ขรก.วืดเงินบำนาญสูตรใหม่
  ข่าวทั้งหมด
18 มกราคม 2554

      

ขรก.วืดเงินบำนาญสูตรใหม่

          ขรก.วืดเงินบำนาญสูตรใหม่ คลังหน้ามืด!ผวาต้องจ่ายเงินเพิ่มถึง 5 แสนล้าน

          คลังหักดิบสมาชิก กบข.เมินคำนวณสูตรบำนาญใหม่ หลังพิจารณาแล้ว กระทรวงการคลังต้องจ่ายเงินเพิ่มถึง 500,000 ล้านบาท กลายเป็นภาระเงินงบประมาณ แต่เพื่อรักษาสัญญาพร้อมที่จะจ่ายอัตราผลตอบแทนให้แก่สมาชิก จากเฉลี่ย 7.31% เป็น 9% เพื่อปลอบขวัญข้าราชการ

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ผลการหารือภายในระหว่างกระทรวงการคลังกับกรมบัญชีกลาง เพื่อปรับหลักเกณฑ์ในการคำนวณบำนาญข้าราชการ สมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จำนวน 1.5 ล้านคนนั้น ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า กระทรวงการคลังจะยังคงยืนหลักเกณฑ์ เดิมในการคำนวณเงินบำนาญสมาชิก กบข.ไว้เท่าเดิม เพื่อไม่ให้การจ่ายเงินบำนาญเป็นภาระงบประมาณในอนาคต

          ทั้งนี้ การพิจารณาเพื่อปรับหลักเกณฑ์ในการคำนวณบำนาญสมาชิก กบข. เกิดจากการเรียกร้องของข้าราชการ ที่ต้องการให้กรมบัญชีกลางเพิ่มเงินบำนาญให้แก่สมาชิกในวัยเกษียณ ซึ่งปัจจุบันสูตรในการคำนวณเงินบำนาญของสมาชิก กบข. กำหนดไว้ว่า เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการ หารด้วย 50 แต่ผลที่ได้ต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้รับจำนวนวันทำงานทวีคูณ มีรายได้หลังจากเกษียณลดลง เพราะสูตรในการคำนวณที่กำหนดเพดานสูงสุดไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกำหนดเพดานคำนวณบำนาญไม่เกิน 70% ทำให้ข้าราชการวิตกกังวลว่า ชีวิตหลังการเกษียณของพวกเขา จะมีความยากลำบากมากขึ้นและไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะสูตรในการคำนวณบำนาญเดิมก่อนที่จะมีการจัด ตั้ง กบข.กำหนดว่า เงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการ หารด้วย 50 ทำให้ข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.ได้รับเงินบำนาญในอัตราที่สูงมาก

          บางคนอาจจะได้รับเงินบำนาญ 80-85% ของเงินเดือนเดือนสุดท้ายก็มีโดยเฉพาะข้าราชการทหารและครูในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่มีอายุในการรับราชการนานถึง 40 ปี เพราะได้รับจำนวนวันทำงานทวีคูณมาก เช่น รับราชการ 1 ปี จะได้ทวีคูณเท่ากับ 2 ปี รับราชการ 2 ปี จะได้รับทวีคูณเท่ากับ 4 ปี เป็นต้น แต่ที่สำคัญคือ เมื่อข้าราชการท่านใดสมัครเป็นสมาชิก กบข.แล้วจะไม่มีสิทธิ์ขอลาออกจาก กบข. จึงทำให้มีข้าราชการเรียกร้องมายังกระทรวงการคลังขอปรับสูตรในการคำนวณให้กลับไปใช้สูตรเดิมก่อนที่จะมีการจัดตั้ง กบข.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่กระทรวงการคลังกำหนดสูตรการจ่ายเงินบำนาญสมาชิก กบข. โดยมี การกำหนดไว้ว่าไม่เกิน 70% เนื่องจากสมาชิก กบข. นอกจากจะได้รับเงินบำนาญในการดำรงชีวิตหลังเกษียณแล้ว กบข.จะมีเงินพิเศษมอบให้อีกก้อนหนึ่ง ซึ่งเงินดังกล่าวมาจากเงินสะสมของสมาชิกในแต่ละเดือนที่รับจากหน่วยงาน เงินสมทบที่รัฐสะสมให้ทุกเดือน เงินประเดิมในการจัดตั้งกองทุน กบข. และเงินชดเชยที่ติดตัวข้าราชการมาตั้งแต่เริ่มรับราชการจนสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งทั้งหมดนี้ กบข.จะนำไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการลงทุนให้อีกด้วย

          โดยในช่วงที่มีการเชิญชวนเพื่อจัดตั้ง กบข. เมื่อปี 2540 กระทรวงการคลังระบุว่า สมาชิกจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 9% ต่อปี หากคำนวณอายุการรับราชการตลอด 30 ปี จะได้รับเงินก้อนประมาณ 2 ล้านบาท บวกเงินบำนาญที่ได้รับรายเดือน ทำให้มีข้าราชการถึง 1 ล้านคน เข้าเป็นสมาชิก กบข.ในปีแรกที่มีการจัดตั้ง จากจำนวนข้าราชการทั้งหมด 2 ล้านคน ซึ่งในช่วงนั้น อัตราผลตอบแทนจากการฝากเงินออมทรัพย์อยู่ที่ 5% และเงินฝากประจำสูงถึง 12-13% กระทรวงการคลัง จึงมั่นใจว่า ผลตอบแทนจากการลงทุน กบข.น่าจะอยู่ที่ระดับ 9% ได้ แต่เมื่อฟองสบู่แตกในเมื่อปี 2540 ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนลดลง โดยผลตอบแทนของ กบข.ตั้งแต่ จัดตั้งเมื่อเดือน มี.ค.40 จนถึงเดือน ธ.ค.53 อยู่ที่ 7.31% และมีสมาชิกทั้งหมด 1.15 ล้านคน

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังพยายามหาทางแก้ไขเรื่องนี้ เพื่อให้สมาชิก กบข.พึงพอใจ เพราะหากมีการกลับไปใช้สูตรเดิมในการคำนวณเงินบำนาญคาดว่ากระทรวงการคลังจะต้องใช้จ่ายเงินเพิ่มเติมอีก 500,000 ล้านบาท สำหรับสมาชิก กบข.ที่เกษียณไปแล้ว และที่กำลังจะเกษียณในอนาคต ซึ่งถือเป็นภาระเงินงบประมาณที่สูงมาก ดังนั้น กระทรวงการคลังจะเสนอเพิ่มอัตราผลตอบแทนแก่สมาชิกที่สมัครเป็น กบข.จาก 7.31% ขึ้นเป็น 9% เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่เริ่มแรกในการจัดตั้ง กบข.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การก่อตั้ง กบข.มีวัตถุ ประสงค์เพื่อลดภาระเงินงบประมาณของรัฐ และสร้างความมั่นคงให้แก่ข้าราชการในวัยเกษียณ โดยนำรูปแบบของกองทุนเทมาเสก สิงคโปร์ มาเป็นต้นแบบในการจัดตั้ง มีการบริหารงานแบบองค์กรอิสระขึ้นกับกระทรวงการคลัง มีการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีเม็ดเงินลงทุน 485,000 ล้านบาท ระยะเริ่มแรกของการจัดตั้งได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการ ที่รับราชการก่อนปี 2540 สมัครเป็นสมาชิกด้วยความสมัครใจ ส่วนข้าราชการใหม่ที่รับราชการตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นไป ทุกคนต้องสมัครเป็นสมาชิก กบข.

 

          ที่มา: http://www.thairath.co.th


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: ปิยวรรณ ปรสันติสุข
803 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30
   31            


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.05  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์