ศธ.เชื่อมโยงเครือข่าย รวมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สู่โรงเรียนทั่วประเทศ
3 กุมภาพันธ์ 2553 : นายนิวัตร นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นประธานในเวทีระดมความคิด เชื่อมโยงเครือข่าย รวมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งดำเนินการจัดโดยโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง (วพ) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีตัวแทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนเข้าร่วมกว่า 23 แห่ง ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร นายนิวัตร กล่าวในโอกาสนี้ว่า กระทรวงศึกษาธิการรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและชื่นชมยินดีกับทางธนาคารไทยพาณิชย์และโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียงที่มีส่วนในการผลักดันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา อยากเรียนว่าการจัดการศึกษาของประเทศไทยเป็นการจัดที่เราเน้นในวิชาการเรียนหนังสือเป็นส่วนใหญ่ แต่การเน้นวิชาทักษะชีวิต เน้นวิถีชีวิตเป็นไปค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นในระบบของสถานศึกษานั้นเราก็เห็นว่าโรงเรียนมุ่งที่จะให้นักเรียนเป็นคนเก่ง
นายนิวัตร กล่าวต่อว่า ถือเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง ที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต เป็นเสมือนรากฐานของความมั่นคงของแผ่นดิน และเปรียบเสมือนเสาเข็มที่รองรับตัวบ้าน เพราะปัจจุบันนี้ถ้าเราสอนแต่วิชาหนังสือ วิชาหนังสือก็คงจะเป็นเสาเข็มไม่ได้ จะเป็นวิถีชีวิตไม่ได้ และสร้างความมั่นคงไม่ได้ ในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการคนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่สถานศึกษานั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในสภาวะที่ภาคสังคมทุกส่วนมีความหวังให้คนไทยทุกคนเป็นคนไทยที่มีคุณภาพ ในขณะที่การจัดการศึกษาเราหวังอย่างยิ่งที่จะหวังให้คนไทยทุกคนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คำว่าสมบูรณ์คือ สมบูรณ์ด้วยปัญญา ด้วยกาย ใจ สมบูรณ์ด้วยการมีจิตสาธารณะ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข กระทรวงศึกษามีหน้าที่ที่จะทำงานร่วมกับเด็กนักเรียน ทำงานกับพี่น้องประชาชนในลักษณะของการเรียนรู้นอกระบบและการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ซึ่งตรงนี้ทำให้เรานำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในระบบสถานศึกษาและนอกระบบสถานศึกษาในระยะเวลาเดียวกัน โดยเริ่มจากโรงเรียน 135 โรง จนขณะนี้คัดเลือกได้ 1,124 โรง ที่เป็นสถานศึกษาต้นแบบในโรงเรียนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่สถานศึกษาที่เป็นต้นแบบ 1,124 โรง และอยากนำหลักนี้ไปใช้ในทุกโรงเรียนในประเทศให้เร็วที่สุด
ผมอยากเรียนว่าหลักปรัชญานี้ไม่ใช่วิชาหนังสือ แต่เป็นหลักวิชาชีวิต หลักของการจะทำให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำเร็จก็คือต้องทำทุกโรงเรียน แต่การจะทำให้ครบทุกโรงเรียนทุกคนคงทราบว่าภาระของกระทรวงศึกษาธิการเราไม่สามารถที่จะขยายได้ทั้งหมดสิ่งที่สำคัญคือภาคเอกชนที่ท่านต้องเข้ามามีส่วนร่วมของการจัดการศึกษาผมถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในทศวรรษที่จะเกิดขึ้นในเรื่องการปฏิรูปการศึกษานั้นจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้เน้นที่ในระบบอย่างเดียวแต่จะเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะท่านผู้นำองค์กรภาคนักธุรกิจทั้งหลาย หากท่านเห็นความสำคัญตรงนี้ ท่านมีส่วนที่จะเอื้อประโยชน์ได้โดยเฉพาะการที่จะขยายผลสู่โรงเรียน 3-4 หมื่นโรง การดำเนินการจริง ๆ คือต้องนำเด็กสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะต้องมีรูปแบบกิจกรรม หากภาคเอกชนทั้งหลายมีส่วนร่วมส่งเสริมโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนต้นแบบทั้งหลายให้เขาได้ดำเนินการไม่ว่าจะเป็นสื่อ เอกสาร หรือทุนทรัพย์หรืออะไรบางส่วนที่จะทำเป็นกรอบให้เด็กสามารถลงมือปฏิบัติได้ เป็นกิจกรรมที่สามารถจับต้องได้ ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะขยายผลไปสู่ระบบโรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดความหวังที่อยากให้โรงเรียน 30,000 กว่าโรงได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ อย่างถูกต้องและมีคุณค่า เชื่อว่าเด็กไทยจะมีคุณภาพเกิดขึ้นในประเทศและความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าว
************************************
วาสนา / ข่าว / ภาพ กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.
|