โทรทัศน์ครู สอนภาษาไทยให้สนุก สนุกกับภาษาไทย ว่าด้วยเรื่อง"ไตรยางศ์ กับ พยางค์"
ปีการศึกษา 2553 นี้ได้เกิดภาวะเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติทำให้สถานศึกษาหลายแห่งต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไป แต่เดิมโรงเรียนส่วนใหญ่จะเปิดภาคเรียนที่1 วันที่ 16 พ.ค.ของทุกปีแต่ปีนี้ได้เลื่อนไปเปิดปลายเดือนพฤษภาคม รวมทั้งโรงเรียนที่ผู้เขียนสอนอยู่ด้วยยิ่งดูจะเปิดช้ากว่าโรงเรียนอื่นๆนอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้วยังเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ติดกับพรรคการเมืองใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของเหตุการณ์ไม่ปกติครั้งนี้ด้วย หลังจากเปิดโรงเรียนได้ 2 สัปดาห์ ผู้เขียนได้มีโอกาสเป็นกรรมการตรวจสอบการเขียนเรียงความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งอันที่จริงควรได้รับการทดสอบตั้งแต่นักเรียนยังอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาเดิม แต่จากเหตุผลข้างต้น ทำให้ฝ่ายจัดทดสอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของสถานศึกษาตาแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งตามนโยบายของรัฐบาลต้องติดตามมาทดสอบความรู้เรื่องการเขียนและการอ่านของนักเรียนประถมฯในโรงเรียนมัธยมฯที่นักเรียนสอบเข้าไปเรียนต่อได้ จนก่อให้เกิดความวุ่นวายโกลาหลไปทุกโรงเรียนทั่วประเทศอย่างที่เห็น จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนสอนภาษาไทยมากกว่า 30 ปี เมื่อมาตรวจเรียงความนักเรียน ม.1 ครั้งนี้ จึงพอประเมินได้คร่าวๆว่า นักเรียนได้รับการฝึกฝนให้เป็นเด็กที่เขียนตัวหนังสือได้สวยงาม ทำงานเป็นระเบียนเรียบร้อยดี แต่สิ่งที่ผู้เขียนคาดไม่ถึงก็คือ มีนักเรียนที่เขียนสะกดคำผิดตั้งแต่น้อยจนถึงมาก จากนักเรียนที่ผู้เขียนตรวจเรียงความ 30 คน มีเขียนได้ถูกโดยไม่มีคำผิดเลย 6 คนที่เหลืออีก24 คนเขียนผิด คิดเป็นร้อยละ80เลยทีเดียว และไม่ใช่เป็นการเขียนคำที่มักเขียนผิดด้วยนะแต่เป็นการเขียนคำที่ไม่น่าผิด แต่เขียนผิดเฉยๆ (หมายความว่านักเรียนเขียนผิดแต่คิดว่าตัวเองเขียนถูกแน่นอน..มั่นใจ) เช่น ทำไม เขียนเป็น ทำมัย คาดไม่ถึง เขียนเป็น ขาดไม่ถึง รู้สึก เขียนเป็น รู้สืก อย่างนี้เป็นต้น ได้เล่าเรื่องนี้ให้น้องหญิงที่เป็นหัวหน้าทีมที่มาถ่ายทำรายการครูมืออาชีพที่โรงเรียนฟังแล้วก็ปรากฎว่าไม่เข้าใจว่า ทำไมเด็กเรียนดีเรียนเก่ง จนสอบเข้าเรียนต่อ ม.1 โรงเรียนดังๆได้ กลับเขียนสะกดคำผิดได้มากถึงเพียงนี้ น้องหญิงให้เหตุผลว่า อาจจะเป็นเพราะเด็กใช้คอมพิวเตอร์หรือเปล่าอาจารย์ เพราะภาษาที่นักเรียนใช้ในคอมพิวเตอร์มักไม่ได้ตรวจทานว่า เขียนถูกหรือผิดเลยใช้ต่อเนื่องกันมาอย่างผิดๆ โดยไม่ได้แก้ไข เมื่อมาเขียนเรียงความจึงได้ เขียนผิดโดยไม่รู้ว่าผิดก็ได้ ผู้เขียนฟังเหตุผลจากน้องหญิงก็เลย เก็ท! (แน่ะ! แอบใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ด้วย) เออ! จริงดิ! (นั่นไงภาษาคอมเด็กๆ หลุดออกมาแล้วไง) เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้เขียนจึงย้อนกลับมาพิจารณาเพิ่มหลักสูตรตัวเข้าไปในหลักสูตรของ สพฐ.โดยทุกคาบที่เข้าสอนจะให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้ 1. ขณะที่ครูกำลังสอน ห้ามนักเรียนคุยกันให้ทุกคนตั้งใจฟัง โดยครูอธิบายไปด้วยในขณะเดียวกันครูจะบันทึกเรื่อที่สอนบนกระดาน 2. เมื่อฟังแล้วให้อ่านออกเสียงตามข้อความที่บันทึกบนกระดานเป็นการทบทวนความรู้และฝึกการออกเสียง ตัว"ร"ตัวควบกล้ำให้ชัดเจน 3. จากนั้นให้นักเรียนจดลงในสมุด โดยเขียนวัน เดือน ปี ด้วย เลขไทย ขีดเส้นคั่นด้วยหมึกแดงให้สะอาดเรียบร้อย 4. นักเรียนต้องส่งสมุดทีจดงานหรือแบบฝึกหัดที่ทำหลังหมดคาบเรียนทุกครั้ง จากนั้นผู้เขียนจะลงมือตรวจงานนักเรียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงจะทำงานอื่นต่อ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนตั้งใจเรียนในห้องเรียนหรือไม่อีกวิธีหนึ่ง การที่ได้ตรวจงานนักเรียนบ่อยๆเป็นประจำสม่ำเสมอ มีผลดีต่อผู้เขียนคือ เวลาตรวจงานนักเรียนจะมองเห็นที่ผิดไวขึ้น และจับสังเกตได้ว่า นักเรียนมักจะเขียนผิดคำเดิมซ้ำๆกันเสมอ เช่น พยางค์ มักเขียนผิดเป็น พยางศ์ ที่ถูกใช้ พยางค์(ค์) ไตรยางศ์ มักเขียนผิดเป็น ไตรยางค์ ที่ถูกใช้ ไตรยางศ์ (ศ์) ครั้งหนึ่งผู้เขียนสอนเรื่องพยางค์ ได้อธิบายว่า พยางค์ คือเสียงที่เปล่งออกมาแต่ละครั้งเปล่งออกมาหนึ่งครั้งเรียนว่า หนึ่งพยางค์ เช่น ชักเย่อ อ่านว่า ชัก-กะ-เย่อ มี3พยางค์ เป็นต้น แต่ละพยางค์จะมีองค์ประกอบของพยางค์ ซึ่งประกอบด้วยพยัญชนะต้น สระ และวรรณยุกต์ หรืออาจมีพยัญชนะท้ายหรือ พยัญชนะสะกดเพิ่มเข้ามาด้วยก็ได้ ส่วนประกอบของเสียงเหล่านี้แหละเรียกว่า องค์ประกอบของพยางค์ แล้วให้นักเรียนจดบันทึกจากที่ครูสรุปให้บนกระดานลงในสมุดเพื่อส่งครู แล้วครูก็จะตรวจงานว่านักเรียนทำงานให้สะอาด เรียบร้อย ตัวอักษรอ่านง่ายขีดเส้นคั่นเรียบร้อยก็เป็นอันจบเรื่อง แต่ที่เรื่องไม่จบก็คือ ยังมีนักเรียนบางคนทั้งๆที่ให้จดข้อความบนกระดานตามครู แทนที่จะจดเป็นองค์ประกอบของพยางค์ ดันจดเป็น "องคชาติของพยางค์" เสียได้น่ะซิ แล้วนี่นักเรียนเรียนเรื่องเดียวกับที่ครูสอนหรือเปล่า คุณครูอ่านเจอช่วยอธิบายเพิ่มเติมทีเถอะ... สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ โทรทัศน์ครู *ติดตามชม รายการครูมืออาชีพ ทางทีวีไทย ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 05.45-06.00 และ 15.45-16.00 น. ทางETV ทุกวัน เวลา 20.35-20.50 น. *ติดตามชมทุกรายการได้ทาง "สถานีโทรทัศน์ครู" เวลา 06.00-22.00 น.และ www.thaiteachers.tv
--คมชัดลึก ฉบับวันที่ 10 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--
|