"หุ่นจำลอง"ยางพารา อุปกรณ์สื่อการสอน ฝีมือคนไทยระดับอินเตอร์
  ข่าวทั้งหมด
14 มีนาคม 2550

       ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ส่งสินค้าที่เป็นวัตถุดิบ ออกขายให้กับต่างประเทศ เป็นมูลค่านับล้านเหรียญสหรัฐ
แต่ขณะเดียวกันการนำสินค้าเข้าก็มีไม่แพ้กัน มูลค่าสูงถึง 129,744.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าที่ส่งออกของไทยมี ยางพารา เป็นอันดับต้นๆ และข้าว พืชผลทางการเกษตร เป็นอันดับรองลงมา ส่งออกไปขายต่างประเทศ
เมื่อเทียบมูลค่าการส่งออกและการนำเข้าแล้ว การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเป็นเรื่องสำคัญ ถึงกระนั้นไทยเองยังไม่มีความชำนาญเพียงพอ

*ทุกวันนี้จึงตกอยู่ในภาวะที่จำยอม ขายถูกซื้อแพง*

ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากกำลังพัฒนาหาทางคิดค้นในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าไปแข่งขันสู้กับต่างประเทศ
"กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ฉันใด ประเทศไทยก็ไม่สิ้นคนดีมีฝีมือฉันนั้น"

ซึ่งเรื่องนี้ทีมงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) โดย *ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ* หัวหน้าโครงการวิจัยหุ่นจำลองยางพารา มก. ได้คิดค้นทำหุ่นจำลองอวัยวะต่างๆ ขึ้นได้สำเร็จ ทำด้วยยางพาราเช่น หัวใจ, ปอด, ตับ, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, เต้านม, อวัยวะในช่องปาก และอวัยวะของสัตว์
เป็นผลงานยอดเยี่ยม มีผลให้การทำลายชีวิตสัตว์ที่จะนำมาเป็นสัตว์ทดลองหรือใช้ในการเรียนการสอนลดลงเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

เรื่องดังกล่าว *ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ* เล่าให้ฟังว่า การคิดค้นทำหุ่นจำลองยางพาราเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน ถือเป็น *สื่อประหยัดเพื่อการศึกษา*

"ช่วงที่ทำประกายความคิดเกิดจากการที่ผมสอนนิสิตทางด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่นักศึกษาที่จะต้องจบไปเป็นแพทย์ต้องเรียนโดยละเอียด เช่น กระดูกมนุษย์มีกี่ชิ้น กล้ามเนื้อทุกมัดเป็นอย่างไร อวัยวะทุกส่วนในร่างกายมนุษย์เป็นอย่างไร อยู่ตรงไหน แล้วเวลานี้เศรษฐกิจบ้านเราบูม สมมุติว่าจากเดิมรับนักศึกษามาเรียน 30 คน ก็ต้องเพิ่มเป็น 150 คน ซึ่งจะทำให้ต้องใช้สัตว์ทดลองมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องการคือจรรยาบรรณทางการแพทย์ เลยต้องคิดค้นสร้างสื่อการสอนจำนวนมากขึ้นมาใช้แทนชีวิตสัตว์"

ดร.อภินันท์เล่าถึงที่มาของโครงการสร้างหุ่นจำลองเป็นสื่อการเรียนการสอน ก่อนหน้านี้พวกหุ่นจำลองซื้อมาจากต่างประเทศ ทำจากเรซินและไฟเบอร์กลาส มีราคาแพงมากเป็นแสนๆ บาท และยังมีปัญหาเรื่องกลิ่นฉุนรุนแรง เป็นอันตรายกับร่างกายถ้าสูดเข้าไปมากๆ เพราะเป็นสารก่อมะเร็ง

"ประกายความคิดของผมเกิดเมื่อ 5 ปีก่อน ผมเห็นว่ายางพาราบ้านเรามีมาก แต่การแปรรูปมีน้อย ผมเพิ่งมารู้ว่าประเทศไทยส่งยางพาราเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สิ่งที่ขายมันเป็นความภูมิใจที่ไม่ถูกทั้งหมด เพราะขายของถูก ราคากิโลกรัมละ 80-100 บาทก็จริง แต่บริษัทต่างชาติที่มารับซื้อไปผลิตเป็นยางรถยนต์เขาเอากลับมาขายให้ประเทศไทยแพงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ผมจึงเป็นคนแรกที่นำยางพารามาสร้างสื่อการสอน เปรียบเทียบดูว่าที่ต่างประเทศก็ทำคล้ายๆ กัน.."

ดร.อภินันท์ กล่าวถึงการทำหุ่นจำลองจากยางพาราว่า แทนที่จะขายกิโลกรัม 80-100 บาท นำมาแปรรูปได้ราคาเป็น 1,000 บาทขึ้นไป และเมื่อแปรรูปแล้วส่งหุ่นจำลองเหล่านี้ไปขายที่สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สวีเดน หรือสิงคโปร์ ได้ราคาเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

"เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ที่ประเทศไทยสามารถผลิตยางพาราส่งออกขายได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 จนถึงปัจจุบัน แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากผลผลิตของยางพาราทั้งหมด 90% ส่งออกขายโดยตรงในรูปน้ำยางดิบ ยางแผ่น ได้มูลค่า 75,000 ล้านบาท ในขณะที่อีก 10% นำมาแปรรูปได้มูลค่าถึง 5,500 ล้านบาท ซึ่งเกือบเท่าน้ำยางดิบและยางแผ่นที่ส่งออกขายทั้งหมด"

นอกจากนี้ ใน 10% ที่นำมาแปรรูปนี้ส่วนใหญ่แปรรูปเป็นยางรถยนต์ของบริษัทต่างประเทศที่มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย

*นับได้ว่าประเทศไทยยังมีการวิจัยพัฒนาแปรรูปยางพาราน้อยมาก หากเราสามารถนำยางพารามาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพิ่มอีก 10% จะสามารถสร้างรายได้แก่ประเทศเพิ่มอีกนับแสนล้านบาท*

เมื่อเปรียบเทียบแล้วมูลค่าการแปรรูปและการขายแบบไดเร็กเซลล์ให้ผลต่างกันลิบลับ หัวหน้าโครงการผลิตสื่อจำลองฯ จึงลงมือเพิ่มมูลค่าของยางพาราอย่างเป็นจริงเป็นจัง

"ผมคิดว่าสื่อการเรียนการสอนเรื่องอวัยวะมนุษย์ มีความสำคัญทางการศึกษามาก ถ้าเป็นอวัยวะมนุษย์ อย่างเช่นนักเรียนมัธยม เรียนเรื่องร่างกายก็จะเรียนจากกระดาษ ทำให้เข้าใจยาก แต่ถ้าเรียนจากหุ่นจะเข้าใจง่ายกว่า และหุ่นจำลองยังเป็นสามมิติ สามารถพลิกได้ ตกไม่แตก หุ่นจำลองพวกนี้เหมือนจริงมากที่สุด โดยเฉพาะพวกอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น หัวใจ, ปอด, ตับ, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, เต้านม, อวัยวะในช่องปาก" คนพูดหยิบตัวอย่างให้ดูประกอบ
ขณะนี้ ดร.อภินันท์ มีหุ่นจำลองทั้งหมดอยู่ในขบวนการผลิตประมาณ 124 รายการ

"ในอนาคตผมจะทำหุ่นพูดได้ในเชิงพาณิชย์ให้ได้ เพราะของเดิมยังไม่ดีเท่าไหร่และการใช้งานยาก ผมจะทำให้การใช้งานง่ายขึ้น"
"ชุดหุ่นจำลองยางพาราเพื่อน้อง" เป็นชุดหุ่นจำลองยางพารารูปอวัยวะสำคัญของมนุษย์ ที่ทำขึ้นจากฝีมือทีมงาน ดร.อภินันท์ มีตั้งแต่หัวใจ ปอด ทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ชาย-หญิง สมอง ไขสันหลัง ผิวหนัง และไต

เป็นชุดราคาประหยัด เหมาะสมกับการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ สุขศึกษาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และวิทยาศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ของระดับอุดมศึกษา
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชุดน่าสนใจทั้งนั้น อาทิ ชุดหุ่นจำลองยางพาราอวัยวะสัตว์ เป็นชุดสื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนหลักสูตรทางด้านสัตว์ เช่น สัตวแพทย์ สัตวบาล สัตวศาสตร์ สุขภาพสัตว์ เทคนิคการสัตวแพทย์ หุ่นจำลองชุดนี้เน้นอวัยวะสัตว์เลี้ยง (ม้า โค สุกร และสุนัข) มีจำนวน 40 รายการ ชุดหุ่นฝึกหัดทางการแพทย์ เช่น เต้านมฝึกหัด หุ่นสำหรับฝึกหัดเย็บแผล/พันแผล หุ่นแผลกดทับ

ชุดฝึกหัดผสมเทียมโค เป็นหุ่นแสดงอวัยวะระบบสืบพันธุ์โคเพศเมีย, เพศผู้ และหุ่นท่อมดลูกเพื่อฝึกสอดปืนผสมเทียม เป็นการสนับสนุนนโยบายโคล้านครอบครัว และเป็นการลดการทารุณกรรมสัตว์ในขณะฝึกหัดการผสมเทียมโค ชุดนี้หัวหน้าโครงการบอกว่ามีเสียงตอบรับดีมาก

อีกชุด คือ *ชุดหุ่นตามสั่ง* สามารถดำเนินการหุ่นสามมิติรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการ เช่น หุ่นไดโนเสาร์ หุ่นงูเห่า หุ่นจระเข้ หรือหุ่นดอกไม้พืชพรรณต่างๆ
"ปีหนึ่งๆ รัฐต้องใช้จ่ายงบประมาณ 100 ล้านบาทเพื่อนำเข้าสื่อการเรียนการสอนรูปหุ่นจำลองที่ทำจากเรซินหรือไฟเบอร์กลาส การนำเข้าอาจจะยังไม่สูงมากนัก ทั้งนี้เพราะราคาหุ่นเรซิน หรือหุ่นไฟเบอร์กลาสสูงมาก ขณะที่สถานศึกษามีงบประมาณค่อนข้างจำกัดอยู่เฉพาะระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ดังนั้น การนำยางพารามาผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอน นอกจากจะช่วยลดการนำเข้าปีละ 100 ล้านบาทแล้ว ยังสามารถผลิตเป็นสินค้าส่งออกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคุณสมบัติเด่นของสื่อการสอนที่ทำจากยางพารา มีราคาถูกกว่ามาก น้ำหนักเบา ตกไม่แตก สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก มีความเหมาะสม"

สำหรับลู่ทางการส่งหุ่นจำลองยางพาราเป็นสินค้าออกของไทยในอนาคตนั้น หัวหน้าโครงการฯ บอกว่า โอกาสทางการตลาดสำหรับประเทศแถบอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น เป็นไปได้สูง แต่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพให้มากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน เนื่องจากขาดแคลนศพอาจารย์ใหญ่ เพราะปัญหาพิธีทางศาสนาที่ต้องเผาศพทันที
โครงการวิจัยหุ่นจำลองยางพาราของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงนับเป็นโครงการฯที่เสียสละของกลุ่มคนที่ทุ่มเทความรู้เพื่อพัฒนาสื่อการสอนให้กับเยาวชนไทย และไม่เพียงแต่เกิดประโยชน์กับเยาวชนเท่านั้น หากแต่ยังมีผลไปถึงเกษตรกรชาวสวนยาง ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะขายผลผลิตได้มากขึ้น

สำคัญอยู่ที่ว่า ถึงแม้โครงการจะดีอย่างไร สำคัญแค่ไหน แต่ถ้าหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จอย่างที่วาดหวังก็ดูเป็นเรื่องยาก

เรื่องดีๆ อย่างนี้ถ้ารัฐไม่สนับสนุน การลงทุนลงแรงก็สูญเปล่า หรือจะปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาชุบมือเปิบ ผู้บริหารทั้งหลายคงต้องใคร่ครวญกันเอาเอง
แหล่งที่มา/ผู้ส่ง http://www.matichon.co.th/matichon

1567 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
าล
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
เว็บไซต์ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางสุทธศรี วงษ์สมาน)
วิทยุศึกษา
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
     1    2    3    4    5    6
   7    8    9    10    11    12    13
   14    15    16    17    18    19    20
   21    22    23    24    25    26    27
   28    29    30    31      


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.06  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์