การปฏิรูปการศึกษาที่ถูกต้องเกิดขึ้นในห้องเรียน(1)
  ข่าวทั้งหมด
30 พฤษภาคม 2555

      

การปฏิรูปการศึกษาที่ถูกต้องเกิดขึ้นในห้องเรียน(1)

 

          เพชร เหมือนพันธุ์
          ครู คือ กุญแจดอกแรกจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาประสบผลสำเร็จ นักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือกีฬานานาชาติทั้งหลายหากต้องการชัยชนะ จะต้องมีโค้ชที่มีความรู้มีความเชี่ยวชาญในการฝึกสอน โค้ชจึงมีความจำเป็นเบื้องต้นที่ทุกทีมต้องไปแสวงหา จ้างมาเป็นผู้ควบคุมทีม การปฏิรูปการศึกษาจะประสบผลสำเร็จก็อยู่ที่ครู อยู่ที่การออกแบบสอนที่ถูกต้อง อยู่ที่การออกแบบกิจกรรมให้ลูกศิษย์ได้ฝึกปฏิบัติอย่างหนัก และการใช้แบบทดสอบวัดผลความรู้ที่ถูกต้องเท่านั้น จึงจะทำให้รู้ว่าลูกศิษย์เก่งจริงมีความรู้ความสามารถจริง
          เสียดายที่ประเทศไทย ไม่มีโรงเรียนฝึกหัดครูมานาน วิทยาลัยครูเคยมีก็หายไปแล้ว ประเทศเราจึงขาดครูที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอนที่เป็นมืออาชีพได้จริง ปัจจุบัน เรามีเพียงผู้รู้ เข้าไปบอกนักเรียนในห้องเรียนให้มีความรู้เหมือนตน แต่เราไม่มีครูที่จะทำหน้าที่ฝึกอบรมศิษย์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน ให้ไปเป็นสุดยอดมนุษย์ได้จริง
          เมื่อปี พ.ศ.2548 ผู้เขียนรับอุปการะนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศเยอรมนี ชื่อ Miss Frederike Weiner  เธอมาเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาในตัวจังหวัด เย็นวันหนึ่งครอบครัวเราพาเธอออกไปทานอาหารที่ร้านอาหารในเมือง เราทานกันไปเรื่อยๆ จนกำลังจะอิ่ม เด็กคนนี้ก็ร้องไห้เสียงดังขึ้นมาโดยเราไม่รู้สาเหตุ ทุกคนตกใจ ภรรยาผมเข้าไปกอดเธอไว้แล้วปลอบใจเธอ จนเธอสงบลง แล้วเธอก็ขอโทษเราที่เธอร้องไห้
          เธอบอกเราว่าเธอไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้ว เพราะที่โรงเรียนไม่สนุก ไม่มีเพื่อนที่สนิท เด็กนักเรียนที่ห้องเรียนเธอไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ น่าเบื่อ ครูไทยขยันเกินไป...... เธอระบายความคับข้องใจออกมาจนหมด
          ผมได้สอบถามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ คำตอบที่น่าสนใจก็คือ เธอบอกว่า ครูไทยขยันเกินไป เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะครูเอาแต่สอน เอาแต่บรรยาย เอาแต่อธิบาย นักเรียนส่วนมากก็ไม่ได้สนใจในเรื่องที่ครูสอน นักเรียนในห้องจำนวน 45-50 คน มีคนสนใจฟังครูอยู่ไม่เกิน 5 คน เฉพาะที่นั่งอยู่แถวหน้าเท่านั้น นอกนั้น เล่น ไม่สนใจ ในคาบการเรียนหนึ่งมีเวลา 50 นาที ครูไทยบรรยาย (สอน) 40 นาที นักเรียนมีเวลาเรียนเพียง 10 นาที
          วันนี้ (วันที่เธอร้องไห้) ในรายวิชา เคมีมีคาบเรียน 2 คาบ ติดต่อกัน 100 นาที ครูไทยใช้เวลาสอน 80 นาที มีเวลา 20 นาทีให้เด็กเรียน ซึ่งเด็กก็ไม่เรียน เอาแต่เล่น เธอบอกว่าเธอจะไม่ไปเรียนอีกแล้ว เธอจะกลับประเทศเยอรมนี
          ผมได้ถามเธอว่า แล้วที่ประเทศเยอรมนี ครูที่นั่นสอนต่างกับครูไทยอย่างไร เธอตอบว่า ครูที่เยอรมนี สอนนักเรียนต่างจากครูไทยมาก คือ ครูเยอรมนีจะใช้เวลาสอนน้อย แต่ให้นักเรียนได้เรียนให้มากได้ฝึกมาก ให้เวลานักเรียนได้ลงมือปฏิบัติได้ลงมือฝึกจริง นักเรียนทุกคนเมื่อได้รับข้อมูล ได้รับความรู้จากครู ได้รับคำสั่งงานเสร็จแล้ว เขาจะใช้เวลาลงมือฝึกปฏิบัติจริง ในห้องเรียน หรือนอกห้องเรียนได้เห็นผลงานจริง แล้วแต่ละลักษณะวิชา
          เด็กนักเรียนที่นั่น เรียนหนักมาก ทำงานหนักมาก ถ้าทำไม่เสร็จก็จะทำเป็นการบ้าน เด็กเยอรมนีเรียนหนักกว่าเด็กไทยมากแม้ว่าเขาจะเรียนเฉพาะภาคเช้า ภาคบ่ายกลับบ้านเลยไม่ต้องเรียน เมื่อเรียนจบแต่ละวิชาเด็กจะทราบว่าเขาได้รับความรู้อะไรไปบ้าง เด็กจะกล้าแสดงออก กล้าซักถาม โต้ตอบครูได้ เด็กจะมีความรับผิดชอบต่องานที่ครูมอบหมาย
          ต่างจากเด็กไทยมากที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เพราะสิ่งที่เด็กไทยจะต้องไปเรียนรู้ ครูได้บอกหมดแล้ว จบชั่วโมง จบวันก็กลับบ้าน เวลาสอบก็ไม่ต้องไปค้นหาคำตอบ เพราะครูได้จัดเตรียมคำตอบไว้ให้เป็นชั้นๆ เหมือนจัดอาหารใส่ปิ่นโตไว้แล้ว ให้เด็กเลือกชั้นที่ถูกก็พอ ง่ายไปหมด ไม่ต้องเสียเวลาค้นหา
          คำพูดของเด็กฝรั่งได้ปลุกให้คนไทยตื่น ตื่นขึ้นมารู้ว่ามีครูไทยหลายคนขยันสอนมากเกินไป นักเรียนไม่ได้เรียนรู้อะไรจากการสอนของครู ครูจึงทำหน้าที่เพียงเป็นผู้บอกความรู้ให้แก่ลูกศิษย์จนจบหลักสูตรทุกวิชาเท่านั้น ครูบางคนสนุกในการบอกความรู้เด็ก ส่วนลูกศิษย์จะรับความรู้ไว้ได้เพียงไร เป็นเรื่องของเด็ก
          โค้ชนักกีฬาที่ประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่โค้ดที่สามารถแสดงโชว์ให้นักกีฬาดูว่าตนเองเล่นกีฬาเก่งเท่านั้น แต่จะต้องเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาที่ยังไม่เก่งให้เก่งได้ มีคนที่เล่นกีฬาเก่งหลายคนทำหน้าที่เป็นโค้ชได้ดี คนที่เรียนเก่งเป็นครูไม่เป็นสอนคนไม่เป็นก็มี
          ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาที่ถูกต้อง จึงต้องปฏิรูปคนที่มาทำหน้าที่เป็นครู ครูจึงต้องเปลี่ยนวิธีสอน ปฏิรูปคนที่มาทำหน้าที่เป็นโค้ชเป็นครู เป็นผู้ที่มีความสามารถในการออกแบบการฝึกอบรมให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและควบคุมการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิผล
          ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเรียนที่อเมริกาในปี พ.ศ.2539 ได้ไปดูการฝึกสอนของนักศึกษา  ที่เรียนวิชาครูที่ State University at Oneonta New York USA  ในหลักสูตรครู จบปริญญาตรีแล้วเรียนวิชาครูเพิ่มอีก 1 ปี หลักสูตรครู 5 ปี หลักสูตรเรียนจบปริญญาตรีต่อวิชาชีพครู อีก 2 ปี มหาวิทยาลัยใช้เวลาฝึกสอนอยู่ 2 ภาคเรียน (หนึ่งปีการศึกษา) แปลว่าเรียนจบปริญญาตรี แล้วเรียนวิชาครูอีก 1 ปี หรือหลักสูตรเรียนครู 5 ปี ในช่วงที่มีการฝึกสอนปีสุดท้าย หรือปี 5 เป็นการฝึกปฏิบัติให้นักศึกษาได้ฝึกสอนจริง เฉพาะการฝึกเป็นครู อเมริกาใช้เวลาถึง 1 ปี
          นักศึกษาจะได้รับการฝึกทำแผนการสอน Lesson Plan  โดยครูพี่เลี้ยงจะดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด นักศึกษาทุกคนจะนำแผนการสอนของตนเองมาเสนอในชั้นเรียน (Presentation) ให้นักศึกษา และอาจารย์ช่วยกันวิจารณ์ ปรับปรุงแก้ไข นักศึกษาทุกคนต้องฝึกทำแผนการสอนที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง (แตกต่างจากแผนการสอนที่ครูไทยนำเสนอขอผลงานอาจารย์ 3 ซึ่งเป็นแผนการสอนที่มีความวิจิตรพิสดารเกินจริง นำไปสู่การปฏิบัติไม่ได้แต่ขออาจารย์ 3 ได้)
          เมื่อนักศึกษาได้ศึกษาหลักสูตร ได้ฝึกจัดทำแผนการสอน จนมีความมั่นใจแล้ว อาจารย์ก็จะนำนักศึกษาที่เรียนครูลงสนามฝึกจริง เดินทางสู่โรงเรียน คือนักศึกษาครูทุกคนต้องไปฝึกสอนจริงที่โรงเรียน
          ทางมหาวิทยาลัยได้ประสานงานกับโรงเรียนที่จะให้นักศึกษาไปฝึกสอนจริง ในระยะแรกจะให้นักศึกษาไปสังเกตการสอนในห้องเรียน ในหนึ่งห้องเรียนจะมีนักศึกษาไปสังเกตการสอน ตั้งแต่ 1-5 คน เลือกโรงเรียนในเส้นทางที่ รถบัสของมหาวิทยาลัยไปส่งถึง ประมาณ 5-15 โรงเรียน ตอนเช้ารถมหาวิทยาลัยไปส่ง ตอนเย็นรถมหาวิทยาลัยไปรับนักศึกษาไปสังเกตชั้นเรียนอยู่ประมาณสองเดือนไป 3 วัน พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ กลับมาวิเคราะห์ 2 วัน คือ จันทร์ และอังคาร นักศึกษาจะไปเข้าชั้นเรียนที่มหาวิทยาลัย ทุกคนจะนำประสบการณ์ที่ไปเห็นมาจากโรงเรียนมาวิพากษ์วิจารณ์กันว่าประสบการณ์ที่เห็นมามีอะไรบ้างที่ดี ที่ไม่ดี ที่ควรแก้ไข โดยให้แต่ละคนนำเสนอ อาจารย์ที่ไปด้วยก็จะช่วยวิจารณ์ จนทุกคนเกิดความมั่นใจ การฝึกสอนและการสังเกตการสอนใช้เวลา 1 ปีการศึกษา
          การฝึกสอน นักศึกษาจะถูกส่งไปยังโรงเรียนที่จะฝึกสอน ขณะฝึกสอนครูที่ปรึกษา และเพื่อนนักศึกษา จะนั่งสังเกตการสอนอยู่หลังชั้นเรียน ใช้เวลาฝึกสอนอีกหนึ่งภาคเรียนในวันพุธ พฤหัสบดี ศุกร์ ในวันจันทร์ อังคาร นักศึกษาจะกลับมามหาวิทยาลัย มาพบกลุ่ม มาพบอาจารย์ ผู้ฝึกสอนจะได้รับฟังข้อสังเกตจากผู้ไปสังเกตการสอน เช่น คุณยืนหน้าชั้น ไม่เหมาะสม คุณยังใช้สื่อการสอนไม่เหมาะกับบทเรียน ให้ปรับแผนการสอนใหม่ คุณให้เด็กมีส่วนร่วมน้อยเกินไป แผนการสอนที่ทำไปยังไม่เหมาะสม เนื้อหาที่คุณสอนนั้น จะต้องให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริง ไม่ใช่ครูเป็นผู้บอกให้เด็กรู้ นักศึกษาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักศึกษา จากอาจารย์ผู้สอน จากครูพี่เลี้ยง สรุปแนวทางที่ครูควรปฏิบัติ
          การใช้เวลาฝึกสอนอยู่หนึ่งปี จึงทำให้ครูที่เรียนจบครูจากอเมริกา มีความเป็นครูมืออาชีพ เป็นครูที่มีวิญญาณของความเป็นครู ครูที่จะฝึกสอนคนให้เก่งได้จริงจึงต้องเป็นครูที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ใช้เทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับลักษณะวิชาได้ ให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริงเต็มที่
          ครูจึงเป็นกุญแจดอกแรกในการปฏิรูปการศึกษา ครูต้องเปลี่ยนแปลงวิธีสอน ปรับกิจกรรมการสอนให้เหมาะกับเนื้อหาวิชาที่จะเรียน ให้เวลาศิษย์ได้ฝึกปฏิบัติจนชำนาญให้ลูกศิษย์ได้ Learning By Doing เท่านั้น เด็กท่านจึงจะสามารถส่งลงสนามแข่งขันสู้กับนานาชาติได้

          --มติชน ฉบับวันที่ 31 พ.ค. 2555 (กรอบบ่าย)--


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
549 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29    30        


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.09  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์