"คุรุราษฎร์รังสฤษฏ์" ต้นแบบโรงเรียนประหยัดพลังงาน
  ข่าวทั้งหมด
11 มีนาคม 2551

       ในสภาวะที่พลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกวัน การประหยัดพลังงานเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้พอต่อสู้กับวิกฤตตรงนี้ได้ ในขณะที่หน่วยงานราชการอย่างสถาบันการศึกษาต่างๆจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้าเพื่ออำนวยการการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพ แต่เมื่อสภาวะเป็นแบบนี้ก็จำเป็นต้องประหยัด แต่จะประหยัดอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการเรียนการสอน
          โรงเรียนคุรุราษฎ์รังสฤษฏ์ จังหวัดราชบุรี เป็นโรงเรียนหนึ่งที่เคยแบกรับค่าไฟฟ้าเดือนละหลายหมื่นบาท แต่ด้วยความตระหนักของบุคลากรในโรงเรียนทั้งครูและนักเรียนสามารถทำให้โรงเรียนลดรายจ่ายค่าไฟฟ้าได้เกือบครึ่งจากที่เคยเสียในแต่ละเดือน
          อาจารย์สมนิตย์ ทองลิ้ม รองผู้อำนวยการโรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ ให้รายละเอียดว่า โรงเรียนมีแนวความคิดในเรื่องการประหยัดพลังงานมานานแล้ว แต่ทำได้เพียงแค่การประคองไม่ให้ตัวเลขสูงเกินกว่าปรกติ เมื่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2548 เห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 10 เพื่อเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณชาติ โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ได้พยายามสนองนโยบายรัฐบาลด้วยการลดปริมาณการใช้พลังงานตามมติดังกล่าว โดยเฉพาะการลดพลังงานไฟฟ้า แต่ปรากฏว่าไม่สามารถทำได้ตามเป้า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ทุกคนในโรงเรียนยังขาดความรู้ความเข้าใจและแนวทางการปฏิบัติ
          ขณะที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ทำหนังสือถึงหน่วยราชการกว่า 200 แห่งที่มีการใช้ไฟฟ้าเกินมาตรฐาน โดยมีรายชื่อโรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์รวมอยู่ด้วย ในเนื้อหาของหนังสือระบุว่า ขอให้ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมหลักสูตรการตรวจวิเคราะห์การใช้พลังงาน (Energy Audit) เพื่อให้ความรู้เรื่องการตรวจวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้า
          หลังจากที่โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ได้มอบหมายให้อาจารย์ศล เอกจิต อาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เข้ารับการอบรมจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จึงนำความรู้กลับมาดำเนินการอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 และตั้งคณะกรรมการประหยัดพลังงานและทรัพยากรขึ้นในโรงเรียน เพื่อทำการศึกษาแนวทางการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในโรงเรียน โดยมีอาจารย์ศลเป็นประธานกรรมการดำเนินงาน และมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นที่ปรึกษา
          จากการศึกษาแนวทางการประหยัดพลังงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ทำให้ทราบว่าการประหยัดพลังงานให้เป็นผลสำเร็จ โรงเรียนจำเป็นต้องออกมาตรการและแนวการปฏิบัติ ซึ่งได้เสนอไว้ 6 ข้อ อาทิ การปิดเครื่องปรับอากาศช่วงพักเที่ยงจะสามารถประหยัดไฟได้ 6,807 กิโลวัตต์ คิดเป็นเงิน 18,449 บาทต่อปี หรือมาตรการปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานจะสามารถประหยัดรายจ่ายไปได้ 6,845 บาทต่อปี การใช้กระติกน้ำร้อนให้เป็นเวลาสามารถประหยัดได้ 8,455 บาทต่อปี กระทั่งปัจจุบันปรากฏว่าบัญชีรายจ่ายในเรื่องค่าไฟฟ้าของโรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ลดลงมาตามลำดับอย่างน่าพอใจ ทำให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มอบโล่เชิดชูเกียรติในฐานะสามารถดำเนินการอนุรักษ์พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ทางด้านอาจารย์ศลชี้แจงตัวเลขรายจ่ายที่ลดน้อยลงกว่าทุกปีที่ผ่านมาว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 จนถึงปัจจุบัน หากจะเทียบในระหว่างเดือนเดียวกันของปี 2549 กับปี 2550 จะเห็นได้ว่าสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 37.8% จากตัวเลขในเดือนสิงหาคม ปี 2549 โรงเรียนต้องชำระค่าไฟฟ้าไปเป็นเงิน 60,580 บาท แต่ในเดือนสิงหาคม ปี 2550 โรงเรียนสามารถลดรายจ่ายลงได้เหลือ 34,000 บาท
          "ยืนยันว่าตัวเลขเหล่านี้เราทำเองไม่ได้ เพราะเป็นตัวเลขที่ออกจากบิลของการไฟฟ้าฯ ไม่ใช่ตัวเลขที่เรายกเมฆมาแน่ๆ"
          นอกจากนี้อาจารย์ศลยังกล่าวอีกว่า คณะกรรมการดำเนินงานได้ศึกษาแผนการปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่างเช่น การเปลี่ยนจากหลอดไฟปรกติมาใช้หลอดประหยัดพลังงาน หรือเปลี่ยนบัลลาสต์ ซึ่งจะสามารถประหยัดพลังงานให้กับโรงเรียนถึงปีละ 27,838 บาท แต่แผนดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะโรงเรียนต้องลงทุนถึง 206,250 บาท ซึ่งถือว่ามากสำหรับโรงเรียน แต่หากสามารถทำได้จะสามารถคืนทุนให้กับโรงเรียนได้ภายในระยะเวลา 4 ปี
          สิ่งที่ทำให้โรงเรียนคุรุราษฎ์รังสฤษฏ์สามารถลดปริมาณการใช้พลังงานลงได้อย่างผิดหูผิดตา อาจารย์ศลได้ให้เครดิตกับคณาจารย์และนักเรียนทุกคนว่า ทุกคนในโรงเรียนให้ความร่วมมือกันด้วยความจริงจัง ไม่ว่าอาจารย์ ลูกจ้าง หรือนักเรียนทุกคน ต่างเห็นความสำคัญและเคารพในมาตรการประหยัดพลังงาน และอยากจะเห็นโรงเรียนลดการใช้พลังงานเพื่อช่วยชาติ เพื่อช่วยลดโลกร้อน
          อย่างไรก็ตาม อาจารย์ศลยังได้สร้างแนวร่วมการลดพลังงานจากการดึงเด็กๆเข้ามาให้ความรู้เป็นกรณีพิเศษห้องเรียนละสองคน ต่อยอดทางความคิดกับเพื่อนๆในห้องเรียนให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน นับว่าได้ผลเป็นที่พอใจ เพราะเด็กทุกคนต่างตระหนักและให้ความสำคัญกับการประหยัด จะเห็นได้ว่าไม่มีห้องเรียนใดเปิดพัดลมทิ้งไว้หรือเปิดไฟทิ้งไปเปล่าๆโดยที่ไม่มีเด็กอยู่
          นอกจากการเน้นไปที่การให้ความรู้และร่วมมือประหยัดพลังงานแล้ว ทางโรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ยังได้พยายามหาวิธีดึงเด็กไม่ให้อยู่ในห้องเรียนระหว่างพักด้วยการสร้างสวนหย่อมไว้ตามจุดต่างๆ รวมถึงซุ้มม้านั่ง เพื่อให้เด็กมาใช้ จะได้ไม่ต้องไปอยู่ในห้องเรียนแล้วต้องเปิดไฟเปิดพัดลม
          อาจารย์สมนิตย์ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากเป็นการประหยัดเงินให้กับโรงเรียนแล้ว ตัวเด็กเองก็จะตระหนักถึงความสำคัญของพลังงาน แต่อย่างไรก็ยังเห็นด้วยกับมาตรการของรัฐที่ให้ทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน แม้แต่การให้ช่วยกันปิดไฟบ้านละดวงนั้นก็สามารถช่วยกันได้ หากทุกบ้านทุกโรงเรียนช่วยกันก็สามารถทำให้ชาติประหยัดพลังงานได้มากทีเดียว


ที่มา : กรุงเทพฯ--11 มี.ค.--โลกวันนี้

1184 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
       1    2    3    4    5
   6    7    8    9    10    11    12
   13    14    15    16    17    18    19
   20    21    22    23    24    25    26
   27    28    29    30    31    


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.06  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์