ครบรอบ 18 ปี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สู่ศูนย์กลางจีนศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งความพอเพียง
  ข่าวทั้งหมด
24 มีนาคม 2553

      

ครบรอบ 18 ปี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สู่ศูนย์กลางจีนศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งความพอเพียง

           อุณหภูมิการแข่งขันของตลาดอุดมศึกษานับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากจำนวนประชากรที่ลด ทำให้คนที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาลดลง ในขณะที่มีสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐและเอกชนเกิดใหม่มากมาย รวมถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลต่อโอกาสและการตัดสินใจของผู้เรียน ทำให้สถาบันอุดมศึกษาทั้งเก่าและใหม่เร่งทำการตลาดเชิงรุก หาจุดีจุดเด่นมานำเสนอเพื่อจูงใจผู้เรียนและผู้ปกครอง กลยุทธ์จุดขายที่น่าจับตามองและเชื่อกันว่าจะสามารถนำความสำเร็จและความก้าวหน้าแก่มหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืนก็ คือ การวางโพซิชั่นนิ่งที่ชัดของตนเองและหาเอกลักษณ์เฉพาะที่ถนัดและเชี่ยวชาญที่สุดของตนเองให้เจอแล้วจัดสรรทรัพยากร หลักสูตร และการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์และโพซิชั่นขงตนเองเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีจุดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถแข่งขันได้ในทุกสนาม


          "มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ" เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่ใช้เอกลักษณ์ของการเป็นมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาแห่งเดียวในประเทศไทย ผนวกกับประสบการณ์การสอนทางการพยาบาลและวิทยาลัยศาสตร์สุขภาพมาเป็นจุดเด่นและเข็มทิศในการจัดการศึกษาและการผลิตบัณฑิตจะนประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาและการผลิตบัณฑิต และก้าวสู่การเป็นผู้นำสถาบันอุดมศึกษาด้านจีนศึกษาของประเทศภายในเวลาอันรวดเร็ว


          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรที่กำเนิดความศรัทธาในคุณธรรมแห่ง "ไต้ฮงภิกขุ" ผู้ก่อตั้ง "คณะเก็บศพไต้ฮงกง" หรือ "มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" ซึ่งก่อตั้งครบ 100 ปีในปีนี้ โดยใช้ชื่อว่า "โรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย" เป็นหน่วยงานหนึ่งของโรงพยาบาลหัวเฉียว ทำหน้าที่ผลิตนักเรียนให้กับสถานผดุงครรภ์ และเมื่อโรงพยาบาลหัวเฉียวขยายบริการเป็นโรงพยายาลทั่วไปด้านบริการรักษา จึงได้ยกฐานะจากโรงเรียนผดุงครรภ์เป็น "วิทยาลัยหัวเฉียว" เปิดสอนหลักสูตรการพยาบาลระดับปริญญาตรีเพื่อผลิตพยาบาลให้กับโรงพยาบาลหัวเฉียว ต่อมาในปี 2533 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คณะผู้ก่อตั้งจึงได้ระดมทุนจากชาวไทยเชื้อสายจีน ก่อสร้างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ บนพื้นที่ 150 ไร่ บริเวณถนนบางนา-ตราด แล้วเสร็จในปี 2535 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ" และเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2537 และได้ดำรัสกับผู้ก่อตั้งและผู้บริหารมหาวิทยาลัยว่า "ขอให้ทำมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ดี" ยังความปลาบปลื้มแก่คณะผู้ก่อตั้ง คณะผู้บริหารคณาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัยเป็นล้นพ้น และได้น้มนำดำรัสของพระองค์มาเป็นพลัง มุ่งมั่นพัฒนามหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จ ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ที่ว่า "มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำขนาดกลางที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับมาตรฐานสากล ผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้และคุณธรรมควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพและเสริมสร้างประสบการณ์ของคณาจารย์ เน้นการสร้างจิตวิญญาณความเป็นครู ปลูกฝังความตระหนักต่อภาระหน้าที่ที่สร้างความสามัคคีปรองดองของมวลสมาชิกในสถาบันและสร้างจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอลต่อสังคมส่วนรวม รวมทั้งบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง" ตามเจตนรมย์ของ ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ ประธานมูนิธิป่อเต็กตึ๊งและนายกกิตติมศักดิ์สภามหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณคุณภาพต้องดีมาก มีอาจารย์ ที่มีความรู้ ความสามารถ และเสียสละ สร้างคนให้เป็นคน..."


          ชูผู้นำหลักสูตรวิทยาศาสตร์สุขภาพบูรณาการศาสตร์ทางด้านจีน


          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีภาคปกติ ปริญญาตรีต่อเนื่อง 2 ปี ทั้งภาคปกติและภาคสบทบและบัณฑิตศึกษาในระดับปริญญษโทและระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตและยังเปิดหลักสูตรนานาชาติ(Ibternational program) เพื่อเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และศิลปะวัฒนธรรมจีน เพื่อรองรับการเติบโตทางด้านการค้าและการลงทุนไทย-จีน และเตรียมความพร้อมสำหรับศึกษาต่องประเทศ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติได้เข้ามาศึกษาวิทยาการและวัฒนธรรมของประเทศไทยเพื่อมุ่งสู่ตลาดอุดมศึกษานานาชาติ


          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ จัดการเรียนการสอนในคณะวิชาต่างๆ จำนวน 13 คณะวิชา ได้แก่ คณะวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม, คณะศิลปศาสตร์, คณะบริหารธุรกิจ, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม, คณะนิเทศศาสตร์, คณะการแพทย์แผนจีน, คณะนิติศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย รวม 45 หลักสูตรจำนวน 41 สาขาวิชา ทุกหลักสูตรเปิดสอนโดยคำนึงถึงความต้องการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ


          หลักสูตรที่เป็นจุดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ มายาวนานก็คือ "หลักสูตรพยาบาลศาสตร์" ซึ่งเปิดสอนมานานกว่า 65 ปี ตั้งแต่ยังเป็นโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย และวิทยาลัยหัวเฉียว โดยได้รับการสนับสนุนด้านคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์พยาบาลและแหล่งฝึกปฏิบัติวิชีพของนักศึกษายาบาลจากโรงพยาบาลหัวเฉียว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองคุณภาพและมาตรฐาน Hospital Accerditation (HA) จากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพ กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเสริมสร้างสุขภาพของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้หลักสูตรพยาบาลและบัณฑิตพยาบาลของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯได้รับการยอมรับในความรู้ความสามารถด้านการปฏิบัติวิชาชีพจากวงการแพทย์และพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ จนสามารถต่อยอดไปสู่การเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์สุขภาพต่อเนื่องอีกหลายหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต, หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาชาวิชาเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชากายภาพบำบัด สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาอาชีพอนามัยและความปลอดภัย สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน สาขาวิชาจุลชีววิทยาอุตสาหกรรม, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงพยาบาลทุกหลักสูตรได้รับการยอมรับในความทันสมัยของเนื้อหาวิชา และการจัดการเรียนการสอนที่เข้มข้นทั้งทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพ


          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ยังเปิดหลักสูตรทางด้านมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจและอุตสาหกรรมในเขตกรุงเทพฯ ตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ รวมถึงธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการบินและการท่องเที่ยวซึ่งมีฐานใหญ่อยู่ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เช่น สาขาวิชาการท่องเที่ยว, สาขาวิชาอุตสาหกรรมการบริการเพื่อการท่องเที่ยว, สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม, สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน, สาขาวิชาจุลชีววิทยาอุตสาหกรรม เป็นต้น และไม่เพียงแต่หลักสูตรในระดับปริญญาตรีเท่านั้น ในระดับปริญญาโทก็เลือกเฟ้นหลักสูตรที่มุ่งผลิตนักบริหารมืออาชีพสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่กำลังขาดแคลนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมและบริการในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก เช่น สาขาวิชาบูรณาการนโยบายและสวัสดิการสังคม, สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม, สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน, สาขาวิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม เป็นต้น


          ด้านการจัดการเรียนการสอน ได้มีการนำรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ ๆ ทั้งในภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและแข่งขันได้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น การเรียนผ่านระบบ E-Learning ติดตั้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (HCU-Net) และเครือข่ายไร้สายเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเรียนการสอน พร้อมจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการค้นคว้าด้วยตนเองโดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่นักศึกษาสามารถค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดที่ทันสมัย และพรั่งพร้อมด้วยสื่อวัสดุการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตลอดจนตำราทางวิชาการในสาขาต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนด้านการฝึกปฏิบัติวิชาชีพ มหาวิทยาลัยมีห้องปฏิบัติการเฉพาะสาขา พร้อมเครื่องมือฝึกปฏิบัติที่ทันสมัยไว้รองรับอย่างครบครัน นอกจากนี้นักศึกษายังได้ฝึกงานในสถานประกอบการตามหลักสหกิจศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปทำงานจริง พร้อมเสริมทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ห้องคอมพิวเตอร์และไอที ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษาและปลูกฝังภาวะผู้นำและทัศนคติเชิงบวก และบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม จิตสำนึกสาธารณะและการเรียนรู้รับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็นทั้งคนเก่งและคนดี


          นอกจากประสิทธิภาพด้านการเรียนการสอนแล้ว มหาวิทยาลัยยังมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของการจัดการศึกษาเพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีคุณภาพ อย่างแรก คือ การพัฒนาคุณภาพอาจารย์ โดยจัดให้มีการฝึกอบรมอาจารย์อย่างต่อเนื่อง การศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนอาจารย์กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพื่อให้แสวงหาความรู้และประสบการณ์ที่เป็นสากล การพัฒนาคุณวุฒิและตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีเป้าหมายให้อาจารย์มีคุณวุฒิและตำแหน่งทางวิชาการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีอาจารย์วุฒิปริญญาเอก 71 คน ปริญญาโท 349 คน ปริญญาตรี 44 คน มีตำแหน่งทางวิชาการในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ 32 คน รองศาสตราจารย์ 15 คน และศาสตราจารย์ 5 คน


          นอกจากการผลิตบัณฑิตแล้ว มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญด้านงานวิจัยโดยได้จัดสรรทุนวิจัย เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์ผลิตผลงานวิจัยทั้งทุนวิจัยของมหาวิทยาลัยเองและจากหน่วยงานภายนอก พร้อมทั้งจัดอบรมความรู้และทักษะด้านการวิจัยแก่อาจารย์และบุคลากร ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยกับองค์กรภายนอก รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักวิจัย เพื่อกระตุ้นให้อาจารย์สนใจผลิตผลงานวิจัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยเพื่อสร้างเสริมองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อการเรียนการสอน การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในด้านการพัฒนาสังคมและการพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และต่อยอดถ่ายทอดเพื่อประโยชน์แก่ชุมชน


          พร้อมก้าวสู่...มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ "ด้านจีนศึกษา" ของภูมิภาคเอเชีย


          นอกจากจะมีปณิธานอันแน่วแน่ในการกระจายโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแล้ว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ยังมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาและสร้างสมองค์ความรู้ทางด้านจีนศึกษาอย่างต่อเนื่อง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งสร้างสมบ่มเพาะความรู้ ด้านจีนแหล่งสำคัญของประเทศ ไม่ว่าจะทางด้าน ภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมที่พร้อมจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านจีนศึกษาในภูมิภาคเอเชียอย่างเต็มภาคภูมิ


          เอกลักษณ์การเป็นผู้นำด้านจีนศึกษาประการแรก คือ "การจัดหลักสูตรการเรียนการสอน" ที่ครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับจีนศึกษาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาจีน จีนศึกษา ธุรกิจจีน การแพทย์แผนจีน ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยระดับปริญญาตรี เปิดสอนสาขาวิชาภาษาจีน, สาขาวิชาจีนศึกษา, สาขาวิชาธุรกิจจีน, โปรแกรมภาษาจีน และเปิดสาขาวิชาการแพทย์แผนจีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ จบแล้วได้รับปริญญาร่วมจากทั้งสองมหาวิทยาลัย สามารถสอบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะทางการแพทย์แผนจีนได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน, ส่วนระดับปริญญาโท เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตวิชาวรรณคดีจีนสมัยใหม่และร่วมสมัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ประเทศจีน และปีการศึกษา 2553 นี้ จะเปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชการสอนภาษาจีนเป็นภาษาต่างประเทศและสาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ และปีการศึกษา 2554 มีแผนจะเปิดหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์จีน สาขาวิชาวัฒนธรรมจีน และสาขาวิชาจีนศึกษา


          นอกจากวิชาที่กำหนดในหลักสูตรแล้ว ยังได้จัดวิชาเลือกเสรีทางด้านจีนศึกษาให้นักศึกษาได้เรียนรู้ภาษาและศิลปะวัฒนธรรมจีนอย่างเข้มข้นและครอบคลุมในทุกด้าน อาทิ วาดภาพจีน, ศิลปะจีน, เขียนพู่กันจีน, ดนตรีจีน, มวยจีน และไทเก๊ก ฯลฯ นอกจากนี้ยังจัดโครงการสอนภาษาจีนให้กับอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย พนักงานในหน่วยงานสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และบุคคลภายนอก และเตรียมจัดตั้งคณะภาษาและวัฒนธรรมจีนเพื่อจัดการเรียนการสอนด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนให้กับนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ ด้วยบรรยากาศการเรียนการสอนที่มีความเป็นนานาชาติ ทั้งยังเตรียมจัดตั้งศูนย์สอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (Hunya Suiping Kaoshi : HSK) ที่มีมาตรฐานการสอบวัดที่ยอมรับในระดับนานาชาติอีกด้วย


          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ยังมุ่งมั่นสู่มหาวิทยาลัยวิจัยทางด้านจีนศึกษา โดยจัดสรรงบวิจัยด้านจีนศึกษาเพื่อสนับสนุนการวิจัยของอาจารย์ ปีละกว่า 5 ล้านบาท เพื่อร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศจีนทำวิจัยทางด้านจีนศึกษาและความสัมพันธ์ไทย-จีน เช่น การวิจัยเรื่องการศึกษาเปรียบเทียบระบบการอุดมศึกษาของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน การวิจัยเรื่องประวัติศาสตร์และพัฒนาด้านโลจิสติกส์ในสยามประเทศ นอกจากนี้ยังให้บริการทางวิชาการและเผยแพร่ความรู้ทางด้านจีนศึกษาแก่สังคมอย่างต่อเนื่องโดยจัดตั้ง "สถาบันธุรกิจไทย-จีนภิวัฒน์" เพื่อเป็นแหล่งส่งเสริมการศึกษาทางด้านธุรกิจการค้าระหว่างไทย-จีน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักธุรกิจไทยในการติดต่อและทำธุรกิจการค้ากับจีน จัดตั้ง "สถาบันไทยจีนศึกษา" ในการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ทางด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน จัดตั้ง "ศูนย์แต้จิ๋ววิทยา" ขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยภาษาพูด วัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณีและศิลปกรรมดั้งเดิมของชาวจีนแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นชาวจีน โพ้นทะเลที่มีมากที่สุดในประเทศไทย


          นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยในประเทศจีนถึง 35 แห่ง มีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักศึกษาสาขาภาษาจีนและการแพทย์แผนจีนไปเรียนที่จีน 1 ปี และมีนักศึกษาจากประเทศจีนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ถึงปีละ 300 คน


          สู่...มหาวิทยาลัยแห่งความพอเพียง


          ความตอนหนึ่งที่กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ คือ "การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตโดยยึดทางสายกลาง คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ จึงได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาเพื่อ "...ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรม สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและประเทศตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง..."


          แนวทางการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ เพื่อมุ่งสู่มหาวิทยาลัยแห่งความพอเพียง อย่างแรกคือ "การเปิดหลักสูตร" ที่คำนึงถึงความพร้อมด้านทรัพยากร และจัดหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานในรูปแบบของสหวิชา คือการบูรณาการความรู้ที่ผสมผสานศาสตร์ต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความต้องการและความถนัด ทั้งยังช่วยพัฒนาความสามารถของอาจารย์ผู้สอนและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและกำหนดให้มีการประเมินหลักสูตรเดิมที่เปิดสอนอยู่แล้วในทุก 5 ปี เพื่อนำผลมาปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ตั้งแต่การคัดเลือกนักศึกษาเข้ามาเรียน โดยคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถทุกระดับ ด้วยวิธีคัดเลือกที่หลากหลาย พร้อมจูงใจด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถได้เข้ามาเรียนอย่างเท่าเทียมกัน


          การพัฒนา "คุณภาพอาจารย์" เป็นอีกแนวทางการจัดการศึกษาภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การกำหนดอัตราส่วนของอาจารย์ต่อนักศึกษาในอัตราที่เหมาะสม สมดุลคัดเลือกอาจารย์ที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ และจัดให้มีการสอบสอนเพื่อดูความสามารถด้านการสอนก่อนบรรจุเป็นอาจารย์ประจำ พร้อมกับพัฒนาอาจารย์ทั้งในด้านทักษะวิชาชีพครู ทักษะด้านนวัตกรรมการเรียนการสอน และความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาที่สอน เช่น จัดสัมมนา ฝึกอบรมอาจารย์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน การวิจัยการเรียนการสอนเพื่อนำมาพัฒนาการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน ส่วนผู้เรียนเองก็มีการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน เพื่อให้ได้บัณฑิตอันพึงประสงค์ 6 ประการ คือ ขยัน อดทน ประหยัด เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู ควบคู่กับการพัฒนาทักษะทางวิชาการ ในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือสังคม เช่น โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน โครงการพี่ช่วยน้อง โครงการติวบทเรียน เป็นต้น


          นอกจากนี้มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ยังนำ "การบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล" คือ การมีส่วนร่วม โปร่งใส และตรวจสอบได้ มาใช้ในการบริหารจัดการ โดยให้บุคลากรทุกส่วนงานรวมทั้งนักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหาร การจัดการศึกษา และการพัฒนาวิธีการสอนของอาจารย์ผ่านระบบการประเมินการสอนออนไลน์ทุกภาคการศึกษา ใช้หลักการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงการประหยัด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เช่น จัดห้องเรียนและห้องปฏิบัติการรวม มีศูนย์บรรณสารสนเทศแทนห้องสมุดที่กระจายไปตามสำนักต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาทุกคณะได้เรียนและค้นคว้าร่วมกันอย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลต่างๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว โดยนำระบบออนไลน์มาใช้ เช่น การลงทะเบียน การประเมินการสอนของอาจารย์ การพัฒนาสื่อการสอน และจัดการเรียนการสอนแบบอี-เลิร์นนิ่ง และสร้างบทเรียนแบบอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันมีรายวิชาที่เป็นบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์จำนวน150 รายวิชา นอกจากนี้ยังได้เปิดสอน วิชา GE1112 ชีวิตกับเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดทฤษฎีใหม่ หลักการทรงงานรวมถึงการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการเรียน การดำรงชีวิตประจำวัน และการทำงาน ทั้งยังส่งเสริมให้อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา "มีความพร้อมและสามารถดำรงตนได้ทุกสถานการณ์" โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เช่น มีกองทุนเลี้ยงชีพเพื่อส่งเสริมการออมของบุคลากรเพื่อเป็นทุนเลี้ยงชีพเมื่อออกจากงาน หรือเกษียณอายุ โครงการสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อส่งเสริมการออมของบุคลากร และเมื่อบุคลากรและมหาวิทยาลัยอยู่ได้แล้ว สุดท้ายคือ "การคืนกำไรสู่สังคม" เพราะมหาวิทยาลัยเชื่อว่า "ชุมชนอยู่ดี มหาวิทยาลัยอยู่รอด" ดังนั้นจึงได้จัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้และช่วยเหลือสังคมในด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ มฉก. บริการชุมชน ร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บริการตรวจรักษาโรคและบริการวิชาการแก่ชุมชนต่าง ๆ เดือนละ 1 ครั้ง มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2540 จนถึงปัจจุบัน รวม 129 ครั้ง


          การจัดการศึกษาโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ทุกฝ่ายและทุกระดับ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยสามารถขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรมสอดคล้องกับความต้องการของสังคมและประเทศตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้ง ผลประกอบการของมหาวิทยาลัยอยู่ในระดับดีอย่างต่อเนื่องและสามารถเลี้ยงตนเองได้ภายใต้ภาวะการแข่งขันและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงน่าจะพูดได้ว่า "มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งความพอเพียง" อย่างเต็มภาคภูมิ

           รูปเหมือน ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
          "ไทเก็ก" กิจกรรมการเรียนการสอนวิชา GE 1072 สุขภาพพลานามัยกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตภาคปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาออกกำลังกายตามแบบฉบับของชาวจีน
          คลินิกกายภาพบำบัด
          การให้บริการตรวจรักษาโดยวิธีการฝังเข็ม คลินิกหัวเฉียวคณะการแพทย์แผนจีน
          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติให้การต้อนรับคณะอนุกรรมการคัดเลือกการประกวดผลงาน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประเภทธุรกิจขนาดใหญ่
          ดร.สมาน โอภาสวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
          ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล นายกสภามหาวิทยาลัย
          รศ.ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ อธิการบดี
          นายวชิระ สว่างแก้ว และอาจารย์พรชัย พันธุ์วิเศษ นักศึกษาและอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอาเซียนในการแข่งขัน ASEAN XML Superstar Contest 2008
          นักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน ร่วมงานตรุษจีนที่เยาวราช
          ฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานคณะกรรมการพัฒนาความเข้มแข็งทางด้านจีนศึกษา นำคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยศึกษาดูงาน และเจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ณ ประเทศจีน
          มหาวิทยาลัยได้รับการคัดเลือกผลงานการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตของสถาบันอุดมศึกษา ในด้านการพัฒนานิสิตนักศึกษาแบบองค์รวม เรื่องการบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลักสูตรการเรียน การสอน และการพัฒนานักศึกษาของ มฉก. โดยเข้าร่วมจัดนิทรรศการประชุมวิชาการระดับชาติ "2552 ปีแห่งคุณภาพการอุดมศึกษาไทย"
          นักศึกษาจีนรับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา โครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนจีน-ไทย รุ่นที่ 2
          ฯพณฯ ก่วนมู่ เอกอัตรราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานให้โอวาทแก่นักศึกษาใหม่ ในพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาภาคฤดูร้อน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2553
          กิจกรรมฉลองเทศกาลตรุษจีน
          โครงการรณรงค์ลด ละ เลิก อบายมุข โดยร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรบางโฉลง และ อบต. บางโฉลง
          ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของมหาวิทยาลัย
          รณรงค์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

          แหล่งที่มาของข่าว ข่าวสด ฉบับวันที่ 24 มี.ค. 2553 (กรอบบ่าย)


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Mr.Nattiyakorn Viroonphan
797 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลดำเนินงาน
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
         1    2    3    4
   5    6    7    8    9    10    11
   12    13    14    15    16    17    18
   19    20    21    22    23    24    25
   26    27    28    29    30    31  


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.79  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์