ทฤษฎีมอนเตสซอรี่สู่การประยุกต์ใช้ ณ สถานศึกษาปฐมวัย YWCA
  ข่าวทั้งหมด
28 กรกฎาคม 2553

      

       บนย่านถนนสาธรที่เต็มไปด้วยตึกรามอาคารหรูหรา ยังมีโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เรียกตนเองว่า "สถานศึกษาปฐมวัย YWCA" กับความเชื่อในการพัฒนาเด็กเล็กภายใต้หลักสูตรคริสเตียนมอนเตสซอรี่ ที่เชื่อว่า จุดมุ่งหมายในการให้การศึกษาในระยะแรกนั้น ไม่ใช่การเอาความรู้ไปบอกให้เด็ก แต่เป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามความต้องการตามธรรมชาติของเขา เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ตามความสนใจของตนเอง อย่างมีลำดับขั้นตอน และมีอิสรภาพภายใต้ขอบเขต
      
       คุณครูแมม หรือคุณครูประทุม ชัยอักษรเวช ผู้ช่วยเลขาธิการ ฝ่ายการศึกษา ผู้บริหารของโรงเรียนเปิดเผยถึงที่มาของการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนแบบเก่ามาสู่ระบบ Child Center ตามสไตล์มอนเตสซอรี่ว่า
      
       "ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2544 นโยบายด้านการเรียนการสอนจากรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ทางโรงเรียนเองก็มีโอกาสได้ไปดูงานการเรียนการสอนแบบมอสเตสซอรี่ที่ YMCA พอเห็นแล้วก็ใช่เลย เด็กๆ เป็นผู้เรียน และสามารถตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ได้เอง ทางคณะกรรมการของ YWCA จึงตัดสินใจกันว่า เราจะมาลงทุนในระบบนี้กัน ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมด ทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ เทคนิคการสอน ก็มีการอบรมครู มีที่ปรึกษาเข้ามาช่วยดูแล"
      
       "อบรมมาแล้วก็ได้ทฤษฎี แต่พอมาลงมือปฏิบัติก็ยากเหมือนกัน จากที่เป็นครูในสมัยโบราณ อยากสอนอะไรก็สอน อยากป้อนอะไรก็ป้อน เด็ก ๆ เป็นผู้รับอย่างเดียว แต่วิธีการของมอนเตสซอรี่ ในการขับเคลื่อนการเรียนการสอน การใช้อุปกรณ์ต่างกันลิบลับ ครูก็ต้องปรับตัว ค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น พัฒนาเด็กไปเรื่อย ๆ" จากวันนั้นมาถึงวันนี้ นับได้เป็นเวลา 8 ปี แต่คุณครูแมมก็บอกว่ายังมีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามายังโรงเรียนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาแก่ทางโรงเรียน หรือการจัดอบรมครูช่วงปิดเทอม แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือความรัก
      
       "ทัศนคติของครูที่มีต่อเด็กคือ เราต้องรักเด็กในแบบที่เขาเป็นเขา ไม่ใช่เขาเป็นในแบบที่เราอยากให้เป็นแล้วถึงรัก มองเด็กเป็นดินแล้วค่อย ๆ ปั้นเขาขึ้นมา ใส่น้ำแห่งความรักลงไปทีละนิด ถ้าผู้ปกครองสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงจะทราบว่า ลูกเริ่มพับผ้าเป็น ทานอาหารเริ่มเก็บจานช้อนให้เข้าที่ มีระเบียบวินัย นั่งฟังได้นานขึ้น"
      
       เด็กปฐมวัยพัฒนาได้แม้ไม่ "คัด"
      
       โรงเรียนแห่งนี้ยังเป็นแห่งหนึ่งที่ร่วมยืนยันเป็นเสียงเดียวกับอีกหลาย ๆ โรงเรียนว่า การจับเด็กมานั่งคัดไทย ลากเส้นประตัวอักษร ท่อง ก.ไก่ - ฮ. นกฮูก ไม่ใช่สิ่งที่คุณครูคาดหวังจะฝึกให้กับเด็ก ๆ หากแต่เป็นการฝึกไปตามขั้นของพัฒนาการ นั่นก็คือ "ฟัง พูด อ่าน เขียน"
      
       "การฝึกพื้นฐานของเด็กในช่วงแรกจะเริ่มจากการฟังก่อน ให้เด็กฟังให้มากที่สุด ฟังเสียงธรรมชาติ เสียงไก่ขัน เสียงดนตรี หรือการออกเสียงพยัญชนะ เขาจะรู้จักเสียง กอ (ก.ไก่) เสียง จอ (จ.จาน) แล้วเขาก็จะเริ่มพูดตาม ภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน เราไม่เรียนภาษาอังกฤษโดยให้เด็กท่อง A-Z แต่เริ่มเรียนตามเสียง เช่น เสียงเพอะ (p) เสียงเทอะ (t) หรือเสียงอึม (m) อย่างเราออกเสียงคำว่า Ham เด็กก็จะทราบว่ามีเสียง "อึม" (m) ต่อท้าย"
      
       พร้อมกันนั้น คุณครูแมมยังได้กล่าวถึงการศึกษาในอดีตของไทยด้วยว่า เป็นการเรียนแบบย้อนศร ให้เด็กเขียนก่อน อ่านทีหลัง เด็กเล็ก ๆ บางคนกล้ามเนื้อยังไม่พร้อม แต่ต้องมานั่งเกร็งมือเพื่อคัด ก - ฮ ให้ได้ตามเส้นประ การเรียนรู้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ แท้จริงแล้วครูควรฝึกพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อไปก่อน เช่น ให้ปั้นแป้งเป็นรูปต่าง ๆ รินน้ำใส่แก้ว เล่นลูกบอล เมื่อเด็กพร้อม เขาจะไปได้เอง
      
       "ของแบบนี้อย่าไปเร่งเขา เมื่อเด็กพร้อม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เขาจะไปได้เอง และไปได้เร็วเหมือนติดจรวดเลย แต่ก็มีผู้ปกครองบางกลุ่มผิดหวังที่ให้ลูกมาเรียนแล้วลูกยังเขียน ก - ฮ ไม่ได้ ซึ่งต้องบอกว่าการเขียนสวย เขียนได้ ไม่ใช่เป้าหมายของเรา เป้าหมายของเราคือให้เขียนเมื่อพร้อม และเด็กจะเขียนอย่างถูกทิศทาง มีน้ำหนักชัดเจน"
      
       อุปกรณ์การสอนสไตล์มอนเตสซอรี่
      
       หันมาดูตัวช่วยหลักในการเรียนการสอนแนวมอนเตสซอรี่ของโรงเรียนแห่งนี้กันบ้าง นั่นก็คือ เครื่องไม้เครื่องมือนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้กระดาษทราย สำหรับให้เด็กเอาไว้ลูบฝึกประสาทสัมผัส, แท่งไม้ขนาดพอดีมือเด็ก ๆ วางคละไซส์ในกล่อง สำหรับฝึกให้เด็กสามารถแยกแยะความแตกต่างด้านความสูง, โซ่ 1000 ที่เกิดจากการนำลูกปัดมาร้อยเข้าด้วยกันสำหรับใช้ฝึกคณิตศาสตร์ ฯลฯ
      
       "นึกภาพการเรียนคณิตศาสตร์บนกระดานดำ มีตัวเลขเป็นพืด กับการเรียนคณิตศาสตร์แบบมีอุปกรณ์สีสันสดใส แบบไหนน่าสนุกกว่ากัน ถ้าเราอยากให้เด็กรักตัวเลข ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาได้สนุกกับตัวเลข จะให้เด็กนับ 1 ถึง 1000 ได้อย่างไรให้เขาเข้าใจในภาพรวม" ครูแมมเล่า ก่อนจะหยิบโซ่ 1000 ที่ประดิษฐ์จากลวดเส้นเล็ก ๆ นำลูกปัดมาร้อยเรียงจึงถูกประดิษฐ์ขึ้นมาโดยฝีมือคุณครูในโรงเรียนขึ้นมาให้ดู นอกจากนั้นก็ยังมีตู้ไม้บานใหญ่ ภายในมีแผ่นไม้พร้อมตัวเลขตั้งแต่หน่วย สิบ ร้อย พัน เอาไว้ทำกิจกรรมสนุก ๆ ระหว่างครูกับนักเรียน เช่น คุณครูให้เด็กนำเงินไปฝากธนาคารจำนวน 9,652 บาท เด็กก็ต้องไปหยิบแผ่นไม้ให้ได้ตามจำนวนที่ระบุไว้เพื่อนำ ไปฝากธนาคาร (คุณครู)
      
       และด้วยการเรียนการสอนที่ไม่เน้นการนั่งคัดตัวบรรจงของพยัญชนะจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เข้ามาแทนที่สมุดคัดลายมือ ซึ่งที่นี่เลือกใช้ ถาดข้าวสาร กระดาษทราย หรือวัสดุแปลก ๆ อื่น ๆ เพื่อให้เด็กได้ฝึกเขียนพร้อม ๆ กับฝึกประสาทสัมผัสโดยที่ไม่มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ หรือลายเส้นที่ให้เด็กลากตามด้วย
      
       กิจกรรมวันทำงานจาก 8.00 - 15.30 น.
      
       กิจวัตรยามเช้าของเด็กอ. 1 - 3 ณ โรงเรียนแห่งนี้ เริ่มต้นหลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติเรียบร้อยแล้ว (ประมาณ 8.30 น.) เมื่อเดินเข้ามาในชั้นเรียนก็จะนั่งกันเป็นรูปตัว U โดยมีคุณครูนั่งตรงกลาง เปิดการสนทนาด้วยการทักทาย มีเรื่องน่าสนใจมาแจ้งให้ทราบ จากนั้นจะมีการขอบคุณพระเจ้า ต่อด้วยการสอนบุคลิกภาพให้เด็ก ๆ เช่น นำเสนอจากนิทาน หรือจากพระคัมภีร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน เช่น มีเด็กดีมาช่วยคุณครูถือของ ก็นำเรื่องของเด็กดีคนนี้ไปชมให้เด็กคนอื่น ๆ ได้ฟัง ซึ่งครูแมมบอกว่า วิธีดังกล่าวเป็นกุศโลบายในการสอนเด็กที่ใช้ได้ผลดีมากวิธีหนึ่ง
      
       จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงกิจกรรมเลือกเสรี เด็กสามารถทำอะไรก็ได้ที่ชอบ โดยจะมีเครื่องมือต่าง ๆ วางให้เลือกอยู่มากมาย เด็กก็จะไปหยิบอุปกรณ์ที่ตนเองต้องการทำ มาทำจนสำเร็จ ซึ่งช่วงนี้กินเวลานานประมาณ50 นาที จากนั้นก็จะกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งในรูปตัว U เพื่อร้องเพลง หรือเรียนในวิชาต่าง ๆ ตามหลักสูตร ก่อนจะกลับเข้าสู่ช่วงของการเลือกเสรีอีกครั้งเพื่อให้เด็กทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจต่อจนถึงช่วงพักเที่ยง
      
       เมื่อถึงเวลาของมื้อกลางวัน เนื่องจากพื้นที่โรงเรียนไม่ใหญ่มากนัก จึงต้องแบ่งเด็กออกเป็นสองกลุ่ม ให้น้องเล็กได้ทานก่อน แล้วพี่ใหญ่ (อนุบาล 3) ค่อยตามมา หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จก็จะไปแปรงฟัน บ้วนปาก แล้วจึงมาปูฟูกนอนกลางวันสะสมพลังกันใหม่
      
       ประมาณ 14.00 น. ก็ได้ฤกษ์ที่เด็ก ๆ จะต้องตื่นมาล้างหน้าล้างตา ดื่มนม แล้วจึงหยิบหวีมารอให้คุณครูหวีผมให้ ก่อนจะจากกันด้วยการกอดลาของคุณครูกับเด็ก ๆ และกลับบ้านไปกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งคุณครูแมมเล่าว่า ในอดีต เด็ก ๆ จะไม่กล้าให้กอด เพราะพ่อแม่ก็ไม่เคยกอดเขาเหมือนกัน เด็กบางคนวิ่งหนีคุณครูไปเลยก็มี แต่เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ กลับโผเข้ากอดคุณครูอย่างไม่เคอะเขิน
      
       "การศึกษาของเราก็เหมือนรากที่อยู่ใต้ดิน มองไม่ค่อยเห็น ไม่ใช่มาถึงปุ๊บก็คัด ก - ฮ ได้ ถ้าผู้ปกครองกลุ่มที่มุ่งให้เด็กอ่านออกเขียนได้พาลูกมาอยู่กับเรา รับรองว่าเขาจะผิดหวัง แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับการวางรากฐาน ฝึกบุคลิกเขา รู้จักควบคุมตนเอง มีความมั่นใจที่จะแสดงออก มีระเบียบ วินัย การฝึกแบบนี้เท่ากับเรากำลังดูแลรากชีวิตของเขา เมื่อโตขึ้นผลก็งดงาม"

ที่มา : http://www.manager.co.th/


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
1149 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe

moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
   1    2    3    4    5    6    7
   8    9    10    11    12    13    14
   15    16    17    18    19    20    21
   22    23    24    25    26    27    28
   29    30    31        


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.82  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์