การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง สร้างคนไทยเป็นพลโลกที่มีคุณภาพ
  ข่าวทั้งหมด
4 สิงหาคม 2553

      

การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง สร้างคนไทยเป็นพลโลกที่มีคุณภาพ

          การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักจะขับเคลื่อนมาได้ระยะหนึ่ง โดยมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองบรรลุเป้าหมาย แต่ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ความจริงหากติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องจะเห็นว่าทั้ง ๕ องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเต็มพลังและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.)ในฐานะองค์กร ที่จัดทำแผนและนโยบายทางการศึกษา จะขอนำเสนอสาระสำคัญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันอย่างถ่องแท้คนไทยมีคุณภาพใฝ่รู้ ใฝ่ดี คิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาได้
          การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองได้กำหนดเป้าหมายไว้ ๔ เรื่องใหญ่เพื่อพัฒนาคุณภาพของคนไทย ดังนี้
          เรื่องที่ ๑ คนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งได้กำหนดตัวบ่งชี้และวางเป้าหมายไว้ใน ๖ เรื่อง ดังนี้
          ๑.๑ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลักจากการทดสอบ ระดับชาติ มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ ๕๐
          ๑.๒ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติ (ผลทดสอบ PISA)
          ๑.๓ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี
          ๑.๔ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี
          ๑.๕สัดส่วนผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา :สามัญศึกษาเป็น ๖๐: ๔๐
          ๑.๖ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาและอุดมศึกษามีคุณภาพระดับสากล และเป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
          เรื่องที่ ๒ คนไทยใฝ่รู้ : สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการอ่าน และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายใน ๖ เรื่อง คือ ๒.๑ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาร้อยละ ๗๕ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองรักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ๒.๒ อัตราการรู้หนังสือของประชากร(อายุ ๑๕-๖๐ ปี) เป็นร้อยละ๑๐๐ ๒.๓ ผู้เข้ารับการบริการในแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นปีละอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ๒.๔ คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน/นอกเวลาทำงาน โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ ๖๐ นาที ๒.๕ สัดส่วนผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรอายุ ๑๐ ปีขึ้นไปเป็นร้อยละ ๕๐ ๒.๖ จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทย(อายุ ๑๕-๕๙ ปี) เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒ ปี
          เรื่องที่ ๓ คนไทยใฝ่ดี : มีคุณธรรมพื้นฐานมีจิตสำนึกและค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย ซึ่งได้กำหนดตัวบ่งชี้และวางเป้าหมายในการดำเนินการไว้ ๕ เรื่อง ได้แก่ ๓.๑ ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ๓.๒ จำนวนคดีเด็ก และเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจฯลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี ๓.๓ จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า๑๕ ปี ที่ตั้งครรภ์ลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปี ๓.๔ จำนวนเด็กขอรับการบำบัดยาเสพติดลดลงร้อยละ ๑๐ ต่อปีและ ๓.๕ สัดส่วนคนไทยที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ ต่อปี
          เรื่องที่ ๔ คนไทยคิดเป็น ทำเป็นแก้ปัญหาได้ มีทักษะในการคิดและปฏิบัติ มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีความสามารถในการสื่อสาร โดยได้กำหนดตัวบ่งชี้และวางเป้าหมายสำหรับการดำเนินการไว้ ๓ เรื่องได้แก่ ๔.๑ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ๗๕ ๔.๒ ผู้สำเร็จการอาชีวศึกษาและการอุดมศึกษา มีสมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้และมีงานทำภายใน ๑ ปี รวมทั้งประกอบอาชีพอิสระเพิ่มขึ้น ๔.๓ กำลังแรงงานที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๖๕ และมีสมรรถนะทางวิชาชีพตามมาตรฐานกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสู่ความสำเร็จ
          การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้ง๔เรื่องรัฐบาลจึงมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.)
          มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กขป.)มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน แล้วยังได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ กนป.อีก๓คณะได้แก่ ด้านการจัดทำแผนงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ด้านการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาด้านการพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดี รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกขป.๓คณะ ได้แก่ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้คณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ ด้านการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทย ขณะนี้ทุกคณะดำเนินงานกันอย่างเต็มที่
          นอกจากจะใช้กลไกและหน่วยงานของภาครัฐที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลยังได้จัดตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาซึ่งเป็นสถาบันอิสระ มีลักษณะการทำงานคล้ายกับสสส.คือสถาบันส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพชุมชน(สสค.)เพื่อเป็นแรงหนุนส่งให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้เดินหน้าอย่างคล่องตัวและเกิดความต่อเนื่องปฏิรูปการศึกษาสร้างความเป็นพลเมือง
          กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นในการจัดระบบการศึกษาที่ดี เพื่อสร้างเด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองดี มีสติ รู้เท่าทัน สร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดกับคนไทยทั้งชาติ ดังนั้น เมื่อการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองดำเนินงานจนบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว รูปธรรมที่จะเกิดขึ้นก็คือคนไทยเป็นคนดีเก่ง มีความสุข มีความรู้เชิงวิชาการและมีสมรรถนะทางวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรียนรู้และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ที่สำคัญใช้วิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความสุข มีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ สามารถประกอบอาชีพและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
          นอกจากนี้ สังคมไทยยังเป็นสังคมแห่งคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ มีการสร้างองค์ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อการเรียนรู้นำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนและมีสุขภาวะ ประชาชนอยู่ร่วมกัน
          อย่างสันติสุขเอื้ออาทร และมีโอกาสได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนร่วมสร้างคนไทยเป็นพลโลกที่มีคุณภาพ
          ผลพวงของการปฏิรูปการศึกษาดังกล่าวจะทำให้สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อการศึกษาและเรียนรู้การบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาเขตพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การระดมทรัพยากรและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งความร่วมมือในภูมิภาคและในระดับนานาชาติมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถในการร่วมมือและแข่งขันของประเทศ และอยู่ร่วมกันกับพลโลกอย่างสันติสุขพึ่งพาอาศัยและเกื้อกูลกันได้
          การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองจะไม่มีวันสำเร็จได้ถ้าทุกภาคส่วนในสังคมไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้บริหาร ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ไม่ร่วมมือร่วมใจกันขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เพราะกระทรวงศึกษาธิการคงไม่สามารถทำงานใหญ่เพียงลำพังได้
          ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคนในสังคมไทย เพื่อผนึกกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองจนบรรลุเป้าหมาย และเมื่อถึงเวลานั้นคนไทยก็จะยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
538 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลดำเนินงาน
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    31  


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.06  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์