การวิจัยและกระบวนการวิทยาศาสตร์
  ข่าวทั้งหมด
10 สิงหาคม 2552

      

การวิจัยและกระบวนการวิทยาศาสตร์

           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ โครงการพระราชดำริหลายโครงการนอกจากจะแสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรแล้ว ยังยืนยันถึงพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตราและเทคโนโลยีอีกด้วย ทั้งนี้เพราะจากการศึกษาแนวทางและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่า ล้วนเกิดจากพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในอันที่ทรงนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้วางแผน ออกแบบและค้นหาวิธีการดำเนินงานที่มีลักษณะเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สอดคล้องกับระบบนิเวศน์ของธรรมชาติและสภาพทางสังคมของชุมชนนั้นๆ การแก้ปัญหา ณ จุดใดจุดหนึ่งไม่ไปส่งผลกระทบกับจุดอื่นๆ รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาและก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง ตลอดจนต้องมุ่งไปสู่วิถีแห่งการพัฒนาที่ยังยืน (Sustainability)

           พระองค์ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน ทรงชัดเจนในกระบวนการความคิดและการปฏิบัติอย่างเป็นระบบเชิงวิทยาศาสตร์ โดยที่พระองค์จะทรงศึกษาข้อมูลต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง จากนั้นทรงนำข้อมูลที่ได้มาปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและคุ้มค่าแล้วจึงจะทรงเริ่มดำเนินโครงการและในขณะที่ดำเนินโครงการ พระองค์จะเสด็จเพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้า พร้อมทั้งทรงติดตามผลและสรุปผลเพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ ทั้งนี้ ผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์ของพระองค์จะมีลักษณะที่เป็นผลงาน "ใหม่" และ "เกิดประโยชน์" ซึ่งมีทั้งผลงานที่เป็นการประดิษฐ์คิดค้นที่ใช้ประโยชน์หรือใช้งานได้จริงรวมทั้งเหมาะสมกับสภาพสังคมไทยและสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น
ซึ่งผลงานการคิดค้นแต่ละชิ้นในพระองค์ ล้วนผ่านการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย และทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อได้ผลจึงจะโปรดเกล้าฯ พระราชทานไปปฏิบัติ

 

           จากการทรงงานของพระองค์ท่านเห็นได้ชัดเจนว่าทรงใช้กระบวนการวิจัยควบคู่กับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เสมอ ในด้านการจัดการศึกษา ถึงแม้ว่าหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีความพยายามที่จะปฏิรูปการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แต่ผลการประเมินของ PISA (Programme for International Student Assessment, 2006 ) พบว่า ความสามารถด้านการรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทยต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบการศึกษาของบ้านเรายังต้องพัฒนานักเรียนให้มีความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคต

           การปลูกฝังให้เด็กไทยมีหัวใจเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่สร้างสรรค์ผลงานให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมนั้น ควรต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ โดยการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขา จากผลการวิจัยของ Hall (2007) พบว่า ผู้ปกครองและครูที่สอนในระดับประถมศึกษาเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในการทำให้วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ ซึ่งการที่จะทำให้เด็ก "รู้" วิทยาศาสตร์อาจจะเริ่มจากกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ที่ฝึกให้นักเรียนเป็นคนช่างสังเกต มีความพยายามที่จะเสาะแสวงหาคำตอบ และคิดอย่างมีเหตุผล

 

           ทั้งนี้เพราะกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้สืบค้นความรู้อีกมากมายในธรรมชาติและในการทำกิจกรรมไม่จำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติการที่เพียบพร้อมหรือมีราคาแพง ขอแนะนำว่า สำหรับเด็กเล็กๆ โลกหรือธรรมชาติ คือ ห้องปฏิบัติการที่ดีที่สุด เช่น ให้เด็กสังเกตและบันทึกการเจริญเติบโตของเชื้อราในขนมปัง การเจริญเติบโตของแมลงหรือพืชที่นักเรียนชื่นชอบ การดำเนินชีวิตของสัตว์ที่นักเรียนสนใจ เป็นต้น นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรปลูกฝังให้กับเด็กอย่างยิ่ง คือ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาของโลกให้เขาได้เข้าใจธรรมชาติ สาเหตุของการเกิดปัญหา และการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา อาจจะเริ่มจากปัญหาใกล้ตัวไปไกลตัว จากปัญหาง่ายๆ ไปยาก ทั้งนี้ครูต้องไม่ลืมว่าวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้ 

           ดังนั้นครูอาจจะเลือกสรรกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้หลักการของธรรมชาติบางอย่างได้ในเวลาอันสั้น และวางแผนในกิจกรรมหนึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมต่อๆ มาเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการประหยัดเวลาที่จะใช้การเรียนรู้อย่างไรก็ตาม ครูควรส่งเสริมให้เด็กมีความสนใจใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้นที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาให้กว้างขวางต่อไปอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงชี้แนะเกี่ยวกับแก่นแท้ของการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหลายนั้น การทดลองค้นคว้าช่วยให้ได้ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ ถ้าท่านไม่ศึกษาเพิ่มเติมไว้ ต่อไปไม่ช้าท่านก็จะล้าสมัย..."

(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 9 กรกฎาคม 2516)

           ถึงแม้ว่า การปฏิรูปการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยจะยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนักแต่ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของพวกเราคนไทยทุกคนที่จะน้อมนำหลักการและแบบอย่างตามรอยเบื้องพระยุคลบาทมาเรียนรู้นำสู่การปฏิบัติให้เกิดผล โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ ใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หนทางแห่งความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

โดย พุทธชาด ทองกร

มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 10 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2550


แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
540 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
สมุดภาพInforgraphicsเพื่อประชาชน
moe
moe

moe
moe
รับฟังความคิดเห็น 1579
รับฟังความคิดเห็น ตู้แดง ศธ.
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน.
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
ปลัดฯ ศธ. สนทนา
moe
moe
ค่านิยม 12 ประการ
.
โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน
.
วิทยุ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
.
Content e-Learning
.
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29          


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.72  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์