น้ำพริกสมุนไพร สำเร็จรูปงานวิจัย ม.อ.เพื่อชุมชน
  ข่าวทั้งหมด
6 มีนาคม 2550

       นักวิจัยอุตสาหกรรมเกษตร ม.อ.ผนึกกำลังชุมชน ปรุงน้ำพริกสมุนไพรไทยสูตรใหม่ ขยายผลจากชุมชนสู่อุตสาหกรรมขนาดย่อม

      น้ำพริก เป็นอาหารคู่ครัวไทยมานาน ด้วยรสชาติจัดจ้านและหลากหลายรูปแบบ ทำให้น้ำพริกเป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยมาช้านาน แต่ด้วยน้ำพริกมีส่วนผสมหลายอย่างที่เสียง่าย ดังนั้นจึงขาดโอกาสในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์อย่างเช่น ซอสนานาชนิดในต่างประเทศที่ได้รับการพัฒนาจนแพร่หลายไปทั่วโลก

      คณะนักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกอบด้วย ผศ.เสาวลักษณ์ จิตรบรรเจิดกุล ดร.ก่องกาญจน์ กิจรุ่งโรจน์ ดร.สุพิชญา จันทะชุม และ ดร.เถวียน บัวตุ่ม ได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนาสูตรน้ำพริกที่มีส่วนผสมสมุนไพรล้วนๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ตลอดจนพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพของน้ำพริกไว้ได้นานกว่า 3 เดือน รวมทั้งมีรูปลักษณ์เหมาะแก่การพาณิชย์ จนลงตัวเป็นผลิตภัณฑ์ น้ำพริกสมุนไพรไทยสำเร็จรูป

      ผศ.เสาวลักษณ์ จิตรบรรเจิดกุล หัวหน้าทีมวิจัยโครงการ การปรับปรุงคุณภาพและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์น้ำพริกสมุนไพรไทยสำเร็จ รูป ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์น้ำพริกแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและมีความแตกต่างในเรื่องส่วนป ระกอบ ชนิดและปริมาณของส่วนผสม กรรมวิธีการปรุง รสชาติที่หลากหลาย รวมถึงการเก็บรักษาและรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์น้ำพริกที่เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนจำนวนมากที่ยั งมีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมขนาดย่อม ทางกลุ่มวิจัยจึงได้ร่วมกับกลุ่มสตรีบ้านทุ่ง ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ทำการศึกษาวิจัย

      เราพบว่าหากต้องการทำเป็นเชิงพาณิชย์จริงๆ ต้องปรับปรุงหลายด้าน เช่น ส่วนผสมที่ใช้เราพยายามให้มีสมุนไพรที่หาง่ายในครัวเรือน กรรมวิธีการผลิตที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เก็บไว้ได้นาน รสชาติและบรรจุภัณฑ์ก็ต้องเป็นที่ยอมรับด้วย ซึ่งทีมงานได้ใช้เวลาพัฒนาเกือบหนึ่งปีจนได้สูตรน้ำพริกและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

      เราเริ่มศึกษาส่วนผสมของน้ำพริกสมุนไพร ซึ่งมีวัตถุดิบหลักได้แก่พริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม พริกไทยดำ ตะไคร้ และปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บ มะขามเปียก ทั้งนี้เลี่ยงการใช้เนื้อสัตว์เพื่อลดต้นทุนและการเน่าเสีย โดยหัวใจสำคัญของการวิจัยสูตรน้ำพริกคือการคัดเลือกชนิดของสมุนไพรและการปรับสัดส่วนของส่วนผสมต่างๆ ให้มีความเหมาะสมทั้งด้านรสชาติ สีสัน ซึ่งคุณลักษณะของน้ำพริกที่ได้ต้องละเอียด และร่วนแห้งพอเหมาะแก่การใช้คลุกข้าวสวยรับประทาน

      เราตั้งใจไว้ว่าน้ำพริกสมุนไพรที่ได้จะเป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริกสำหรับคนรักสุขภาพ ไขมันต่ำ จึงได้มีการปรับสัดส่วนของส่วนผสมต่างๆ จนได้ข้อสรุปว่าควรมีตะไคร้เป็นฐาน แล้วมีพริกไทยดำ หอมแดงและกระเทียมรวมกันต้องได้ 15% แล้วเสริมด้วยใบกระเพราและมะกรูด จะดีที่สุด และใช้การปรุงเป็นคั่วแห้ง เพื่อให้มีความชื้นต่ำ เก็บไว้ได้นาน นอกจากนี้ยังต้องปรับปรุงในเรื่องสีสันให้ชวนรับประทานอีกด้วย ทั้งนี้การผลิตต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมวัตถุดิบที่ดีและเหมาะสมเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการ

      ดร.ก่องกาญจน์ กิจรุ่งโรจน์ กล่าวเสริมว่า เรื่องการพัฒนาสูตรและรสชาติเราใช้การทดสอบจากผู้ชิมจำนวนมากและหลายครั้งมาก โดยมีหลักการทางคณิตศาสตร์และสถิติช่วยประเมินผล เพื่อหาข้อสรุปว่ารสชาติไหนจะเป็นที่ยอมรับมากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ค่อนข้างยากเพราะแต่ละคน แต่ละพื้นที่หรือแต่ละช่วงเวลาคนเราจะมีความชื่นชอบและการรับรสต่างกัน อย่างน้ำพริกสูตรเดียวกัน คนในเมืองชิมอาจจะบอกว่าเผ็ดเกินไป แต่คนในชนบทอาจจะบอกว่ากำลังดี ซึ่งต้องมีการทดสอบหลายครั้งจนได้อัตราส่วนที่ให้รสชาติที่พอดี แต่ทั้งนี้เมื่อต้องการผลิตเพื่อจำหน่ายจริงๆ สามารถปรับรสชาติได้อีก อาจจะเป็นแบบเผ็ดมาก หรือเผ็ดน้อยเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกซื้อตามใจชอบได้

      ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์น้ำพริกสมุนไพรไทยนั้น ดร.เถวียน บัวตุ่ม เปิดเผยว่า หลังจากการพัฒนาสูตรน้ำพริกเรียบร้อยแล้ว ทีมวิจัยได้คัดเลือกและออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งมองไว้ทั้งบรรจุภัณฑ์ชนิดแข็ง เช่น ขวดแก้ว กระปุกพลาสติกชนิดพีวีซี กระปุกพลาสติกชนิดเพท กระปุกพลาสติกชนิดโพลิสไตรีน ส่วนบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว ได้แก่ ถุงพลาสติกชนิดต่างๆ ซึ่งในการคัดเลือกต้องมีการทดสอบและประเมินคุณภาพตามเงื่อนไขต่างๆ

      บรรจุภัณฑ์มีหลายประเภททั้งแบบแข็งและแบบอ่อน แต่เราหวังผลถึงคุณสมบัติในการเก็บรักษาน้ำพริกสมุนไพรให้มีคุณภาพ รสชาติ สีสัน ตลอดจนระยะเวลาการเก็บรักษาได้นานที่สุด ซึ่งหลังจากการทดลองพบว่าขวดแก้ว และถุงพลาสติกชนิดเคลือบ 3 ชั้น (OPP/MPET/LLDPE) แบบตั้ง มีความเหมาะสมมากที่สุด สามารถเก็บรักษาได้นานกว่า 3 เดือน นอกจากนี้เรายังได้ออกแบบฉลากสำหรับติดข้างบรรจุภัณฑ์ด้วย เพื่อให้มีความถูกต้องสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการใช้งานจริงต่อไป นักวิจัยกล่าว

      ดร.ก่องกาญจน์ และ ดร.สุพิชญา ยังบอกอีกว่า หลังจากการวิจัยแล้วเสร็จได้วางแผนนำผลงานไปประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมขนาดย่อม โดยในเบื้องต้นนี้จะทำการขยายผลในพื้นที่ของกลุ่มสตรีบ้านทุ่ง ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ก่อน แล้วหลังจากนั้นหากมีชุมชนไหนสนใจเราก็ยินดีให้ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

      หลังจากเสร็จการวิจัยแล้ว ชุมชนสามารถนำผลการวิจัยคือสูตรน้ำพริกและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ไปใช้ในระดับอุตสาหกรรมขนาดย่อมเลยก็ได้ หรือจะมีการพัฒนาต่อเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น เช่น รสชาติ สีสัน แล้วจึงค่อยทำเป็นเชิงพาณิชย์อีกทีก็ได้ ซึ่งทางเรายินดีให้คำปรึกษาเพิ่มเติม

      สำหรับผู้สนใจผลงานวิจัย สูตรน้ำพริกสมุนไพรไทยสำเร็จรูป ติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โทร.0-7428-6333 หรืออีเมล soawaluck.j@psu.ac.th
แหล่งที่มา/ผู้ส่ง ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. ศธ.

821 จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่แล้ว





 
ชื่อ : :
รูปภาพแสดงอารมณ์
รูปภาพ : :
ความคิดเห็น :
     
 

 

RSS
ปรับขนาดตัวอักษร ตัวอักษรขนาดเล็ก ตัวอักษรขนาดกลาง ตัวอักษรขนาดใหญ่
 
 
 
 
moe
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
moe
moe
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
รวมประกาศและคำสั่ง คสช.
พบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน)
วิทยุศึกษา
Readmap ปฏิรูปการศึกษา)
moe
moe
๑ อำเภอ ๑ ทุน่
Click ดู รายการย้อนหลังที่นี่
ติดตามข่าวสาร E-learning ได้ที่นี่ค่ะ
บทเรียนออนไลน์ e-learning
moe
moe
Click เข้าเว็บ asean ค่ะ
โครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
รับแจ้งข่าว ความประพฤติ นักเรียน นักศึกษา
สสค. เปิดรับโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้
เชิญแวะชมเว็บวุฒิอาสาธนาคารสมอง ศธ.
รู้จัก สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
moe
moe
เชิญร่วม Twitter กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ ศธ.
เชิญร่วม facebook กับ สป.
เชิญร่วม facebook กับ ปฏิรูปการศึกษา
moe
moe
moe

moe moe
  อา   จ   อ   พ   พฤ   ศ   ส
               1
   2    3    4    5    6    7    8
   9    10    11    12    13    14    15
   16    17    18    19    20    21    22
   23    24    25    26    27    28    29
   30            


moe
moe
banner กระทรวงศึกษาธิการ
ลำดับที่ผู้เข้าชม
moe
moe
moe
w3c
moe


 




  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล 0.05  วินาที.
  แสดงผลได้ดีที่ขนาดหน้าจอ 1024x768 pixel โดยใช้ [IE7, IE8, FIREFOX]
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แผนผังเว็บไซต์