เหตุใดอ่านแล้วไม่เข้าใจ ทำไมอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง
  ข่าวทั้งหมด
8 ธันวาคม 2552

       นักเรียนในโรงเรียน ทุกระดับชั้นในประเทศไทยประมาณร้อยละ 20 ปัจจุบันนี้ ประสบปัญหาการอ่าน เพราะอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจ ตีความไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นบทเรียน โจทย์คณิตศาสตร์ อ่านการ์ตูน โฆษณา ฯลฯ จนกระทั่งครูบางคนอาจบอกว่าเด็กโง่ และแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ประสบปัญหาการอ่านแล้วไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับนักเรียนในประเทศอังกฤษ ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปศึกษา และ ดูงานด้านการสอนผู้พิการ ในเดือนมิถุนายน 2545 พบว่านักเรียนร้อยละ 20 ประสบปัญหาภาวะเสียการอ่านเข้าใจ (Dyslexia) เป็นสาเหตุให้นักเรียนต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน และร้อยละ 80 ของนักโทษในเรือนจำในอังกฤษ ที่มีความผิดทางด้านเพศ คือ ฆ่า ข่มขืน และล่วงละเมิดทางเพศ เป็นโรคภาวะเสียการอ่านเข้าใจ (Dyslexia) นั่นเอง ทำให้รัฐบาลของอังกฤษตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก และกำลังหาวิธีการ และมาตรการที่จะแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

เมื่อนักเรียนอ่านไม่ได้จึงไม่เข้าใจย่อมตีความโจทย์คณิตศาสตร์ไม่ได้ เขียนไม่ได้และตอบคำถามไม่ได้ จึงเป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกันยากยิ่งที่ครูจะแก้ไข โดยเฉพาะทักษะการอ่านในแง่มุมของนักภาษาศาสตร์แล้ว นับเป็นทักษะที่ยุ่งยากและซับซ้อนในด้านกลไกการรับรู้ภายในสมองน้อยๆ ของเด็ก แม้แต่ทักษะการฟัง ซึ่งเป็นทักษะง่ายที่สุดที่เด็กต้องฟังพ่อ แม่ ครู ฯลฯ พร่ำสั่งสอน ถึงแม้เด็กรับฟังทุกวันแต่ก็ยังไม่จดจำ อาทิ ทำให้ทำการบ้านส่งครูทุกวัน ทำความสะอาดโต๊ะ และ ห้องเรียน ฯลฯ ดังนั้นเราจะทราบและเข้าใจได้อย่างไรว่าเด็กเหล่านี้มีความผิดปกติอะไรบ้างในหัวสมอง และเราจะช่วยแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร


ความหมายของDyslexia
Dyslexia (อ่านออกเสียง ดิสเลคเซีย มาจากภาษากรีซ Dys : Not, Lexia : Language หรือตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า ภาวะเสียการอ่านเข้าใจ)

ใครบ้างที่มีโอกาสอยู่ในภาวะเสียการอ่านเข้าใจนี้ ทุกคนมีโอกาสเป็นได้ แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อาทิ มักจะเกิดกับเด็กพิการ เป็นกรรมพันธุ์ หรือแม้แต่เด็กฉลาดมากๆ อาทิ อัลเบอร์ต ไอสไตน์ ก็อาจเกิดภาวะนี้ได้ เช่นกัน นักเรียนที่ปรากฏอาการที่เสียภาวะเสียการอ่านเข้าใจ ครูอาจจะสังเกตจากพฤติกรรมของ นักเรียนหรือเกิดสาเหตุดังนี้

  • ความจำแย่มาก แม้จะฟังคำสั่ง คำสอน คำอธิบาย ฯลฯ สามารถจำได้แค่ระยะเวลาอันสั้น แล้วก็หลงลืมไปเลย แม้แต่เวลานัดหมายใครไว้ก็ลืม หรือไม่รู้ว่าวันนี้วันที่ เท่าไร และเป็นวันอะไร
  • สับสนความจำในเรื่อง วัน เดือน ปี พ.ศ. และฤดูกาล
  • สับสนสิ่งเหล่านี้ คือ หลงทิศว่าทิศเหนือเป็นทิศใต้ ทิศตะวันออกเป็นทิศตะวันตก หรือเมื่อครูออกคำสั่งให้นักเรียนขวาหันนักเรียนกลับซ้ายหัน หรือจำชื่อคนผิด เช่นเรียกน้องนิดเป็นน้องหน่อย หรือจำชื่อสถานที่ไม่ได้ เช่นบอกไม่ได้ว่าไปชมการบินผาดโผนที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ มาเมื่อวานนี้ เป็นต้น
  • สับสนด้านภาษา การเขียนอักษรกลับหน้า กลับหลัง อาทิ b เป็น d ตัว เป็น ตัว เป็นการเรียงคำวลี หรือประโยคสับสน เช่น ฉันกินข้าว เป็น ฉันข้าวกิน
  • หรือภาษาอังกฤษ อาทิ but cut put จะออกเสียง อะ เหมือนกันหมด และมีปัญหาเรื่องการสะกด
  • แยกแยะจังหวะต่างๆ ไม่ออก เป็นคนไม่มีอารมณ์ขัน เข้ากับผู้อื่นไม่ได้ หรือมีปัญหาด้านการประสานงาน

ปัจจัยเสี่ยง
  • ช่วงที่สตรีตั้งครรภ์ได้รับประทานยา หรือรักษาโรคหัดเยอรมัน หรือเกิดอุบัติเหตุหกล้ม
  • ทารกคลอดก่อน หรือหลังกำหนด 2 สัปดาห์ขึ้นไป หรือคลอดด้วยวิธีไม่ปกติ อาทิ ผ่าท้องมารดา ใช้คีมคีบออก เป็นต้น และน้ำหนักทารกน้อยกว่า 5 ปอนด์ และมีอาการผิดปกติอื่นๆ อาทิ หายใจไม่ปกติ ตัวเหลืองเพราะเป็นดีซ่าน สีผิวคล้ำ และช้ำเป็นจ้ำๆ
  • เด็กมีพัฒนาการ และการเรียนรู้ช้ากว่าปกติ อาทิ หัดพูด หัดเดิน หัดรับประทานอาหารเอง หรือหัดช่วยพยุงตัวเอง และเมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียนก็ไม่สามารถกลัดกระดุมเสื้อได้
  • เด็กเคยมีอาการไข้ มีอุณหภูมิในร่างกายสูงมากถึงขั้นชัก เพ้อคลั่งหรือ ปัสสาวะรดที่นอนบ่อย ทั้งที่อายุมากเกินกว่าที่กำหนดแล้วก็ตาม
  • เด็กบ่นปวดขาเมื่อเดินเขย่งเท้า และเมื่ออายุ 8-10 ขวบ เด็กมีปัญหาเรื่องการได้ยิน มีปัญหาเรื่อง ตา หู คอ จมูก ซึ่งเด็กอาจจะรับเชื้อหวัด เกิดหลอดลม หรือไซนัสอักเสบ
  • เมื่อเข้าโรงเรียนเด็กมีสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง ไม่ชอบเรียนหนังสือ และไม่ชอบทำการบ้าน บ่นปวดลูกนัยน์ตาในขณะอ่านหนังสือ หรืออ้างว่าปวดศีรษะเป็นประจำ
  • เด็กมักมีปัญหาการฟัง ต้องฟังบ่อยๆ ซ้ำๆ และต้องมีสมาธิการฟังมากๆ จึงจะจำและเข้าใจ
  • เด็กมีปัญหาการพูด อาทิ การพูดไม่ชัด พูดติดอ่าง หรือพูดวกวน และสับสน
  • เด็กอ่านหนังสือได้ดีในช่วงแรกของการอ่าน แต่ต่อมาปฏิเสธไม่ยอมอ่าน
  • เด็กมีปัญหาด้านการเขียน อาทิ ชอบเขียนภาษาอังกฤษด้วยตัวพิมพ์มากกว่าตัวเขียน ตอนแรกเมื่อเด็กฝึกหัดเขียนก็ทำได้ดี แต่พอตอนหลังเขียนได้แย่ลงกว่าเดิม และหลีกเลี่ยงงานที่ต้องเขียนด้วยลายมือ

ภาวะการเสียการอ่านเข้าใจ

       เป็นอาการที่เกี่ยวกับระบบประสาท หรืออาการที่ไม่ปกติที่ซ่อนเร้นอยู่ในสมองของเด็ก ทำให้เด็กอ่านไม่ออก จึงส่งผลให้เขียนไม่ได้ ตีความไม่ได้ และมีปัญหาในการทำงานร่วมกับคนอื่น ทำให้ครูไม่ใคร่พึงพอใจนัก หรือมักใช้ถ้อยคำ รุนแรงว่าเด็กโง่ จนทำให้นักเรียนไม่สามารถเรียนต่อไปได้เพราะทั้งครู นักเรียนและผู้ปกครองก็ไม่เข้าใจวิธีที่จะแก้ไขปัญหา อาจจะทำให้ผู้เรียนต้องออกจากโรงเรียน กลางคัน เพราะเรียนต่อไปไม่ไหว

เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร แนวทางของคำตอบก็คือ ครอบครัวต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ ทั้งด้านสุขภาพและสอนหนังสือคือการสอนอ่านและสอนเขียนอย่างใจเย็น สำหรับครูคงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสอนนักเรียนเหล่านี้เป็นพิเศษกว่าเด็กปกติอื่นๆ เพราะห้องเรียนในโรงเรียนในประเทศไทยค่อนข้างใหญ่ และขณะนี้ยังไม่มีเทคนิคการสอน หรือกิจกรรมการเรียนใดที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ได้แต่หวังว่าครูคงจะแบ่งเวลาให้ความสนใจเด็กเหล่านี้เป็นพิเศษบ้าง หรือให้เพื่อนที่มีความสามารถสอนนักเรียนเหล่านั้นให้หัดอ่านหรือเขียนบ่อยขึ้นก็จะเป็นการดี

นักการศึกษาควรร่วมมือกันหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้เรียนได้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กออกไปสร้างปัญหากับสังคมต่อไป สมควรที่พวกเราควรเร่งแก้ไขปัญหานี้แล้วหรือยัง

ที่มาข้อมูล : http://www.nitesonline.net


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
314 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ
moe
moe
การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
.....
รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การใช้ ม.44 ในการบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค
moe
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe
แบบสอบถามความรับผิดชอบต่อสังคมของกระทรวงศึกษาธิการ
moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
             1    2
   3    4    5    6    7    8    9
   10    11    12    13    14    15    16
   17    18    19    20    21    22    23
   24    25    26    27    28    29    30
   31            


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.93  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์