ต้นทุนภาษา (ไทย) ของลูก สร้างได้จากพ่อแม่
  ข่าวทั้งหมด
22 ธันวาคม 2552

      

       การอ่าน คือพื้นฐานที่ดีที่จะเริ่มต้นไปสู่ การเขียน และเรียนรู้สิ่งต่างๆ การอ่านเป็นปัญหาไม่น้อยสำหรับพ่อแม่ ที่มีลูก"อ่านไม่ออก - อ่านไม่คล่อง - เขียนไม่ได้" ดังนั้น เราจึงมีวิธีดีๆ มาแนะนำผู้ปกครองว่าต้องรู้จักสร้างต้นทุนทางด้านภาษาไทยให้กับลูก เพราะจะช่วยสร้างฐานการเรียนรู้ทางภาษาที่แข็งแรงให้กับลูก นำไปสู่การคิดวิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองศึกษาดูนะคะ…

       กับเรื่องนี้ "ปาริชาติ สกุลภาพนิมิต" รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพ และนวัตกรรมการเรียนรู (สสอน.) เปิดเผยว่า หน้าต่างการเรียนรู้ของเด็ก จะเปิดและปิดตามช่วงวัยตามทฤษฎีของสมอง โดยฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบก็คือ ภาษาและการจัดการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวัย ดังนั้นปัญหาการต่อยอดการเรียนรู้จะไม่เกิดขึ้น หากเด็กมีฐานภาษาที่ไม่แข็งแรง

       ดังนั้นวิธีการเรียนรู้เพื่อให้ภาษาแข็งแรง พ่อแม่ ครู ควรเริ่มจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ การฟัง สู่การดู ทำให้เด็กอยากพูด อ่านตาม และเริ่มเขียน ตามหลักทฤษฎี BBL ซึ่งกระบวนการที่ใช้ในปัจจุบันได้ข้ามขั้นตอน และให้ความสำคัญที่ผิด โดยให้น้ำหนักไปที่จุดวัดผลให้เด็กเขียนได้เป็นอันดับแรก แต่หารู้ไม่ว่าจะไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น หากเด็กไม่เข้าใจจากการฟัง พูด อ่าน ส่งผลให้ภาษาของเด็กล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

       สะท้อนได้จากผลการวิจัยในเรื่องการฟัง ที่พบว่า สมองจะพยายามเก็บข้อมูล แล้วนำมาเชื่อมโยง ดังนั้นการฟังเป็นจุดแรกในการเชื่อมต่อ เมื่อเด็กฟังจะเกิดการเก็บข้อมูล และเมื่อมาประกอบการดู เช่น ภาพจากนิทาน จะช่วยขยายสิ่งที่ฟัง ซึ่งเป็นการเปิดมิติการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กตื่นตาตื่นใจ ติดตาม และมีภาพติดตาจากการได้ฟัง และดูเรื่องราวนิทานหลายๆ รอบ นั่นจะส่งผลให้เด็กเริ่มเลียนเสียงตาม และเมื่อเด็กมีความพร้อมในการเรียนภาษาระดับหนึ่ง ความต้องการที่อ่านออก และสะกดเป็น จะตามมาเป็นลำดับ ถึงแม้พ่อแม่ หรือครูจะไม่สอนเด็ก แต่เด็กก็จะพยายามทำเอง

       อย่างไรก็ดี รักษาการผอ.สสอน. กล่าวต่อว่า ในการเรียนรู้ภาษาของเด็ก จะเริ่มตั้งแต่วัยทารกอายุ 18 เดือน ซึ่งวัยนี้ประสาทสัมผัสของเด็กในด้านการฟังจะเริ่มทำงาน จนนำไปสู่การคิดตาม แต่ยังไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นภาษาพูดได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้เลี้ยงดู จะต้องฝึกให้เด็กคุ้นชินกับภาษาด้วยคำง่ายๆ ผ่านการอ่านนิทาน อันจะช่วยให้เด็กต่อยอดได้ดี เมื่อโตขึ้น ดังนั้นเมื่อฐานการเรียนรู้ภาษา ถูกสร้างให้แข็งแกร่งตามวัย ผลที่ตามมา คือการคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์จะเกิดประสิทธิภาพ สามารถต่อยอดองค์ความรู้ได้เพิ่มเติมมากขึ้น

2 เด็กดอย จากเด็กที่อ่านไม่ออก สู่เด็กรักการอ่าน

"น้องมอมิว - เพ็ญนภา แสงท้าว" อายุ 6 ขวบ ชั้นป.1 โรงเรียนบ้านโป่งแยงนอก จ. เชียงใหม่ เด็กม้งเมื่อก่อนเคยอ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก แถมเขียนไม่คล่อง แต่ตอนนี้กลายเป็นนักอ่านที่รักการอ่าน และรักษาภาษาไทยโดยใช้เวลา 1 ปี เล่าว่า ตอนแรกไม่เข้าใจภาษาไทย และไม่กล้าที่จะคุยกับครูไทย แต่พอคุณครูเริ่มอ่านนิทานที่สนใจให้ฟัง โดยให้ดูภาพตาม รวมทั้งหัดอ่านบ่อยๆ ทำให้เข้าใจความหมาย และสามารถพูด และอ่านคำดังกล่าวได้มากขึ้น ซึ่งมอมิวมีหนังสือเล่มโปรดคือ "น้องหมีสวัสดีครับ"
(ช้ายไปชวา) น้องมอมิว กับน้องสมชาย

       สำหรับแรงจูงใจ ทำให้เธอรักที่จะเรียนภาษาไทยคือ ความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นดารา เพราะอาชีพนี้ต้องใช้ภาษาไทยได้ดี และถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการพูด การอ่านบท เป็นต้น ส่งผลให้มอมิวมุ่งมั่นกับการเรียนภาษาไทย เพื่อจะได้อ่านออก เขียนได้อย่างคล่องแคล่ว เช่นเดียวกับ "สมชาย ตะฮ่อ" อายุ 11 ปี ชั้นป.5 โรงเรียนเทศบาลวัดพวกช้าง จ.เชียงใหม่ เด็กดอยที่อ่านหนังสือไม่ออกจนถึง ป.4 เล่าว่า ตอนที่อ่านหนังสือไม่ออก เพื่อนๆ ในห้องจะหัวเราะเยาะเขา สร้างความไม่มั่นใจในตัวเอง โดยสาเหตุหลัก สมชายยอมรับว่า เขาไม่ชอบอ่านหนังสือ จนขึ้น ป.5 ได้พบกับครูกำไลทองมาช่วยทำเขาให้อ่านหนังสือได้คล่องมากขึ้น โดยใช้วิธีให้เด็กเลือกหนังสือตามที่ตัวเองชอบ แล้วนำมาแยกอ่านตัวต่อตัวกับครู ซึ่งครูจะอ่านให้ฟังก่อน และจะให้เขาอ่านตามพร้อมกัน

"การอ่านหนังสือไม่ออก ทำให้ผมทำข้อสอบไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ เพราะต้องอ่านโจทย์ จนต้องซ้ำชั้นตอนอยู่ ป.2 พอขึ้น ป.3 ผมก็ทำข้อสอบมั่วๆ จนผ่านขึ้น ป.4 มาได้ ซึ่งผมจะถูกเพื่อนหัวเราะเยาะอยู่เสมอ เวลาที่ผมอ่านหนังสือไม่ออก จนผมไม่อยากถูกเพื่อนล้อ จึงเริ่มตั้งใจ และหัดอ่านหนังมากขึ้น เพราะได้ครูกำไลทองช่วย โดยจะแยกอ่านตัวต่อตัว และอ่านได้ดีขึ้น" สมชายเล่าถึงปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออก

หลังจากนั้น 1 ปี สมชายเริ่มอ่านหนังสือได้ดีขึ้น ถึงแม้จะไม่คล่อง แต่ก็เข้าใจเนื้อหาที่อ่านได้บ้าง ส่งผลให้ทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ดี ถึงจะไม่ดีมากก็ตาม รวมไปถึงวิชาอื่นๆ โดยใช้เวลาว่างช่วงเที่ยงอ่านหนังสือที่ชอบ อย่างไรก็ดี สมชายมีหนังสือเล่มโปรดคือ เณรพยอมจอมยุ่ง ซึ่งเรื่องนี้สอนให้สมชายรู้ว่า ไม่ให้รังแกสัตว์ ไม่ลามกอนาจาร อนาคตสมชายอยากเป็นทหาร เพราะจะได้ปกป้องประเทศชาติ

คงจะมองเห็นปัญหากันชัดเจนขึ้น ซึ่งคงไม่ใช่ปัญหาด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเป็นวิกฤติด้านคุณภาพประชากร ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะโครงสร้างการเรียนรู้ด้านภาษาในสมองมนุษย์ คือรากฐานสู่การต่อยอดการเรียนรู้ในทุกศาสตร์ และทุกสาขาวิชา ดังนั้นต้นทุนทางภาษา (ไทย) ของลูกจะดีได้ พ่อแม่จะต้องสร้างรากฐานของภาษาให้แข็งแกร่ง โดยเน้นให้ลูกฟัง (นิทาน) สู่การดู (ภาพในนิทาน) ตั้งแต่เล็ก แล้วเด็กอยากจะพูด อ่านตาม และเริ่มเขียนได้เอง

ที่มาข้อมูล : ASTVผู้จัดการออนไลน์


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
197 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
       1    2    3    4    5
   6    7    8    9    10    11    12
   13    14    15    16    17    18    19
   20    21    22    23    24    25    26
   27    28    29    30    31    


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.05  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์