การแก้ไขปัญหาการอ่าน - เขียนภาษาไทย ด้วยวิจัยในชั้นเรียน
  ข่าวทั้งหมด
7 สิงหาคม 2552

      

      การวิจัย เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ เป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้เกิดขึ้นได้ดี วิธีหนึ่ง ทุกงานทุกสาขาอาชีพ สามารถนำมาใช้ในการหาองค์ความรู้หรือข้อค้นพบในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางานได้อย่างเป็นระบบ จึงอาจกล่าวได้ว่า “การวิจัยช่วยให้การพัฒนางานเป็นระบบและเป็นไปอย่างน่าเชื่อถือ” สะท้อนถึงความชัดเจน รอบคอบ และตรวจสอบได้

     งานการจัดการเรียนการสอนของครู ถือว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่ต้องการความเชื่อถือได้ในผลงานการสอนที่เกิดขึ้น หากครูผู้สอนได้นำการวิจัยมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน หรือแก้ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียน จะสามารถพัฒนานักเรียนได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นการประกัน คุณภาพการศึกษาได้อย่างดียิ่ง ทั้งนี้จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดามารดา ผู้ปกครองของนักเรียนจะ มีความมั่นใจในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี

    
“การวิจัยแบบง่าย” จึงเป็นแนวทางหนึ่งของการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน โดยมีขอบเขตของเรื่องที่จะดำเนินการวิจัยที่ไม่ซับซ้อน ไม่ใหญ่มาก แล้วมีการสรุปผลการวิจัยที่สมบูรณ์ครอบคลุมประเด็นสำคัญ โดยมีจำนวนหน้าไม่มากนัก อาจเป็นหนึ่งหน้า หรือมากกว่าหนึ่งหน้า ก็ได้ และปัจจุบันจึงเรียกงานวิจัยในชั้นเรียนลักษณะนี้ว่า “วิจัยแผ่นเดียว” หรือ “วิจัยหน้าเดียว”

     การแก้ไขปัญหาการอ่าน - เขียน ภาษาไทย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ปัญหาการอ่านไม่ออก - เขียนไม่ได้ อ่านไม่คล่อง - เขียนไม่คล่อง
ในขณะนี้เป็นปัญหาเร่งด่วน ที่ครูผู้สอนทุกคน ไม่เฉพาะแต่ครูภาษาไทยเท่านั้น ต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขเพื่อให้เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ มีการพัฒนาหรือได้รับการแก้ไขปัญหา ด้วยเหตุที่ว่า หากเยาวชนของเราอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ การเรียนรู้สรรพวิชาต่างๆ ก็ย่อมจะมืดมน เพราะทักษะการอ่าน - เขียน เป็นทักษะพื้นฐานจำเป็น ในการรับสาร - ส่งสาร นอกเหนือจากทักษะฟัง - ดู - พูด ซึ่งผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการนำกระบวนการวิจัยที่เป็นการวิจัยแบบง่าย หรือวิจัยแผ่นเดียวมาใช้ในการแก้ปัญหา การอ่าน - เขียนภาษาไทย จึงเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นสำหรับครูและต้องเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และส่งผลต่อคุณภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง เพราะภาษาไทยเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้เรียนจะใช้ในการแสวงหาความรู้ในโลกกว้างได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การกำหนดขั้นตอนในการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาการอ่าน - เขียนภาษาไทย

     การกำหนดขั้นตอนการวิจัยแบบง่ายที่เสนอนี้ เป็นขั้นตอนหลักซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ทั่วไป ผู้สอนจะกำหนดให้ละเอียดกว่านี้ก็ได้ ในที่นี้ขอเสนอไว้ 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การกำหนดปัญหา หรือเป้าหมายการวิจัย
  2. การกำหนดวิธีการวิจัย หรือวิธีหาคำตอบ หรือวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
  3. การรวบรวมข้อมูลตามวิธีการที่กำหนด
  4. การวิเคราะห์ประมวลผล ตีความ โดยนำข้อมูลที่รวบรวมมาพิจารณา
  5. การสรุปและเขียนรายงานการวิจัยแบบง่าย (วิจัยแผ่นเดียว)

 

 

กรณีศึกษาการแก้ปัญหาการอ่าน - เขียน ภาษาไทย

กรณีศึกษาที่เสนอเป็นตัวอย่างนี้ ครูผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของผู้เรียน



 

ชื่อเรื่อง

การพัฒนาความสามารถการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว นักเรียนชั้น ป.6 ใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

ชื่อผู้วิจัย

นางสาวใจดี รักสอน






สภาพปัญหา

     นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 20 คน ส่วนใหญ่อ่านและเขียนคำที่ ควบกล้ำ ร ล ว ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เพราะ เมื่อตรวจสมุดงานในวิชาต่างๆ จากการตรวจงานการเขียนเรียงความ และสอบถามจากครูผู้สอนท่านอื่น ต่างก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ผู้สอนได้ใช้แบบประเมินการอ่าน - เขียน ภาษาไทย ตรวจสอบพบว่าคำที่นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นคำควบกล้ำ ร ล ว ซึ่งเป็นสาเหตุให้นักเรียนไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก และขาดความมั่นใจ เวลาให้นักเรียนสรุปหรือรายงานหน้าชั้นเรียน จะรู้สึกว่าเป็นตัวตลกให้เพื่อนหัวเราะเวลาพูดผิดหรือออกเสียงผิด เวลาเขียนก็เกิดความลังเลไม่มั่นใจ มีลักษณะการขีดฆ่าและลบบ่อย ดังนั้นหากนักเรียนได้รับการแก้ไขโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำภาษาไทย ที่เป็น คำควบกล้ำ ร ล ว จะช่วยพัฒนาความสามารถการอ่าน - เขียน คำควบคล้ำ ร ล ว ของนักเรียนได้ดีขึ้น

เป้าหมายการวิจัย

เพื่อฝึกและพัฒนาความสามารถการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 20 คน

วิธีการวิจัย

  1. สร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำภาษาไทยที่เป็นคำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้คำที่นักเรียน อ่าน - เขียน ไม่ถูกต้อง ปรากฏในแบบฝึกให้ครบถ้วน จำนวน 5 ชุด รวม 20 แบบฝึกดังนี้
    • แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้คำประพันธ์ 5 แบบฝึก
    • แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้ข้อความ/นิทาน 3 แบบฝึก
    • แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้ปริศนาคำทาย 3 แบบฝึก
    • แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้เกมปริศนาอักษรไขว้ 5 แบบฝึก
    • แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้บทเพลง 4 แบบฝึก
  2. สร้างแบบประเมินการอ่าน – เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว ก่อน และหลังการใช้แบบ ฝึกเสริมทักษะ จำวน 40 คำ
  3. ประเมินการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว ก่อนใช้แบบฝึกเสริมทักษะ
  4. เขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถการอ่าน - เขียนคำ ควบกล้ำ ร ล ว ควบคู่กับแบบฝึก
  5. ดำเนินการพัฒนาการอ่าน - เขียนคำควบกล้ำ ร ล ว โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ ชุดที่ 1-5 โดยใช้คาบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นเวลา 20 ชั่วโมง (สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง)
  6. ขณะฝึกการอ่าน - เขียนคำควบกล้ำ ร ล ว บันทึกผลการอ่าน - เขียน นักเรียนเป็นรายบุคคล
  7. สรุปผลการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว ในแต่ละแบบฝึกเสริมทักษะ
  8. ประเมินการอ่าน - เขียนคำควบกล้ำ ร ล ว หลังใช้แบบฝึกเสริมทักษะ
  9. สรุปผลและเปรียบเทียบความก้าวหน้าในการพัฒนาความสามารถ การอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว ก่อน - หลัง การใช้แบบฝึกเสริมทักษะเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม (ทั้งชั้น)
ผลการวิจัย

  1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ทุกคน มีความสามารถในการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว สูงขึ้น โดยมีนักเรียนจำนวน 5 คน ได้พัฒนาความสามารถจากระดับปรับปรุง เป็นระดับพอใช้ นักเรียนจำนวน 12 คน ได้พัฒนาความสามารถจากระดับพอใช้เป็นระดับดี นักเรียนจำนวน 3 คน ได้พัฒนาความสามารถจากระดับปรับปรุง เป็นระดับดี
  2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โดยภาพรวมมีความสามารถในการอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว อยู่ในระดับพอใช้ มีพฤติกรรมการแสดงออกดีขึ้น กล้าพูด กล้าแสดงออกหน้าชั้นเรียนมากยิ่งขึ้น ใช้ภาษากลางในการสื่อสารมากขึ้นกว่าเดิม


หมายเหตุ : ในกรณีที่ผู้สอนต้องการพัฒนานวัตกรรม แบบฝึกทักษะการอ่าน - เขียนคำภาษาไทยที่เป็นคำควบกล้ำ ร ล ว หรืออื่นๆ ในลักษณะที่ใช้ในวงกว้าง และพัฒนาเป็นผลงานวิชาการ ควรเพิ่มขั้นตอนการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกโดยใช้เกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 = 80/80 ก่อนนำไปใช้จริง




ชื่อเรื่อง การออกเสียงได้ของ ด.ช.จักรี
ชื่อผู้วิจัย นางสาวบุษยา ใจดี




สภาพปัญหา

เมื่อครูบุษยาเข้ามาสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ในสัปดาห์ที่ 2 ครูบุษยาให้นักเรียนทุกคนดูภาพสวนสนุกและอ่านคำบรรยายภาพ แล้วให้นักเรียนเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับภาพที่เห็นส่งครู ซึ่งครูได้สังเกตพบว่า ด.ช.จักรี มีอาการกระวนกระวาย ไม่สามารถเขียนได้ จึงได้สอบถามก็พบว่า ด.ช.จักรีอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนไม่ได้นั่นเอง

ปัญหาการวิจัย

ทำอย่างไรที่จะช่วยให้ ด.ช.จักรี อ่านหนังสือออกและเขียนได้

เป้าหมายการวิจัย

เพื่อฝึกและพัฒนาให้ ด.ช.จักรี อ่านออกเขียนได้

วิธีการวิจัย

  1. สร้างแบบฝึกการสะกดคำ และบัตรคำตัวอักษร สระ เพื่อใช้ประสมเป็นคำ/พยางค์
  2. สร้างแบบฝึกการเขียนสะกดคำ และเขียนเป็นประโยค (จากง่ายไปหายาก)
  3. กำหนดข้อความ/นิทานที่ใช้ในการฝึกอ่าน 10 เรื่อง
  4. นัดหมายให้ ด.ช.จักรี มาเรียนกับครูทุกวันๆ ละ 1 ชั่วโมง หลังเลิกเรียนหรือในเวลาว่าง
  5. เริ่มฝึกจากการสะกดคำง่ายๆ วันละ 5-10 คำ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และฝึกสะกดคำพร้อมกับเขียนในสัปดาห์ที่ 2-3 ในสัปดาห์ที่ 4-5 จึงได้ฝึกแต่งประโยคพร้อมกับการอ่านและเขียน ในสัปดาห์ที่ 6-15 จึงได้ให้ฝึกอ่านจากนิทานต่างๆ และเขียนเรื่องจากภาพในนิทาน รวมเวลาฝึกอ่านและเขียน 4 เดือน
  6. บันทึกผลการสะกดคำอ่าน การเขียนเป็นคำ และการแต่งเป็นประโยคทุกวัน เพื่อดูพัฒนาการความก้าวหน้าของ ด.ช.จักรี โดยบันทึกคะแนนลงในแบบบันทึกคะแนนการอ่าน เขียนคำ และเขียนเป็นประโยค และการเรียนเรื่องจากภาพ
  7. บันทึกพฤติกรรมขณะฝึกอ่าน เขียนลงในแบบสังเกตพฤติกรรม
  8. สรุปผลการอ่าน การเขียนของ ด.ช.จักรี
ผลการวิจัย

  1. การฝึกอ่าน ของ ด.ช.จักรี พบว่า

    • สัปดาห์ที่ 1 อ่านได้โดยเฉลี่ยวันละ 3 คำ จาก 10 คำ
    • สัปดาห์ที่ 2-3 ประสมคำอ่านได้ โดยเฉลี่ยวันละ 5-10 คำ จาก 10 คำ
    • สัปดาห์ที่ 4-5 ฝึกอ่านเป็นประโยคได้ โดยเฉลี่ยวันละ 5-10 ประโยค
    • สัปดาห์ที่ 6-16 ฝึกอ่านนิทานสัปดาห์ละ 1 เรื่อง โดยเฉลี่ยพบว่าอ่านได้ประมาณมากกว่า 50 %

  2. การฝึกเขียน

    • สัปดาห์ที่ 1 เขียนได้เฉพาะตัวพยัญชนะและคำที่ไม่มีตัวสะกดโดยเฉลี่ยวันละ 3 คำ
    • สัปดาห์ที่ 2-3 เขียนคำที่มีตัวสะกดง่ายๆ ได้ โดยเฉลี่ยวันละ 5 คำ
    • สัปดาห์ที่ 4-5 เขียนคำที่มีตัวสะกดง่ายๆ ได้ โดยเฉลี่ยวันละ 10 คำ
    • สัปดาห์ที่ 6-10 เขียนเป็นคำและแต่งเป็นประโยคได้ โดยเฉลี่ยวันละ 3-5 ประโยค
    • สัปดาห์ที่ 11-16 เขียนเป็นคำ แต่งประโยค และเขียนเล่าเรื่องสั้นๆ ได้

  3. พฤติกรรมการอ่าน-เขียน ด.ช.จักรี มีพฤติกรรมการอ่าน - เขียนดีขึ้น กล้าซักถามครู อาการกระวนกระวายลดน้อยลงตามช่วงเวลาที่ได้ฝึกอ่าน - เขียน และมีความสุขมากเมื่อได้อ่านนิทาน
  4. ผลการฝึก ด.ช.จักรี สามารถอ่านหนังสือได้ และเขียนได้ทั้งเป็นคำและประโยครวมทั้งการเขียนเล่าเรื่องจากภาพได้
กิจกรรมปฏิบัติ



  1. วิเคราะห์ประเด็นปัญหา

    ครูอรนุช สุดยอด สอนนักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 29 คน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขา เผ่ากะเหรี่ยง จากการประเมินผลการอ่าน - เขียนภาษาไทย จำนวน 40 คำ ของเขตพื้นที่การศึกษา พบว่า มีนักเรียนจำนวน 3 คน อ่านไม่ได้ - เขียนไม่ได้เลย นักเรียน 10 คน อยู่ในระดับปรับปรุง (อ่าน - เขียน ได้ 1- 23 คำ) นักเรียน 11 คน อยู่ในระดับพอใช้ (อ่าน - เขียน ได้ 24-31 คำ) นักเรียน 5 คน อยู่ในระดับดี (อ่าน - เขียน ได้ 32 คำ ขึ้นไป)

    หากท่านจะช่วยครูอรนุช สุดยอด ดำเนินการแก้ไขปัญหานักเรียน ชั้น ป.6 ท่านควรเสนอแนะให้เขาดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง
  2. พัฒนาทักษะ

    สร้างแบบฝึกเสริมทักษะภาษาไทยเพื่อแก้ไขปัญหาการอ่าน - เขียนภาษาไทย ในเรื่อง ต่อไปนี้เพียง 1 ปัญหาโดยเลือกใช้นวัตกรรม - เทคนิควิธีการตามความเหมาะสม

      2.1 การอ่าน - เขียน คำควบกล้ำ ร ล ว
      2.2 การอ่าน - เขียน อักษรควบ - อักษรนำ
      2.3 การอ่าน - เขียนคำที่ใช้มาตราตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา
      2.4 การอ่าน - เขียนคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ
      2.5 การอ่าน - เขียนคำที่ใช้ ร ล ว
      2.6 การอ่าน - เขียนคำที่ใช้ตัวการันต์
      2.7 การอ่าน - เขียนคำที่ประวิสรรชนีย์
      2.8 การอ่าน - เขียนคำที่ใช้พยัญชนะต้น ฉ ช ส ซ ฝ ฟ

  3. มานะพากเพียรฝึกเขียนรายงาน

    • ฝึกเขียนรายงานวิจัยแบบง่ายเพื่อแก้ปัญหาการอ่าน – เขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียน ที่ท่านสอน 1 เรื่อง ตามแบบฟอร์มโดยกำหนดหัวข้อหรือชื่อเรื่องวิจัย สภาพปัญหา เป้าหมายการวิจัย วิธีการวิจัย ผลการวิจัย ทั้งนี้ให้ใช้นวัตกรรมตามที่ท่านได้จัดทำใน ข้อ 2

  4. วิจารณ์วิจัยให้คุณภาพผลงาน

    • นำเสนอผลการฝึกเขียนรายงานต่อที่ประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเติมเต็มซึ่งกันและกัน
    • ให้ระดับคุณภาพผลงานการฝึกเขียนรายงานโดยใช้เกณฑ์การประเมิน และกำหนดระดับคุณภาพผลงาน ดังนี้

      เกณฑ์การประเมิน

      1. การเขียนเป็นลำดับขั้นตอน
      2. การกำหนดชื่อเรื่อง สภาพปัญหา เป้าหมายการวิจัย วิธีการวิจัย และผลการวิจัย มีความสอดคล้องกัน
      3. มีความเป็นไปได้สูงที่จะนำไปใช้จริง

      ระดับคุณภาพผลงานมีดังนี้

      ระดับดี หมายถึง ผลงานเป็นไปตามเกณฑ์การประเมิน 3 ข้อ
      ระดับพอใช้ หมายถึง ผลงานเป็นไปตามเกณฑ์การประเมิน 2 ข้อ
      ระดับปรับปรุง หมายถึง ผลงานเป็นไปตามเกณฑ์การประเมิน 1 ข้อ

     ที่มาข้อมูล : พิน อินทะยะ สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 8. เชียงใหม่ : หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 8, 2539., สพฐ




แหล่งที่มา/ผู้ส่ง :: Ranee Duankhao
18520 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
ทำความรู้จักกองทุนพัฒนาครูฯ
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe

moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29    30        


moe
moe
 
moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.05  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์