การศึกษาปี53 นโยบายปฏิรูปทศวรรษ2
  ข่าวทั้งหมด
6 มกราคม 2553

      

การศึกษาปี53 นโยบายปฏิรูปทศวรรษ2

          > ความหวังของคนไทยกับสิ่งที่เห็นและกำลังเป็นไป
          ครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานด้านนโยบายการศึกษาภายใต้การควบคุมดูแลของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยงบประมาณส่วนกลางจำนวน 3.45 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2553 คิดเป็น 20.3% ของงบรายจ่ายทั้งหมด 1.7 ล้านล้านบาท รวมทั้งงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง (SP2) จำนวน 1.1 แสนล้านบาท ท่ามกลางความหวังของประชาชนทั้งประเทศเพื่อการปฏิรูปยกระดับระบบการศึกษาของประชาชนในระดับรากหญ้านำไปสู่การพัฒนาประเทศ
          ฉบับนี้ “สยามธุรกิจ” นำเสนอบทวิเคราะห์นโยบายการศึกษาของรัฐบาลจากนักวิชาการและอธิการบดีมหาวิทยาลัยผู้คร่ำหวอดในแวดวงการศึกษา เพื่อเป็นบทสรุปการดำเนินงานในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมามีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยอย่างไรบ้าง และการดำเนินงานด้านการศึกษาที่จะต้องมีการปรับปรุง
          แนวทางของการปฏิรูปการศึกษาที่ถูกต้อง คือการพัฒนาจากฐาน ไม่ใช่พัฒนาจากยอดอย่างที่ทำกันมาเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา และเกิดผลทำให้การศึกษาเสื่อมลง การพัฒนาจากฐานคือพัฒนาที่โรงเรียน/ครู ที่จัด การเรียนรู้ได้ผลดี โดยส่งเสริมให้ขยายเครือข่ายวิธีจัดการศึกษาที่มีคุณภาพออกไป ส่งเสริมให้ครูที่มีผลงานดีได้ศึกษาต่อ ทำวิทยานิพนธ์เพื่อสร้างความรู้เชิงทฤษฎีจากผลการปฏิบัติ โดยเชื่อมโยงนักการศึกษาระดับยอดในมหาวิทยาลัยเข้าไปเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งจะทำให้มีการพัฒนาศาสตร์ด้านการเรียนรู้ที่เหมาะสมต่อเด็กไทยยุคปัจจุบัน จากสภาพจริงภายในสังคมของเราเชื่อมโยงกับศาสตร์ด้านการเรียนรู้ยุคใหม่ของโลก
          นโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลที่เด่นที่สุดคือ 1 ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ สุดยอดต่ออนาคต แต่แนวทางดำเนินการซ้ำรอยความผิดพลาดเดิม คือหลงเน้นปฏิรูปโครงสร้าง ไม่เน้นปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน ถ้าทำตาม นโยบายที่เป็นก็จะไม่พ้นผลแบบเดิม คือคุณภาพของผู้จบการศึกษาลดลง ในขณะที่คุณวุฒิและผลประโยชน์ของครูและผู้บริหารการศึกษาดีขึ้น
          ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการพัฒนาครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ที่ผ่านมาเป็น การสร้างวัฒนธรรมที่ผิดให้แก่วงการศึกษา คือวัฒน ธรรมคลั่งปริญญา หรือคุณวุฒิในกระดาษ ไม่เน้นคุณวุฒิในการปฏิบัติหรือผลงานต่อศิษย์ เรื่อง “ผลงาน” เพื่อปรับตำแหน่ง ก็เป็นผลงานในกระดาษ คำว่า “ทำผลงาน” ไม่เชื่อมโยงกับศิษย์ แต่เชื่อมโยงกับกระดาษ ครูที่ได้ดีมักไม่ใช่ “ครูเพื่อศิษย์” แต่เป็น “ครูเพื่อนาย” หรือ “ครูที่มีปริญญา” ซึ่งวิธีพัฒนาครู ด้วยวิธีที่ไม่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของศิษย์ เป็นวิธีที่ผิดและไม่คุ้มค่า แต่อาจได้ผลทางการเมือง ได้คะแนนเสียง
          อย่างไรก็ตาม ก็เห็นด้วยกับนโยบายที่เน้นส่งเสริมอาชีวศึกษา แต่ก็กังวลว่าวิธีปฏิบัติจะผิดทาง คือเน้นพัฒนาจากยอด ซึ่งจะไม่ก่อผลให้เกิดศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจ และยอมรับนับถือ ในทักษะเชิงเทคนิค และความรับผิดชอบเอางานเอาการสู้งานของผู้จบการศึกษา รวมทั้งการเน้นจัดกลุ่มสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา และเน้นการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งแนวทางดำเนินที่ผ่านมาเน้นการขยายตัวของอุดมศึกษามากกว่าความเป็นเลิศ และยังไม่มีวิธีจัดการระบบให้มีความเป็นเลิศหลากหลายแบบ เพื่อเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่ก็มีศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในความเป็นเลิศในรูปแบบและเป้าหมายของตน
          ในส่วนการมุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงสร้างสรรค์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ ในเชิงปฏิบัติตนมองว่าภาครัฐมีศักยภาพน้อยมากที่จะทำเรื่องนี้เอง ภาครัฐควรดำเนินการแบบเชื่อมโยงเครือข่าย และร่วมมือกับหน่วยงานภาคประชาสังคมที่มุ่งดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว
          ด้านนโยบายส่งเสริมการศึกษาในระดับชุมชน ส่วนหนึ่งตนสนับสนุนและเห็นด้วยกับการขยายโอกาสทางการศึกษาในภูมิภาค แต่ที่เป็นห่วงคือบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จำกัดการดำเนินการและอำนาจเน้นภาครัฐเป็นหลัก โดยไม่ได้เน้นเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเป็นหลัก สาระสำคัญที่ตนต้องฝากไว้คือรัฐบาลจะต้องไม่หลงทางอย่างที่เป็นมาแล้ว 9 ปี
          การประสานงานในการดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง มีการดำเนินการเป็นรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น ในหลักวิธี ศธ.จะต้องมีนโยบายที่ช่วยผลักดัน และในหลักปฏิบัติจะต้องมีความสอดคล้องกันทั้งระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องใช้เวลา ตนมองว่าที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ปัญหาของสังคมในส่วนปลีกย่อยก็ยังคงมีอยู่ อาทิ เรายังแก้ปัญหาของเด็กที่ยังต้องเรียนพิเศษเรียนกวดวิชา
          อยู่ในสังคมปัจุจบันนี้ไม่ได้ ปัญหาของสังคมภายนอกมหาวิทยาลัยที่สังคมมีความเสื่อมโทรมมากขึ้น ซึ่งหากภายในรั้วมหาวิทยาลัยเราสามารถดูแลได้ ภูมิต้านทานของเด็กที่มีความอ่อนแอเมื่ออยู่ในสังคมภายนอกต้องตกเป็นเหยื่อของผู้เอาเปรียบทางสังคม เหล่านี้คือปัญหาที่เราจะต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไข
          เห็นด้วยกับเรื่องของการวัดคุณภาพมาตรฐานของสถาบันการศึกษาโดยให้บทบาทกับการดำเนิน งานของสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) หรือ สมศ. มากขึ้น นโยบายเรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพ การปฏิรูปการศึกษารอบ 2 โครงการติวเตอร์ชาแนล เป็นการดำเนินการที่ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
          ทั้งนี้คาดว่าในปีนี้กระทรวงศึกษาธิการน่าจะเริ่มปรับเข้าสู่แผนนโยบายที่แท้จริงได้ประมาณ 70-80% หลังจากในปีที่ผ่านมามีการดำเนินการวางนโยบายมาได้ในส่วนหนึ่งแล้ว โดยสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ 1.การเน้นคุณภาพการศึกษาของนโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีคุณภาพ 2.การผลักดัน เรื่องของครูพันธุ์ใหม่ โรงเรียนยุคใหม่ ต้องมีความชัดเจนในทางปฏิบัติมากขึ้น
          ในด้านของงบไทยเข้มแข็งที่ได้รับจะต้องใช้ในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและอุปกรณ์ด้านการเรียนรู้ อาทิ คอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและสื่อการเรียนการสอน และการ ส่งเสริมจำนวนนักเรียนในระดับอาชีวศึกษาจะต้องเพิ่มขึ้นจากเดิม 30-40% และจะต้องมีการผ่าตัด ระบบแอดมิชชั่นใหม่ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสสังคม ศธ.จะต้องประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้สังคมส่วนใหญ่ได้รับรู้
          อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าศธ.จะต้องกลับสู่มิติการดำเนินงานที่ควรปฏิบัติคือการเน้นที่การพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ สอนให้เด็กคิดวิเคราะห์มากขึ้น จัดหลักสูตรการเรียนที่มีการเรียนทฤษฎีน้อยและปฏิบัติมากขึ้น ซึ่งหากเสถียรภาพทางการเมืองในปีนี้มีความมั่นคงมากขึ้น การศึกษาของประเทศก็จะได้รับการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา 40-50% โดยที่ศธ.จะต้องเน้นการกระจายการศึกษาไปในพื้นที่การศึกษาในส่วนภูมิภาคและเน้นคุณภาพของสถาบันการศึกษามากขึ้น
          รอบปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงศึกษาธิการ (รมว. ศธ.) นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศษฏ์ ได้เข้ามาทำให้การขับเคลื่อนทางการศึกษาตื่นตัวมากขึ้น โดยการกระตุ้นการทำงานของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งถือว่าเป็นการผลักดันการพัฒนาการศึกษาไปพอสมควร
          ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาสิ่งที่ ศธ.ผลักดันให้เกิดคือ1.โครงการครูพันธุ์ใหม่ การคัดเลือกเด็กเรียนเก่งมาเป็นครู ซึ่งวางระยะเวลาโครงการไว้ 5 ปี เป็นทิศ ทางที่ดีและจะต้องมีการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาเคยมีโครงการลักษณะดังกล่าวแต่ก็เป็นไปได้เพียง 2-3 ปี ก็ระงับการดำเนินการ
          2.การเสนอจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งเป็นการก่อให้เกิดการตื่นตัวในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ
          3.การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งยังคงดูไม่ชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ ใน่สวนของการกำหนดเป้าหมาย และทิศทางการเรียนรู้ที่ต้องการให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
          4.การส่งเสริมความเท่าเทียมกันระหว่างพื้นที่ในชนบทและสังคมเมือง ระหว่างโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและโรงเรียนที่ด้อยโอกาส
          อย่างไรก็ดี ในปีนี้นโยบายหลักที่ ศธ.ควรให้ความสำคัญคือ
          1.การปฏิรูปการศึกษาที่จะต้องมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้นจาก ปีที่แล้ว ต้องมีการกำหนดเป้าหมาย การสร้างคนให้รู้จักคิด มีความ เสียสละ ความรับผิดชอบ คิดอย่างสร้างสรรค์ สร้างคนเก่งที่เพียบ พร้อมทั้งความคิดและคุณธรรม
          2.การพัฒนาระบบอาชีวศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ที่ชัดเจน ต้องหาทางชักจูงเด็กให้มีความสนใจที่จะเข้าเรียนด้านอาชีวะเพิ่มมากขึ้น สถาบันต่างๆ จะต้องมีจุดเด่นเป็นของตนเอง
          3.การแก้ไขปัญหาการศึกษาในระยะยาว ที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งต้องมีการวางแผนไว้ในอนาคต เพื่อเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศในโลกยุคใหม่ ที่มีการแข่งขันสูง เราต้องมีการสร้างคนอย่างเข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นในอนาคตเราอาจกลาย เป็นเครื่องมือของประเทศที่เข้มแข็งกว่าได้
          นโยบายหลายส่วนที่ได้รับการขับเคลื่อนจากรมว.ศธ. มีการดำเนินการที่ดี ทั้งในด้านการทำ ความเข้าใจกับเรื่องของการศึกษาทั้งประเทศ การกระจายงบประมาณให้ทั่วถึงทั่วประเทศทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อบกพร่องบางประการในการดำเนินงานของศธ.ที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้แก่ทุกภาคส่วนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา
          อาทิ 1.การสนับสนุนและการส่งเสริมมหาวิทยาลัยวิจัย ยังคงมีความคลุมเครือ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนในด้านคุณสมบัติการเลือกมหาวิทยาลัยวิจัย วิธีการเลือกควรให้คณะที่มีความโดดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยสามารถเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น และคุณสมบัติของมหาวิทยาลัยที่จะเข้าร่วมมหาวิทยาลัยวิจัยต้องมีความชัดเจน
          2.ความชัดเจนในการอนุญาตให้เอกชนเข้ามาบริหารสถาบันอุดมศึกษา รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการที่ชัดเจนเนื่องมาจากปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เป็นเอกชนเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่เน้นจำนวนของปริมาณแต่ขาดคุณภาพเรียกได้ว่า “เพิ่มปริมาณแล้วคุณ ภาพเจือจาง”
          3.การขยายการรับจำนวนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาล ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนอ่อนแอ ซึ่งทำให้อุดมศึกษาทั้งระบบมีความอ่อนแอ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเอกชนเป็นตัวกระตุ้นในเกิดการแข่งขันด้านคุณภาพระหว่างมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยของรัฐเกิดการตื่นตัว
          สิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับระบบอุดมศึกษา เรื่องของงบประมาณ ซึ่งภาครัฐมีความเชื่อว่าระบบอุดมศึกษาจำเป็นที่จะต้องได้รับงบประมาณจากรัฐเพียงเท่านั้น
          ทั้งนี้ตนมองว่าจะต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านอุดมศึกษามากขึ้น เพื่อการแก้ไขช่องว่างที่ขาดหายไประหว่างผู้ที่ต้องการใช้
          บัณฑิตกับผู้ผลิตบัณฑิต ซึ่งเมื่อเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมก็จะลดปัญหาด้านการผลิตบัณฑิตที่ไม่ตรงกับความต้องการได้
          สุดท้ายนโยบายการศึกษาของรัฐบาลภายใต้การอุ้มชูของหัวเรือใหญ่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายท้ายเรืออย่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะสามารถนำนาวาลำนี้ไปตลอด รอดฝั่งฝันได้หรือไม่อย่างไร คงต้องขึ้นอยู่กับเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาล ชุดนี้ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน ขึ้นชื่อว่า “การปฏิรูป” ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลง หากเวลามีจำกัดจำเขี่ยนาวาลำนี้ก็คงล่มก่อนถึงปลายทาง

          --สยามธุรกิจฉบับวันที่ 6 - 8 ม.ค. 2553--


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: นิภา แย้มวจี
83 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รับฟังความคิดเห็น 319
moe
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนของ ศธ.
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe
ระบบรายงานผลด้านบัญชี
moe

moe
โครงการประชุมวิชาการระดับชาติ ศึกษาศาสตร์วิจัย ครั้งที่4 นวัตกรรมการศึกษา เพื่อ Thailand 4.0
.
วีดิทัศน์ ชุด GPF&i
moe
-->
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
           1    2    3
   4    5    6    7    8    9    10
   11    12    13    14    15    16    17
   18    19    20    21    22    23    24
   25    26    27    28    29    30  


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 1.12  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์