การศึกษาสภาพและแนวทางการพัฒนาทุนทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
  ข่าวทั้งหมด
9 สิงหาคม 2553

      

         สำหรับประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทุนทางปัญญา โดยริเริ่มการพัฒนาในทรัพยากรมนุษย์เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) ตามแนวคิดที่ว่า คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ในช่วงระยะเวลาต่อมาแนวคิดดังกล่าวยังคงมีความต่อเนื่องในมิติของการพัฒนาคนให้มีความริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รู้เท่าทันโลกเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สามารถสั่งสมทุนทางปัญญา (Intellectual Capital Accumulates) ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) (คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2544) และสืบเนื่องต่อมาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) ที่มุ่งพัฒนาสังคมสู่ สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ขยายกรอบแนวคิดของทุนทางปัญญาผ่านกระบวนการเรียนรู้ของคน ซึ่งความรู้เกี่ยวกับทุนทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ (คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2549) นอกจากนี้ในสมัยรัฐบาลสมัยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา เนื่องจากประเทศไทยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาอยู่ในฐานะต่ำกว่าประเทศคู่แข่งหลายประเทศ รัฐบาลจึงจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาขึ้น เพื่อเร่งรัดให้มีการสร้างปัญญาในสังคม (สุรยุทธ์ จุลานนท์, 2549) โดยเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้กระบวนการสร้าง แพร่กระจาย และใช้ความรู้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเร่งรัดให้มีการสร้างปัญญาในสังคม สนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันสร้างนวัตกรรม สร้างทุนทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่งคงในระบบสังคมและเศรษฐกิจฐานความรู้ (กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2550) 

         ถึงแม้ว่าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้กำหนดแนวคิดเกี่ยวกับทุนทางปัญญา แต่ระบบการศึกษาของประเทศไทยที่ผ่านมาเป็นวัฒนธรรมการรับ (Receiving Culture) จำกัดอยู่แต่รูปแบบของการรับและบริโภคเท่านั้น แต่สำหรับยุคที่ทุนทางปัญญามีความสำคัญต่อการนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ คนไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างทุนทางปัญญาเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมจากฐานความคิดที่เป็นไทย โดยการเปลี่ยนจากวัฒนธรรมการรับ (Receiving Culture) มาเป็นวัฒนธรรมของการสร้าง (Producing Culture) โดยฐานความรู้หรือทุนทางปัญญา (ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และคณะ, 2549) ทั้งนี้นายวิจิตร ศรีสอ้าน ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของในสถาบันอุดมศึกษาว่าสถาบันอุดมศึกษาเป็นสมองและสติปัญญาของสังคม อีกทั้งสามารถเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2550 และ วิจารณ์ พานิช, 2545: 9) ดังเห็นได้จากงบประมาณจากภาครัฐที่สนับสนุนแผนงานและโครงการต่างๆ ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งหากพิจารณาด้านการวิจัยและพัฒนาซึ่งเป็นส่วนสำคัญผลิตองค์ความรู้ให้แก่ประเทศ (ประเวศ วะสี, 2546: 2-8) พบว่าค่าใช้จ่ายทางการวิจัยและพัฒนา ใน ปี พ.ศ. 2550 ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งเป็นกระบวนในการสร้างทุนทางปัญญาให้เกิดขึ้นในทุนมนุษย์และเป็นทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีของสถาบันอุดมศึกษา พบว่า ค่าใช้จ่ายสูงถึงร้อยละ 37.49 ของค่าใช้จ่ายทางการวิจัยและพัฒนาของประเทศ มากเป็นอันดับสองรองจากการวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน แต่อย่างไรก็ตามผลจากวิจัยการจัดอันดับของสถาบันนานาชาติเพื่อการพัฒนาด้านการจัดการ ปี พ.ศ. 2550 พบว่า ขีดความสามารถของประเทศไทยลดลงจากปี พ.ศ. 2549 จากอันดับที่ 29 มาอยู่ในอันดับที่ 33 (International Institute for Management Development, 2007: 7) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เมื่อทำการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศแล้ว ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 28 จาก 30 ประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาคิดเป็นร้อยละ 0.28 ต่อ GDP ซึ่งค่อนข้างต่ำถ้าเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเท่ากับร้อยละ 0.63 มากกว่าประเทศไทยถึง 2.25 เท่า (กองบรรณาธิการ, 2550: 23)

         แม้ว่าความสำคัญการลงทุนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาของยังคงพบปัญหาต่างๆ ไม่ว่า การขาดแคลนบุคลากรทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ขาดความคล่องตัวของการบริหารงาน ขาดกลไกที่จะเชื่อมโยงภาคีกับภาคส่วนต่างๆ ขาดความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐกับชุมชน/สังคม (ไพฑูรย์ สินลารัตน์ 2542: 95-104, ส่งสุรเกียรติ์, 2545: 9) ซึ่งเปรียบได้กับการขาดการพัฒนาในทุนมนุษย์ ทุนโครงสร้างและองค์กร และทุนความสัมพันธ์ตามลำดับ เพราะฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนทางปัญญาของมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศเพราะตามที่ ประกอบ  คุปรัตน์ (2545) สรุปไว้ว่าไม่มีกิจกรรมใดที่สามารถเจริญเติบโตและพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในรูปของตัวเงินหรือไม่ใช่ตัวเงินหรือในสินทรัพย์ที่จับต้องได้หรือไม่ได้ก็ตาม ย่อมมีความสำคัญทุกส่วน อย่างไรก็ตามในการพิจารณาการพัฒนาทุนทางปัญญานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความเข้าใจและขยายขอบเขตของการศึกษาสภาพทุนทางปัญญา เพื่อที่จะสามารถพัฒนาทุนทางปัญญาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากในแต่ละบริบทขององค์กรต่างมีทุนทางปัญญาที่แตกต่างกันออกไป (ดนัย เทียนพุฒ, 2547ข; อนงค์นาฎ ศรีวิหค และ อรุณี อินทรไพโรจน์, 2548; Edvinsson, 1997 และ Islam, N., Krairit, D. and Swasdio, U., 2004) จากการศึกษาแนวคิดทุนทางปัญญาในประเทศไทยพบว่าจำกัดการศึกษาอยู่ในภาคธุรกิจเท่านั้น ส่วนในภาครัฐ โดยเฉพาะในภาคการศึกษา พบเฉพาะผลงานวิจัยของ Nazrul Islam, Donyaprueth Krairit และ Usapan Swasdio (2004) ที่ศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบทุนทางปัญญาของสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยของรัฐ และปรียนุช ชัยกองเกียรติ (2551) ที่ศึกษารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างการจัดการทุนทางปัญญา การจัดการความรู้ และประสิทธิผลองค์การของวิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ทุนทางปัญญาของสถาบันอุดมศึกษา ขาดความชัดเจนในการศึกษาและการพัฒนาทุนทางปัญญา ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ในศึกษาสภาพของทุนทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและแนวทางการพัฒนาทุนทางปัญญาที่เหมาะสมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ อันเป็นฐานในการวางแผนพัฒนาแนวทางในการพัฒนาสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้อย่างทุนทางปัญญาให้กลายเป็นทุนที่มีมูลค่าและคุณค่า เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพอุดมศึกษาตามที่ได้วางเป้าหมายไว้ในแผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะยาว (สถาบันคลังสมองของชาติ, 2550) ในการสร้างความเข็มแข็งทางปัญญา พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของประเทศให้สูงขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์  

1. เพื่อศึกษาสภาพทุนทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

2. เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาทุนทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

วิธีดำเนินการวิจัย  

         ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยโดยใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) ซึ่งแบ่งผู้ให้ข้อมูลสำคัญออกเป็น 2 กลุ่มตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญสำหรับวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 1 คือ ผู้อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดและในกำกับของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จำนวน 5 ท่าน โดยผู้วิจัยเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  ซึ่งได้แก่อธิการบดีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ผู้ให้ข้อมูลสำคัญสำหรับวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มประกอบไปด้วยนักวิชาการด้านการอุดมศึกษา จำนวน 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการด้านทุนทางปัญญา จำนวน 3 ท่าน โดยผู้วิจัยเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยสำหรับทั้งสองวัตถุประสงค์ คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ซึ่งพัฒนาโครงสร้างแบบสัมภาษณ์ตามกรอบแนวคิดเกี่ยวกับองค์ประกอบด้านทุนทางปัญญาของ Islam, N., Krairit, D. และ Swasdio, U. (2004) ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลสำหรับวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 1 ด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เป็นลำดับแรก นำมาวิเคราะห์สภาพทุนทางปัญญาของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ แล้วจึงดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 2 ในกลุ่มของนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษาและผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการด้านทุนทางปัญญาเป็นลำดับถัดมา

สรุป
        สภาพทุนทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งประกอบด้วยทุนมนุษย์ ทุนโครงสร้างและองค์กร ทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยี และทุนความสัมพันธ์ มีดังนี้ สภาพทุนมนุษย์ มีการนำความรู้ของคณาจารย์และนิสิต นักศึกษาไปสร้างรายได้ให้กับสถาบัน บุคลากรขาดทักษะชีวิตทักษะสังคมและขาดสำนึกในความสำเร็จ/ความรับผิดชอบ แต่การผลิตบัณฑิตไม่ตรงกับตลาดแรงงานและแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ สภาพทุนโครงสร้างและองค์กร สถาบันอุดมศึกษามีวิสัยทัศน์ร่วมและมีวัฒนธรรมองค์กร มีการบริหารแบบมีส่วนร่วมมีการประเมินผลงานโดยมุ่งที่ผลผลิตและผลลัพธ์ นอกจากนี้พบว่ามีการสร้างบรรยากาศทางวิชาการเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ตลอดเวลา แต่ขาดความยืดหยุ่นในการบริหารงานภายใต้ระบบราชการ สภาพทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีการตอบสนองการใช้เทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการเรียนรู้ แต่การเข้าถึงระบบเครือข่ายไม่รวดเร็วและไม่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน การวิจัยและพัฒนามีลักษณะแบบร่วมมือและเครือข่ายมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทรัพย์สินทางปัญญาของสถาบันอุดมศึกษาไม่ได้นำมาสร้างให้เกิดประโยชน์เชิงธุรกิจ สภาพทุนความสัมพันธ์ มีการวิจัยทางการตลาดการศึกษาด้านอุปทานของสถาบันแต่ขาดการวิจัยด้านอุปสงค์ มีการสร้างองค์ความรู้จากความสัมพันธ์กับภายนอกเพื่อสร้างความภาคภูมิใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศรวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่สถาบัน

         แนวทางการพัฒนาทุนทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ มีดังนี้ แนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์ ควรสร้างความร่วมมือกับภายนอกในการปรับหลักสูตรเพื่อให้ตรงต่อทักษะในการปฏิบัติงานจริง ส่งเสริมกิจกรรมนอกเหนือกิจกรรมทางวิชาการอย่างเป็นระบบ และควรกระตุ้นสำนึกในความสำเร็จ/ความรับผิดชอบโดยการใช้บทบาทของผู้นำ แนวทางการพัฒนาทุนโครงสร้างและองค์กร ควรสร้างความร่วมมือในการกำหนดความเหมาะสมและสอดคล้องให้กับองค์กร ปฏิรูปการบริหารจัดการภายในให้ยืดหยุ่นภายใต้การบริหารแบบราชการ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ สร้างอัตลักษณ์ทางวิชาการ และควรมุ่งบริหารจัดการบุคคลผู้เป็นเลิศอย่างเป็นระบบ แนวทางการพัฒนาทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยี ควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสถาบันอย่างพอเพียงพัฒนาระบบการจัดเก็บและแบ่งปันผลประโยชน์การวิจัย ปรับโครงสร้างการบริหารการวิจัยประสานงานแบบการเข้าร่วมกลุ่มวิจัย และควรส่งเสริมการสร้างมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ แนวทางการพัฒนาทุนความสัมพันธ์ ควรวิจัยทางการตลาดการศึกษาด้านอุปสงค์ พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับการตลาดด้านการศึกษา เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเครือข่ายต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และควรส่งเสริมการจัดการข้อมูลด้านวิชาการและการวิจัยสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แหล่งที่มา : ฐานข้อมูลการวิจัย สอศ.


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
1204 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
.....
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe

moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.08  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์