นวัตกรรมที่แก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย
  ข่าวทั้งหมด
13 พฤศจิกายน 2552

      

การอ่านเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ยั่งยืนที่สุด เพราะการอ่านช่วยเสริมสร้างความเฉียบแหลมทางด้านปัญญา แต่เนื่องจากสภาพในปัจจุบันยังพบว่า ผู้เรียนบางคนยังอ่านไม่ได้ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาไทยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และยังส่งผลให้เป็นปัญหาต่อการเรียนวิชาอื่นๆ อีกด้วย

จากที่ได้ศึกษานวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหา การจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ

เพื่อศึกษาสภาพและสาเหตุของปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย

  1. เพื่อนำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหา เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย โดยศึกษาจากผลงานการวิจัยและวิทยานิพนธ์ จำนวน 22 เล่ม ตำรา บทความ และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวน 11 เล่ม รวม 33 เล่ม พิมพ์เผยแพร่ระหว่างปี พ.ศ.2535-2549 โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง ทั้งนี้ ได้กำหนดเกณฑ์การเลือกไว้ ดังนี้

    • เป็นผลงานที่ทดลองใช้นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในด้านการอ่านที่ทดลองไว้ในช่วงปี พ.ศ.2535-2549
    • เป็นผลที่ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้นวัตกรรม
    • เป็นผลที่มีผู้เชี่ยวชาญหรือ ผู้ควบคุมตรวจพิจารณากระยวนการทำวิจัย

การศึกษาในครั้งนี้นิยามศัพท์ คำว่า "นวัตกรรมที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาการสอนอ่านภาษาไทย" ว่า หมายถึง กิจกรรม กระบวนการ หรือวิธีการทั้งที่มีรูปแบบใหม่ๆ หรือของเก่าที่ได้รับปรับปรุงแก้ไขให้มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหา ด้านการอ่านของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งได้แบ่งระดับของความเข้าใจในการอ่านออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

  1. การอ่านในระดับการรับรู้คำและเข้าใจความหมายของคำ ประโยค และสำนวน เป็นระดับความเข้าใจพื้นฐานที่ผู้อ่านสามารถอ่านได้ถูกต้องตามอักขริวิธี พร้อมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนเขียนไว้ โดยการแปลผ่านทางคำ ประโยค และสำนวน เป็นการอ่านในระดับที่ผู้อ่านสามารถอ่านเนื้อเรื่องได้ โดยที่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น หรือวิพากษ์วิจารณ์การอ่านในระดับนี้เป็นการอ่านเอาเรื่องที่ใช้ความสามารถในการจำเป็นส่วนใหญ่

  2. การอ่านในระดับการจับใจความ เป็นระดับความเข้าใจในการอ่านที่ผู้อ่านเข้าใจเนื้อความทั้งหมดของสิ่งที่อ่าน เป็นระดับความเข้าใจในการอ่านซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการอ่านในระดับ 1 คือ ถ้าเข้าใจศัพท์ สำนวน และประโยคโดยตลอดแล้ว ผู้อ่านจะสามารถแปลถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาพูด และสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจเนื้อหาของสารที่อ่านนั้นๆ ได้ด้วย

  3. การอ่านในระดับการตีความ เป็นระดับความเข้าใจในการอ่านที่ ผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายของข้อความที่อ่านได้ลึกซึ้งกว่าระดับที่ 2 กล่าวคือ ผู้อ่านสามารถตีความในสิ่งที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจน แต่เป็นความหมายแฝงอยู่ในเนื้อความ รวมทั้งสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจโดยการเรียบเรียงใหม่ และ

  4. การอ่านในระดับการวิเคราะห์วิจารณ์ เป็นระดับความเข้าใจในการอ่านที่ผู้อ่านต้องอาศัยความเข้าใจในสามระดับแรก เนื่องจากการอ่านในระดับนี้ ต้องอาศัยความคิดเพื่อวิเคราะห์ตัดสิน และประเมินค่าสิ่งที่อ่าน
ผลที่ได้จากการศึกษา พบว่า

  1. สภาพและสาเหตุของปัญหาการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยนั้น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับตัวครูทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ครูยังยึดตัวเองเป็นสำคัญ การใช้สื่อการเรียนการสอนในระดับที่น้อยมาก รวมทั้งการวัดและประเมินผลที่เน้นในด้านความรู้ความจำ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากเรียน ไม่เห็นความสำคัญและไม่สนใจทักษะด้านการอ่าน รวมทั้งไม่มีนิสัยรักการอ่าน

  2. ในการนำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยนั้น ได้นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรม โดยแบ่งตามระดับของความเข้าใจในการอ่าน 4 ระดับ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว คือ

    • นวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยในระดับการรับรู้และเข้าใจความหมายของคำ ประโยคและสำนวน ได้นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรม

      • แบบเรียนเล่มเล็กเชิงวรรณกรรม ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้เสริมบทเรียนปกติ เพื่อเอื้อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ด้านการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ

      • ชุดการอสนรายบุคคล เป็นนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน และยังเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง

      • นวัตกรรมพื้นบ้าน เป็นนวัตกรรมที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน โดยเน้นการเล่นปนเรียน ช่วยให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ และพัฒนาการในด้านต่างๆ และ

      • แผนการออกแบบประสบการณ์ แบบอีเอพี เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ครูสามารถออกแบบจัดทำหน่วยการเรียนรู้และเห็นช่องทางปรับปรุงวิธีการสอนให้ดียิ่งขึ้น

    • นวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยในระดับการจับใจความ ได้นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรม

      • ชุดการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรมที่จัดเนื้อหาให้แก่ผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย

      • แบบฝึก เป็นนวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามจุดประสงค์ของการเรียนการสอนได้ดี และรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังส่งเสริมบรรยากาศการเรียนการสอน

      • บทเรียนโปรแกรมแบบเส้นตรง เป็นนวัตกรรมที่แบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยเล็กๆ จากง่ายไปหายาก ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และ

      • เพลงไทยลูกทุ่ง เป็นนวัตกรรมที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกิจกรรม

    • นวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยในระดับการตีความ ได้นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรม

      • บทเรียนโมดูลเป็นนวัตกรรมที่ถือเอาความต้องการของผู้เรียนเป็นเครื่องกำหนดสิ่งที่จะเรียน ทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกิจกรรม

      • หนังสือพิมพ์ เป็นนวัตกรรมที่มีข้อมูลข่าวสารทันสมัย ช่วยพัฒนาการอ่าน

      • กิจกรรมคัดสรร เป็นนวัตกรรมที่ครูคัดเลือกกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกทักษะการอ่าน และช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ทักษะอย่างเป็นธรรมชาติ และ

      • แฟ้มสะสมงาน เป็นนวัตกรรมการประเมินผลที่บอกความสามารถที่แท้จริง รวมทั้งกระตุ้นชักนำให้ผู้เรียนประเมินผลการอ่านและค้นพบ ความก้าวหน้าของตนเอง และ

    • นวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยในระดับการวิเคาะห์วิจารณ์ ได้นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรม

      • แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรมที่เป็นแผนการเตรียมการสอนของครูที่ช่วยให้ครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      • ชุดการสอนจุลบท เป็นนวัตกรรมที่สร้างขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และ

      • วรรณกรรม สำหรับเด็กวัยรุ่น เป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน (รายละเอียดนวัตกรรม ศึกษาได้จากรายงานการศึกษานวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 2550)
จากการศึกษา ได้ค้นพบที่น่าสนใจ คือ สาเหตุของปัญหาการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาไทย ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตัวครูทั้งสิ้น ข้อค้นพบดังกล่าว เป็นเสมือนภาพสะท้อนว่าครูยังคงสอนให้ได้การอ่านเพียงเพื่อการสอบผ่านในวิชาเรียน หรือเพื่อการเข้าเรียนต่อสถาบันที่มีชื่อเสียง ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการสร้างเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพ และมีศักยภาพในการพัฒนาตนเองและชาติบ้านเมือง ดังนั้น ครูจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้กรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการเรียนรู้ แต่เป็นไปอย่างประหยัด และมีสาระสร้างสรรค์เต็มเปี่ยมไปด้วยกิจกรรมดีๆ ที่เอื้อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการอ่านได้อย่างเต็มตามศักยภาพ รวมทั้งหล่อหลอมให้เด็กมีบุคลิกลักษณะของการเป็นผู้ใฝ่เรียน แสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

เราคงต้องยอมรับความจริงที่ว่า ถ้าพูดเรื่องการศึกษาแล้ว ครูมักจะเป็นที่หมายแรกของความคาดหวังของวังคมในอันที่จะเป็นผู้แสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งสืบเสาะหาวิธีการสร้างความรู้ให้แก่ผู้เรียน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของครูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดึงศักยภาพสูงสุดของตนเอง โดยการใช้กลวิธีแยบยลในการสร้างคนยุคใหม่เพื่อรองรับกับสภาพความเปลี่ยนแปลงและวิกฤตการณ์ต่างๆ ของสังคมโลก ดังนั้น การปฏิบัติของครูจะต้องทำทั้งในเชิงรุกและรับ เลือกสรรกิจกรรม กระบวนการหรือวิธีการทั้งที่มีรูปแบบใหม่หรือเก่าที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้มีคุณภาพดีขึ้น มาเป็นตัวช่วยในการยกระดับความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน หรือ ที่เราเรียกกันว่า "นวัตกรรมทางการศึกษา" นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่ายินดีที่พบว่า กว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ครูมีความพยายามในการออกแบบหรือ พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาการสอนอ่านภาษาไทยขึ้นมาอย่างมากมาย โดยเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถด้านการอ่านภาษาไทยให้แก่ผู้เรียน ซึ่งในการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมนั้น ควรที่จะตระหนักถึงความสอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของผู้เรียนในลักษณะที่ยึดตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการของครูที่จะนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน

ปัจจุบันมีแนวคิดและทฤษฎีมากมายที่เกี่ยวกับกระบวนการสอนอ่าน (Teacher of Reading) แต่ทฤษฎีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้แก่

  1. ทฤษฎีทางจิตภาษาศาสตร์ (Psycholinguistics) เป็นการนำทฤษฎีทางจิตภาษาศาสตร์มาใช้อธิบายกระบวนการอ่าน ซึ่งมีจุดเน้น 3 ลักษณะ ได้แก่

    • มองภาษากับการอ่านเป็นเรื่องเดียวกัน (Reading is language) การอ่านภาษาใดก็ต้องใช้ระบบของภาษานั้น ผู้อ่านจึงจะเข้าใจความหมายที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือเอาไว้

    • ผู้อ่าน คือ ผู้ใช้ภาษา (Reading are users of language) ผู้อ่านเป็นผู้ใช้กระบวนการในการทำความเข้าใจโดยใช้ภาษาเป็นเครื่องมือ ผู้อ่านจะใช้ตัวชี้แนะต่างๆ ในการทำความเข้าใจ ซึ่งได้แก่ ตัวชี้แนะภายในคำพูด ตัวชี้แนะในตัวภาษา ตัวชี้แนะจากตัวผู้อ่านเอง และตัวชี้แนะจากภายนอก ดังนั้น จุดเน้นในการอ่านจึงอยู่ที่

      • ตัวภาษาที่อ่าน
      • กระบวนการค้นคว้าความหมายของผู้อ่าน โดยการสุ่มตัวอย่าง การคาดคะเนข้อความที่อ่าน การทดสอบโดยใช้ความรู้เดิมที่มีอยู่ การย้ำเพื่อความมั่นใจ และการแก้ไขเมื่อมีความจำเป็นในกรณีที่คาดการคาดคะเน และการทดสอบผิดพลาด และ
      • เครื่องมือที่ใช้ในการค้นหาความหมาย ซึ่งได้แก่ ตัวชี้แนะต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว

    • ภาษาเป็นสื่อในการติดต่อสื่อสาร (Language is a tool for communication) ผู้อ่านจะใช้ระบบของตัวชี้แนะภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการอ่าน ซึ่งได้แก่

      • ระบบชี้แนะทางรูปคำและเสียง (Graphophonic Cueing System)
      • ระบบตัวชี้แนะทางไวยากรณ์ (Syntactic Cueing System)
      • ระบบความชี้แนะทางความหมาย (Semantic Cueing System)

  2. ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ (Schema Theory) เป็นทฤษฎีอธิบายเกี่ยวกับการอ่าน คือ การอ่านที่ผู้อ่านเกิดความเข้าใจในเรื่องที่อ่านได้ก็ต้องอาศัยความรู้เดิมของผู้อ่านมาปฏิสัมพันธ์กับบทอ่าน การทำความเข้าใจคำ ประโยค หรือบทอ่าน เป็นเพียงความเข้าใจที่ใช้ความรู้ทางภาษาศาสตร์เท่านั้น สำหรับกระบวนการตีความ แปลความ และสรุปความ ต้องอาศัยหลักการคิด โดยนำสิ่งที่อ่านมาคิดพิจารณากับความรู้เดิมโดยอาศัยกระบวนการทางสมองที่ผู้อ่านมีโครงสร้างความรู้เดิมมาช่วย ทั้งนี้ ได้แบ่งชนิดของโครงสร้างความรู้เดิมเกี่ยวกับการอ่านไว้ 2 ลักษณะ คือ

    • โครงสร้างความรู้เดิมเกี่ยวกับรูปแบบ (Formal Schemata) คือ โครงสร้างของงานเขียนที่เป็นลักษณะต่างๆ กัน เช่น นิทาน บทความ บทกลอน เป็นต้น

    • โครงสร้างความรู้เดิมเกี่ยวกับเนื้อหา (Content Schemata) คือ โครงสร้างความรู้เดิมที่เกี่ยวกับเนื้อหาของสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง

  3. ทฤษฎีการสอนอ่านอย่างเป็นธรรมชาติ (Natural Approach) เป็นทฤษฎีที่เน้นการให้ปัจจัยป้อนเข้า (Comprehensible Input) โดยใช้กระบวนการเรียนการสอน (Process) ที่เหมาะสมกับการรับรู้ทางภาษาของผู้เรียน ผลของการเรียนรู้ (Output) จะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนว่าจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวิธีการให้ปัจจัยป้อนเข้าที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่ผู้เรียน
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการสอนอ่าน (Teaching of Reading) ที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้คือ การสอนจากความเข้าใจ ความคิดรวบยอด จากการเดาความ สรุปความ จากนั้นจึงลงลึกในรายละเอียดในลักษณะจากบนลงล่าง หรือ Top Down Processing ซึ่งถ้าผู้อ่านมีความรู้เรื่องที่จะอ่าน ก็จะอ่านได้ง่าย และเดาความได้ โดยสามารถดึงเอาความรู้เดิม (Schema) มาใช้เดาความ และตีความได้ง่าย นั่นคือ ผู้อ่านจะต้องตีความระดับยอด คือ ใจความสำคัญของเรื่องให้ได้

การส่งเสริมให้ครูสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา การสอนอ่านภาษาไทย เป็นยุทธศาสตร์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการสร้างความตื่นตัวและแรงขับเคลื่อนให้มีการคิดค้น ออกแบบ หรือพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาการอ่านภาษาไทย รวมทั้งครูผู้สอนต้องมีความตระหนักในเรื่องของการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ต้องยึดตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ


โดย พุทธชาต ทองกร

ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2551
ที่มาเว็บ : https://www.myfirstbrain.com

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: นิภา แย้มวจี
881 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
เว็บไซต์ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางสุทธศรี วงษ์สมาน)
วิทยุศึกษา
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
               1
   2    3    4    5    6    7    8
   9    10    11    12    13    14    15
   16    17    18    19    20    21    22
   23    24    25    26    27    28    29
   30            


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.05  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์