พฤติกรรมการใช้ โทรศัพท์มือถือของวัยรุ่นมักจะเห็นได้ทั่วไปว่าใช้ได้ในทุกสภาวการณ์อย่างน่าทึ่ง แต่อันตรายที่รออยู่ เบื้องหน้าเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่เห็นเป็นบทเรียน ประเภทขับรถจักรยานยนต์ มือเดียวและคุยโทรศัพท์ไปด้วย หรือแม้แต่ในระหว่างการขับรถก็ตาม
พฤติกรรมนี้เป็นเหมือนกันทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐฯที่มีตัวเลขอัตราการตายจากอุบัติเหตุโดยเฉพาะวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-20 ปี บนท้องถนนจากการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างน่าตกใจและได้มีความพยายามแก้ไขปัญหานี้มาตลอด
ล่าสุดรัฐจอร์เจียได้เข้าร่วมกับรัฐอื่นๆ รวม 27 รัฐ ในการออกกฎหมายห้ามวัยรุ่นใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างการขับรถ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีโอปราห์ วินฟีย์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ร่วมในการรณรงค์การหลีกเลี่ยงความตายนี้ด้วยภายใต้ชื่อโครงการ "No Phone Zones"
ในขณะที่มีเทคโนโลยีใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการใช้รถยนต์ที่เรียกว่า TxTStopper ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขนาด 12 โวลต์ ใช้ติดตั้งในรถยนต์เพื่อช่วยปิดระบบการสื่อสารของโทรศัพท์มือถือในรถยนต์เมื่อติดตั้งให้เครื่องดังกล่าวทำงานจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ไม่ว่าจะคุยโทรศัพท์ การส่งข้อความและการรับส่งอีเมล์ได้
ตามสถิติระบุว่ากลุ่มวัยรุ่น คนหนุ่มสาวมีความเสี่ยงมากที่สุด แต่ละปีอุบัติเหตุการเกิดขึ้นบนท้องถนนจนทำให้เกิดการเสียชีวิตถึงปีละ 6,000 คน เป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-20 ปี แต่บาดเจ็บสาหัสกว่า 400,000 คน แม้ว่าจะมีการรณรงค์ถึงอันตรายจากการใช้โทรศัพท์ส่งข้อความ การพูดคุยหรืออีเมล์ระหว่างขับรถก็ตาม แต่กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามหรือเป็นกลุ่มที่รณรงค์ยากที่สุด
"ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจลูกสาว แต่การใช้โทรศัพท์ส่งข้อความขณะขับรถเป็นการเสี่ยงเกินไปจึงต้องการบางสิ่งที่ทำให้การใช้รถเป็น No Phone Zones ยังไงก็ได้หากทำให้ลูกสาวไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ในระหว่างขับรถ การใช้เครื่อง TxTStopper ช่วยคลายกังวลเรื่องดังกล่าวได้" คุณแม่รายหนึ่งในเมืองแอตแลนตากล่าว
ผู้ผลิตเครื่อง TxTStopper ระบุว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ที่สามารถป้องกันการส่งข้อความการพูดคุย หรือการรับส่งอีเมล์ทำงานในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งอยู่บนท้องถนน การทำงานสามารถใช้กับรถยนต์ได้ทุกชนิดและโทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อ ติดตั้งเพียงครั้งเดียวไม่มีการบำรุงรักษาและค่าธรรมเนียมรายเดือน
แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่า เครื่องดังกล่าวสนนราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 6,400 บาท จะมีใครกล้าลงทุนเพื่อสร้างปัญหาให้อุปกรณ์ของตนเองใช้งานไม่ได้แม้รู้ว่าจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนก็ตาม!!
หนุ่มดิจิตอล cybernet @ thairath.co.th
แหล่งที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ
|