โรงเรียนเขลางค์นครปลูกผักปลอดสารพิษตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
  ข่าวทั้งหมด
26 มกราคม 2555

      

โรงเรียนเขลางค์นครปลูกผักปลอดสารพิษตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

 

          วิทยา ยะเปียง/ลำปาง
          "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย นอกจากประชาชนจะยึดน้อมนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมา ใช้ในการดำเนินชีวิต โรงเรียน สถานศึกษาหลายแห่ง และนำเอาเศรษฐกิจพอเพียง ไปใช้ในการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน รู้ถึงคุณค่าของชีวิตและเรียนรู้ ยึดตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง
          อย่างเช่น โรงเรียนเขลางค์นคร ซึ่งโรงเรียนมัธยมของ จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ได้น้อมนำ เอาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทำโครงการ "ปลูกผักปลอดสารพิษ ตาม โครงการเศรษฐกิจพอเพียง" ขึ้นมา
          โดยมีอาจารย์ นิภาพร พรมเสน ครูที่โครงการ ปลูกผักปลอกสารพิษ ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า ตามหลักสูตรการงานอาชีพเทคโนโลยี เรามุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ความเข้าใจ ในงานอาชีพและเทคโนโลยี มีทักษะในการทำงาน และสามารถนำความรู้ เทคโนโลยี มาใช้การทำงานได้ อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และมีคุณธรรม ดังนั้นทางโรงเรียนจึง น้อมนำ เอา เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดทำโครงการ "ปลูก ผักปลอดสารพิษ ตาม โครงการเศรษฐกิจพอเพียง" ขึ้น ซึ่งเด็กนักเรียนที่ร่วมโครงการจะทำให้นิสัยการทำงานจะติดตัวเด็กไปใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถพึ่งตนเอง อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของหลักเศรษฐกิจพอเพียง
          ส่วนวิธีการดำเนินงานโครงการฯ นักเรียนที่เรียนวิชาการงานพื้นฐานรวมทั้งวิชาเพิ่มเติม เราจะใช้วิธีจับกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน และต้องศึกษาข้อมูล วิเคราะห์วางแผน เขียนโครงการและปฏิบัติงานตามแผนบริหารจัดการกันเอง ซึ่งการปลูกผักปลอดสารพิษ ตาม โครงการเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มีการปลูกหลายชนิด เช่นผักสลัด หรือผักกาดหวาน ผักบบร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง เป็นต้น การปลูกผักโดยไม่ใช้สาร ซึ่งจะเป็นผักอนามัยปลอดสารพิษ จึงใช้เวลาเพียงสั้นๆ เช่น ปลูกผักบร็อกโคลี่ที่ปลูกในแปลงผักและเก็บเกี่ยวได้ปริมาณมากที่สุดในช่วงอายุ 47-48 วัน สำหรับกะหล่ำปลีอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60 วันสรุป คือ ช่วงอายุการเก็บเกี่ยวของบร็อคโคลี่และกะหล่ำปลีที่ปลูกในแปลงผักสามารถเก็บเกี่ยวได้เร็ว และให้ผลผลิตสูงกว่าปริมาณผลผลิตบร็อกโคลี่ที่ปลูกในแปลงพบว่าบร็อคโคลี่ที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 0.41 กก. (เฉลี่ย 25.30 ต้น/แปลง) ส่วนที่ปลูกนอกโรงเรือนน้ำหนักเฉลี่ย 0.39 กก.ต่อผลผลิตกะหล่ำปลีในแปลงพบว่าน้ำหนักกะหล่ำปลีต่อหัวที่ปลูกทั้งในแปลงคือ มีน้ำหนักหัวเฉลี่ย 0.45 และ 0.46 กิโลกรัม จากการปลูกกะหล่ำปลีใช้เวลาประมาณ 40-45 วัน เท่านั้น อาจารย์นิภาพร พรมเสน เล่าว่า การปลูกผักปลอดสารพิษให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้น แหล่งเพาะปลูกต้องมีความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ ดูแลและกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง นำต้นกล้าลงปลูกระยะห่างระหว่างแถว 30 ซม. และระหว่างต้น 20 ซม. วันแรกทำที่บังแดด โดยตอนเช้าเปิดให้น้ำ แล้วปิดตอนเย็นหลังรดน้ำ เปิดทิ้งไว้เพื่อให้ต้นกล้ารับน้ำค้าง เมื่อครบ 10 วัน ใส่ปุ๋ยผสมน้ำรด หมั่นคอยดูแลผักเป็นพิเศษเพื่อป้องกันแมลง เพลี้ย และหนอน ประมาณ 40-45 วัน ก็สามารถเก็บได้โดยใช้มีดคมๆ ตัดโคนต้นชิดดินและสามารถนำไปขายหรือแปรรูปได้ หลังผลผลิตออกมา ก็จะจำหน่ายให้ผู้บริโภคภายในโรงเรียน คณะครูอาจารย์ และจำหน่วยในวันวิชาการโรงเรียน วันครู และตลาดสดข้างนอกโรงเรียน จนเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในเรื่องของผักปลอดสารพิษพอสมควร
          ด.ญ.วิราณี ตามศักดิ์ นักเรียนชั้น ม. 3 โรงเรียนเขลางค์นคร กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการปลูกผักปลอดสารพิษ ตาม โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ว่า ได้เริ่มจากการวางแผน วิเคราะห์งาน ปฏิบัติงาน เริ่มจากเพาะกล้าในถาดเพาะ ประหยัดเวลา ดูแลง่าย จากนั้นย้ายต้นลงแปลงปลูก จากนั้นคอยดูแล รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอก การเข้าร่วมโครงการ นักเรียนทุกคน จะได้นำความรู้ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของหลักเศรษฐกิจพอเพียง แนะนำ ให้ครอบครัว และเพื่อนบ้าน เผยแพร่สู่ชุมชนได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
          นายเกตุ เปี้ยอุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนเขลางค์นคร กล่าวถึงโครงการดังกล่าว ว่า ทางโรงเรียนต้องการให้เด็ก นึกถึงคุณค่าของชีวิต ขณะนี้สิ่งที่นำมาประกอบอาหารนั้นส่วนใหญ่เป็นพืชผัก จึงทำให้เราดำเนินชีวิตตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง อย่างคุ้มค่า แต่ผักในปัจจุบันอย่างเรื่องของสารตกค้าง และแปลกปลอมเข้ามาเยอะมาก ทางโรงเรียนจึงมีวัตถุประสงค์ว่านักเรียนของเรา จะต้องกลับมาย้อนยุคสมัยคุณปู่คุณย่าและจะมีอายุยืนกันทุกคน จึงปลูกฝังให้นักเรียนรักการเกษตร รักการเพาะปลูก และไม่รังเกียจการใช้ชีวิตชาวบ้านแบบปู่ย่าตายาย ที่ไม่หรูหราแต่พึ่งตนเองได้ ไม่เป็นหนี้ ไม่เอาเปรียบคนอื่น การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายเดิมๆ ถือเป็นวัฒนธรรมที่เข้ากับทฤษฎีเศรษฐกิจแบบพอเพียงของในหลวงของเรา ดังนั้นจึงให้นักเรียนหันมาปลูกผัก แบบปลอดสารพิษ โดยใช้วิธีธรรมชาติ คุมธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องอาศัยสารเคมีมาใช้ในผัก มีอันตรายต่อการดำรงชีพ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
849 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลดำเนินงาน
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
               1
   2    3    4    5    6    7    8
   9    10    11    12    13    14    15
   16    17    18    19    20    21    22
   23    24    25    26    27    28    29
   30            


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.06  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์