คอลัมน์: วรากรณ์ สามโกเศศ: ผลลัพธ์-กระบวน-การสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนญี่ปุ่น
  ข่าวทั้งหมด
24 กุมภาพันธ์ 2554

      

คอลัมน์: วรากรณ์ สามโกเศศ: ผลลัพธ์-กระบวน-การสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนญี่ปุ่น

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
          ผมได้ไปร่วมงานสัมมนานานาชาติซึ่งจัดโดยAPEC-Tsukuba University โดยมีSEAMEO และมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมเป็นเจ้าภาพด้วยที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาและเกิดความคิดหลายประการที่ขอนำเสนอเพื่อขบคิดกัน
          หัวข้อของการสัมมนาเกี่ยวกับการเรียนการสอนคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมและมัธยมโดยมีการดูงานจริงที่สองโรงเรียนสาธิต(Elementary School และ Junior High School ของ Tsukuba University) ซึ่งชนะเลิศการแข่งขันของทั้งประเทศ ได้ไปเห็นการสอนในชั้นของครูเป็นเวลา 2 วัน ก่อนที่จะสัมมนากันอีก 2 วันครึ่งดังนั้น คนที่เข้าร่วมประชุมจึงเห็นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ นับว่าเป็นวิธีการจัดที่มีประโยชน์
          ผมไปเข้าร่วมประชุมด้วยความเชื่อว่าผู้ที่ร่วมกันตัดสินใจเรื่อง นโยบายในระดับมหภาคนั้นจะต้องเห็นการปฏิบัติระดับจุลภาคด้วยจึงจะเข้าใจประเด็นอย่างถ่องแท้ ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจและสังคมระดับมหภาคต้องมีโอกาสได้เห็นได้คุยกับผู้คนในระดับปฏิบัติการย่อยจึงจะมองเห็นปัญหาและสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้นโยบายที่กำหนดขึ้นนั้นตั้งอยู่บนหลักฐานหรือข้อเท็จจริงมิได้อยู่บนจินตนาการ
          มหาวิทยาลัย Tsukuba นั้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศที่ผ่านมามีอาจารย์ถึง 3 คนที่ได้รับรางวัลโนเบลด้านวิทยาศาสตร์ 50-60 องค์กรวิจัยของ รัฐบาลรายล้อมมหาวิทยาลัยคล้ายกับ Silicon Valley ซึ่งเป็นบริเวณที่มีบริษัทเอกชนวิจัยด้านคอมพิวเตอร์และ IT รายล้อมหาวิทยาลัย Stanford
          สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้ก็คือการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กนักเรียนนั้นเขาไม่เน้นที่ผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย (outcome) หากเน้นที่กระบวนการ(process)
          พูดง่ายๆ ก็คือเขาไม่สอนให้เด็กบวกเลขเป็นคูณหารเลขเป็น เข้าใจเรื่องเศษส่วน ท่องสูตรคูณแล้วเอามาคูณกัน ทำการบ้านเป็นร้อยๆ ข้อ(ผลลัพธ์ก็คือทำเลขเป็น) หากเน้นที่การสอนโดยให้คำอธิบายอย่างละเอียด เป็นขั้นเป็นตอนว่าการบวกเลข คูณเลข หารเลข เศษส่วนนั้นคืออะไร(กระบวนการ) เมื่อเข้าใจแล้วก็จะสามารถต่อยอดขึ้นไปได้ไกล หรือไม่ก็รักชอบเพราะความมีเหตุมีผล มิใช่ท่องจำ
          จนมีคนรักคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ซึ่งมีคณิตศาสตร์เป็นฐานมากขึ้น   อันจะนำไปสู่ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นหัวใจของความกินดีอยู่ดีของประเทศ
          ครูญี่ปุ่นจะอธิบายโจทย์และแสดงกระบวนการคิดให้ดูอย่างลงลึกและทำแบบฝึกหัด แต่ไม่เน้นการทำแบบฝึกหัดแบบหน้ามืดตามัวอย่างเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างแต่คิดเลขเป็น เช่น (1/3? (2) นั้นึหากเน้นผลลัพธ์จะตอบได้ทันทีว่าเท่ากับ 1/6 แต่อาจอธิบายความหมายไม่ได้  ในทางตรงกันข้ามนักเรียนญี่ปุ่นที่เรียนแนวกระบวนการจะสามารถอธิบายความหมายได้ชัดเจนและคิดเลขได้ด้วย
          จากที่เห็นในห้องเรียนของโรงเรียนที่ไปดู เด็กจะแย่งกันยกมือตอบ  และกล้าถาม (โรงเรียนญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนแปลงจากเดิม ในโรงเรียนอื่นๆ อาจไม่กล้าถามมากเท่าสองโรงเรียนที่ไปดู) ห้องเรียนก็ธรรมดาๆ เหมือนห้องเรียนบ้านเรา แต่ที่แตกต่างก็คือกระดานของเขาทั้งหมดเป็นกระดานสีเขียวแบบใช้ชอร์กไม่มีฝุ่นเขียน ไม่ใช้กระดานสีขาวเป็นมันแบบต้องใช้สีเมจิกเขียนเพื่อให้เปลืองเงินเล่นแถมอาจารย์ติดทินเนอร์ (มหาวิทยาลัยดังๆ ทั้งหลายในสหรัฐอเมริกาก็ใช้กระดานเขียวแบบเดียวกัน พร้อมกับมีจอแขวนเพื่อเอาไว้รับภาพจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์)
          บางคนอาจคิดว่าจะอะไรกันนักหนากับการสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กนักเรียน ความจริงแล้วเป็นเรื่องสำคัญชนิดคอขาดบาดตาย เหตุที่เด็กบ้านเราอ่อนคณิตศาสตร์กันมากๆ จนทำให้การเรียนวิทยาศาสตร์อ่อนไปด้วยนั้นก็เพราะวิธีการสอนที่ไม่จูงใจ ไม่สนุก ครูไม่รู้วิธีการสอน ครูอ่อนความรู้คณิตศาสตร์จนต้องแอบแฝงความด้อยของตัวเองด้วยความดุ หนังสือเรียนและแบบฝึกหัดของเรายังจับไม่ถูกจุด ฯลฯ
          การเน้นกระบวนการคิดเพื่อให้เข้าใจคณิตศาสตร์นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก และต้องสอนตั้งแต่ชั้นเล็กๆ เมื่อเข้าใจตรรกะของมันแล้วแบบฝึกหัดแบบให้คิดจึงค่อยตามมาแต่มิใช่เน้นการทำเลขเป็นร้อยๆ ข้อ แต่ไม่เข้าใจสาระของโจทย์ที่ทำไปถึงแม้จะได้คำตอบที่ถูกต้องก็ตาม
          มีการนำเสนอชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า Bancho (การเขียนกระดาน) ครูใหญ่ของโรงเรียน (Hiroyuki Ninomiya) ได้เล่าให้ฟังว่าที่โรงเรียนนั้นครูทุกคน ทุกชั้นที่สอนคณิตศาสตร์ต้องเตรียมบทเรียนก่อนไปสอนด้วยการเขียน"สคริปต์" ลงบนกระดาษคล้าย "story board"เพื่อจะเอาไปเขียนบนกระดานเวลาสอนเด็ก   โดยต้องเขียนให้ครบทั้งกระดานตามที่ได้เตรียมไป
          เมื่อครบคาบเรียนครูต้องถ่ายรูปกระดานที่เขียนไปและเก็บบันทึกไว้เป็นผลงานและเพื่อแก้ไขปรับปรุงต่อไป
          กระบวนการนี้คือการบังคับทางอ้อมนั่นเองให้ครูต้องทำแผนการสอนแบบปฏิบัติได้จริง ไม่ได้เป็นตัวหนังสืออย่างที่ทำกัน ครูต้องคิดว่าจะมีลำดับการอธิบายอย่างไร เลือกตัวอย่างใด และสรุปอย่างไร อาจารย์ใหญ่เน้นว่าไม่ให้ลบกระดานออกไประหว่างที่สอน ให้เขียนทิ้งไว้ทั้งหมดเพื่อเด็กจะได้เห็นลำดับความคิดตั้งแต่ต้นจนจบคาบเรียน
          Bancho นี้ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมของอาจารย์ท่านนี้อย่างแท้จริง   และเมื่อวัดผลการเรียนของนักเรียนแล้วก็ปรากฏว่าได้ผลในการสร้างความเข้าใจคณิตศาสตร์และสามารถทำโจทย์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ข้อสรุปที่เห็นก็คือการสอนคณิตศาสตร์เด็กนั้นต้องอย่าใจร้อน มุ่งผลลัพธ์ให้เด็กคิดเลขเป็นโดยเร็วอย่างละเลยกระบวนการคิดของเด็ก การเน้นกระบวนการคิดอย่างเป็นตรรกะคือหัวใจของการเรียนการสอนคณิตศาสตร์
          คำถามเช่น 2+2 เท่ากับเท่าใด คือการเน้นผลลัพธ์ ซึ่งหากตอบได้ก็นับว่าดีมีความสามารถคิดเลขเป็น อย่างไรก็ดี ถ้าเน้นกระบวนการ   การถามว่า 4 คืออะไรก็จะกระตุ้นให้คิดได้ลึกซึ้งกว่า  เพราะ4 คือ ผลบวก ผลลบ ผลคูณ หรือผลหารของบางเลขกับบางเลขได้อย่างไม่รู้จบเช่น 3+1/2.5+1.5/2.8+1.2/ 5-1/ 6-2/ 2x2/ 8 *2/ ฯลฯการเรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการจึงมีประโยชน์กว่า เพราะทำให้เกิดความสามารถในการเรียนรู้ (การสอนคือการถ่ายเทความรู้จากครูสู่นักเรียน แต่การเรียนรู้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวนักเรียนเองในการเข้าใจการสอนของครู เช่น ครูสอนให้ว่ายน้ำโดยนักเรียนไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ด้วยตนเองจะไม่มีวันว่ายน้ำเป็นอย่างแน่นอน) และผู้เรียนมีคุณภาพสูงกว่าในการคิด
          การเรียนอุดมศึกษาโดยเน้นแต่จะได้ปริญญาอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่าได้เรียนรู้ทักษะ มีความรู้มีทัศนคติ มีคุณค่าที่ให้แก่สิ่งต่างๆ และมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากเดิมหรือไม่ คือการเน้นที่ผลลัพธ์อย่างละเลยกระบวนการ
          ท่านผู้อ่านที่สนใจสิ่งที่ผมเล่ามาสามารถหาข้อมูลได้จาก criced.tsukuba.ac.jp/ ซึ่ง ดร.Masami Isoda แห่งมหาวิทยาลัย Tsukuba ผู้เป็นเจ้าภาพการประชุมทำงานอยู่ และจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ริเริ่มนำการสอนคณิตศาสตร์แบบญี่ปุ่นมาใช้ในประเทศไทย

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
212 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รับฟังความคิดเห็น 319
moe
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.

ฐานข้อมูลผลงานวิจัยด้านการตรวจราชการ
และติดตามประเมินผล
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe
ระบบรายงานผลด้านบัญชี
moe

moe
โครงการประชุมวิชาการระดับชาติ ศึกษาศาสตร์วิจัย ครั้งที่4 นวัตกรรมการศึกษา เพื่อ Thailand 4.0
.
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.97  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์