางที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยก็ ตาม แต่จุดอ่อนก็ยังมีให้เห็นอยู่ ด้วยข้อสอบแม้จะมีมาตรฐานหรือคุณภาพขนาดไหนก็คงไม่สามารถวัดให้ทราบผลด้าน บุคลิกภาพ สุขภาพร่างกาย คุณลักษณะอันประสงค์ การแต่งกาย กิริยามารยาท มนุษยสัมพันธ์ รวมถึงคุณธรรม จริยธรรม อุดมการณ์กับความเป็นครูที่มีอยู่ในจิตใจของผู้สมัครสอบได้แน่ ซึ่งคุณสมบัติที่ว่านี้นับเป็นหัวใจหลักที่สำคัญยิ่งของการที่จะมาเป็นแม่ปู ให้ลูกปูเดินตามได้อย่างสง่างามและถูกต้อง ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการสอบบรรจุครูผู้ช่วยจึงมิใช่เป็นการช่วยเหลือผู้ เรียนจบให้มีงานทำ แต่ต้องคำนึงถึงว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้คนเก่ง คนดี คนมีอุดมการณ์เข้ามาสู่วงการครูมากกว่า ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ภาคเอกชนเขามีวิธีการคัดคนที่มีคุณภาพไปนานแล้วที่นอกจาก จะใช้วิธีการประเมินจากประสบการณ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแต่ละคนโดยตรง ยังใช้วิธีการนำหมอดูเก่ง ๆมาดูโหงวเฮ้งของผู้สมัครอีกทางหนึ่งด้วย ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะเขาเชื่อว่า ความเก่งสามารถฝึกฝนกันได้ แต่การที่จะฝึกให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีอุดมการณ์นั้นทำได้ยากซึ่งส่วนนี้ก็สอดคล้องกับการคัดเลือกครูของประเทศ อังกฤษ ที่ปัจจุบันได้ใช้วิธีการให้ผู้สมัครลงมือสอนจริงในห้องเรียนโดยกรรมการจะ ประเมินว่ามีความรู้และทักษะเพียงพอกับการที่จะไปเป็นครูที่มีคุณภาพได้หรือ ไม่ หรือพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทันที ไม่ต้องเสียเวลาเสียงบประมาณนำมาพัฒนากันในภายหลังนั่นเอง

         แต่เมื่อ ก.ค.ศ. ได้กำหนดวิธีการสรรหาครูผู้ช่วยด้วยวิธีดังกล่าวนี้ไปแล้วก็คงต้องดำเนินการ ไปตามนั้นแต่สิ่งที่อยากให้ดำเนินการเพิ่มเติมก่อนที่จะบรรจุครูใหม่ให้ โรงเรียน ก็คือ การสร้างความรู้ ความเข้าใจและทักษะเพื่อให้ครูใหม่เกิดความพร้อมกับการปฏิบัติงานตั้งแต่วัน แรกของการบรรจุด้วยการจัดหลักสูตรอบรมเข้ม ให้ทั้งเรื่องหลักสูตรการศึกษา การออกแบบการเรียนรู้ การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดประเมินผล การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมถึง การสร้างความตระหนักกับการเป็น “ครูมืออาชีพ” เพราะหากให้ครูใหม่ต้องไปเจอสถานการณ์จริงเลยโดยไม่มีประสบการณ์ตรงมาก่อนก็ อาจจะไปใช้วิธีการที่ตนเองถนัดลองผิด ลองถูกทำให้เด็กกลายเป็นหนูทดลองยาไป หรือหากรอให้โรงเรียนเป็นผู้พัฒนาเองก็คงช้าไปเหมือนกับการนำทหารใหม่ไปฝึก ในสนามรบ โอกาสตายทั้งคนฝึกและคนถูกฝึกก็มีสูง ส่วนนี้จึงน่าจะมีการเตรียมความพร้อมให้กับครูใหม่ทุกคนก่อนน่าจะดีกว่านำมา พัฒนาให้ภายหลังซึ่งจะทำให้เสียเวลาสอนเด็กไปเปล่า ๆ

         ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวที่จะให้ได้มาซึ่งครูที่มีคุณภาพนั้นในภาพรวมคงจะ ต้องส่งเสริมเริ่มต้นกันตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการสร้างความตระหนักให้คนเก่งคนดีมีศรัทธาในวิชาชีพครูเพื่อที่จะได้ สนใจมาเรียนครูโดยวิธีการที่ว่านี้ต้องวางพื้นฐานกันตั้งแต่เด็กโดยคุณครู ทั้งหลายต้องเป็นต้นแบบที่ดีในทุกด้านจนเด็กรักและศรัทธา หากครูทำได้เช่นนี้นอกจากจะทำให้กลายเป็นครูดีที่หนูรักแล้ว ยังจะช่วยให้เด็กกระตือรือร้นอยากเรียนรู้กับครูคนดังกล่าวอีกด้วย ในส่วนภาครัฐเองก็น่าจะจัดโครงการผลิตครูที่มีคุณภาพขึ้นมารองรับกับการคัด เลือกผู้ที่เรียนเก่ง จิตใจอยากเป็นครูให้เข้าสู่โครงการ ซึ่งในอดีตก็เคยทำได้ดีมาระดับหนึ่งแล้วไม่ว่าจะเป็น โครงการคุรุทายาท หรือเพชรในตม ที่ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นจนมีคุณภาพเมื่อจบออกมาแล้วสามารถ ปฏิบัติงานได้ทันที

         ส่วนหน่วยงานที่ดูแลด้านจรรยาบรรณครูก็ต้องเอาจริงเอาจังกับกฎกติกาที่ได้ กำหนดไว้ ไม่ใช่เฉพาะความประพฤติเท่านั้นแต่ต้องดูลึกถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ด้วย เพราะหากเป็นครูแล้วไม่ใส่ใจกับการสอนหรือสอนเด็กไม่มีคุณภาพก็น่าจะต้องถูก เพิกถอนใบอนุญาตได้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ครูที่ไร้คุณภาพยังลอยนวลอยู่ได้ก็จะทำให้เด็กพลอยเสียโอกาส ของชีวิตกับครูคนนั้นไปด้วย ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะอยากให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่แท้จริงจึงอยาก เห็นผู้เข้ามาในวิชาชีพนี้เป็นคนเก่ง คนดี มีเมตตาต่อเด็ก ไม่ใช่เข้ามาเป็นครูแต่ทำตัวได้แค่เป็นผู้รับจ้างสอนหนังสือโดยใช้วิชาชีพ ครูเป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงชีพไปวัน ๆ หรือเป็นเหลือบอาศัยเด็กเกาะกินไปตลอดชีวิตอย่างนี้ก็ไม่ไหวเห็นแล้วสงสารเด็ก สงสารประเทศชาตินั่นเองนะครับ.

กลิ่น สระทองเนียม

 

แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/education/121460


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
928 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29    30        


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.06  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์