หน้าแรก กระทรวงศึกษาธิการ สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
  mindmoon  
    Profile   |  Blog  |  Photo
 
รูปภาพทั้งหมด 0 รูป

<<
กันยายน 2557 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
 
 
 
 

  บล็อกของ mindmoon ค้นพบ 159 รายการ
เรื่องของ..พริกน้ำปลา..  
..ประโยชน์ของการแกว่งแขน..  
‎***เดินย่ำ เท้าเปล่า***ธรรมชาติบำบัด  
..คัดตัวบรรจง,,  
ประโยชน์ข้าวเช้า  
ยาดีจากธรรมชาติ  
อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า..จริงหรือ?\"\"  
ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน  
\"เม็ดทราย\"  
วิธีการจัดโต๊ะอาหารอย่างง่าย ๆ แต่ถูกหลัก ดังนี้  
มะเขือพวง จับไขมันอิ่มตัว  
8 เคล็ดลับ ดับความโกธร  
หันมาทานแมงลักกัน เพื่อสุขภาพที่ดี  
ควรระวังตัวขณะเดินซื้อของ  
<< ก่อนหน้า - 1 - 2 - 3 - 4 - ถัดไป >>
รายการโปรด

ยังไม่มีรายการโปรด

  
 
 
ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน    [ 2013-03-05 14:32:36 ] เก็บเป็นรายการโปรด
กลุ่ม : สุขภาพ

 

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน อุดมไปด้วยวิตามิน และน้ำตาล มีน้ำมันหอมระเหย และมีกรดอินทรีย์บางชนิด วิตามินบี 1 ในลิ้นจี่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยให้ ร่างกายเจริญเติบโตป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด แคลเซียมเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีไนอาซีน ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลและไขมันให้เป็นพลังงานช่วยระบบย่อยอาหาร

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่เหมาะสมกับการรักษารูปร่าง ลิ้นจี่ 1 ถ้วย (6 ผล ไม่แกะเมล็ดออก) ให้พลังงานเพียง 125  แคลอรี มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม ลิ้นจี่มีวิตามินบี 2 โพแทสเซียม และมีวิตามินซีสูงมาก กินลิ้นจี่เพียงวันละ 3 ผลก็ได้วิตามินซีครบถ้วนตามความต้องการใน 1 วัน เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยบำรุงหลอดเลือด กระดูกและฟัน ในฤดูลิ้นจี่จึงควรกินลิ้นจี่แทนวิตามินซีสังเคราะห์สักระยะหนึ่ง

เนื้อในผล  กินเป็นยาบำรุง แก้อาการไอเรื้อรัง แก้อาการคัดจมูก รักษาอาการท้องเดิน  ลดกรดในกระ-เพาะอาหาร และบรรเทาอาการไม่ปกติของระบบทางเดินอาหาร

ประเทศจีนใช้ชาเปลือกลิ้นจี่ บรรเทาอาการหวัด แก้การติดเชื้อในลำคอ อาการท้องเสียอย่างอ่อน และโรคจากการติดเชื้อไวรัส เมล็ดมีฤทธิ์แก้ปวดบวม โดยใช้บดเป็นผงชงน้ำดื่ม หรือใช้พอกบริเวณมีอาการ ชาต้มรากลิ้นจี่หรือเปลือกต้นใช้แก้อาการติดเชื้อไวรัส อีสุกอีใส และเพิ่มความสามารถระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลิ้นจี่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง มีปริมาณพลังงาน ต่ำ และเชื่อกันว่ามีคุณสมบัติช่วยเผาผลาญสารอาหารในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ  ปัจจุบันจึงมีการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณลิ้นจี่ในผลิตภัณฑ์ช่วยควบคุมอาหารและ ลดน้ำหนัก แต่ไม่พบที่มาของสรรพคุณในการเผาผลาญสารอาหารดังกล่าว

ลิ้นจี่ในภาษาจีนมีความหมายว่า "ของขวัญเพื่อชีวิตที่เบิกบาน" ปัจจุบันเป็น "ผลไม้แห่งห้วงรัก" ของจีน

ชื่ออื่น Lychee  ลี่จือ (จีน) Alupag (ฟิลิปปินส์) เป็นพืชชนิดเดียวของจีนัส Litchi ในวงศ์ Sapindacese
ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีมายาวนานกว่าพันปี ต้นกำเนิดของผลไม้ชนิดนี้มาจากประเทศจีน มาแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อสมัยที่พ่อค้าจีนเข้ามาค้าขายในประเทศไทย นิยมปลูกกันมากในภาคเหนือแต่ภาคอื่นก็ปลูกลิ้นจี่เช่นกัน และมีปลูกมากทางใต้ของประเทศอินโดนีเซีย ทางตะวันออกของหมู่เกาะฟิลิปปินส์  ปัจจุบันมีการปลูกลิ้นจี่ทางตอนใต้ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย 

เครดิต: ประโยชน์จากผลไม้, สรรพคุณผลไม้ไทย  
ภาพ: จาก topicstock.pantip.com
*****************************************
แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อความพอเพียง และสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

ชีวอโรคยา อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีถ้วนหน้า ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ไม่ต้องรอให้ป่วยไปเสียค่ารักษาพยาบาลแพงๆ  

ติดตามข้อมูลข่าวสารการดูแลตัวเองวิถีธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมีได้ที่ Facebook ชีวอโรคยา
www.facebook.com/pages/ชีวอโรคยา/135957369811772

ลิ้นจี่เป็นอุดมไปด้วยวิตามินผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน  และน้ำตาล มีน้ำมันหอมระเหย และมีกรดอินทรีย์บางชนิด วิตามินบี 1 ในลิ้นจี่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยใ...ห้ ร่างกายเจริญเติบโตป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด แคลเซียมเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีไนอาซีน ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลและไขมันให้เป็นพลังงานช่วยระบบย่อยอาหาร

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่เหมาะสมกับการรักษารูปร่าง ลิ้นจี่ 1 ถ้วย (6 ผล ไม่แกะเมล็ดออก) ให้พลังงานเพียง 125 แคลอรี มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม ลิ้นจี่มีวิตามินบี 2 โพแทสเซียม และมีวิตามินซีสูงมาก กินลิ้นจี่เพียงวันละ 3 ผลก็ได้วิตามินซีครบถ้วนตามความต้องการใน 1 วัน เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยบำรุงหลอดเลือด กระดูกและฟัน ในฤดูลิ้นจี่จึงควรกินลิ้นจี่แทนวิตามินซีสังเคราะห์สักระยะหนึ่ง

เนื้อในผล กินเป็นยาบำรุง แก้อาการไอเรื้อรัง แก้อาการคัดจมูก รักษาอาการท้องเดิน ลดกรดในกระ-เพาะอาหาร และบรรเทาอาการไม่ปกติของระบบทางเดินอาหาร

ประเทศจีนใช้ชาเปลือกลิ้นจี่ บรรเทาอาการหวัด แก้การติดเชื้อในลำคอ อาการท้องเสียอย่างอ่อน และโรคจากการติดเชื้อไวรัส เมล็ดมีฤทธิ์แก้ปวดบวม โดยใช้บดเป็นผงชงน้ำดื่ม หรือใช้พอกบริเวณมีอาการ ชาต้มรากลิ้นจี่หรือเปลือกต้นใช้แก้อาการติดเชื้อไวรัส อีสุกอีใส และเพิ่มความสามารถระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลิ้นจี่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง มีปริมาณพลังงาน ต่ำ และเชื่อกันว่ามีคุณสมบัติช่วยเผาผลาญสารอาหารในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันจึงมีการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณลิ้นจี่ในผลิตภัณฑ์ช่วยควบคุมอาหารและ ลดน้ำหนัก แต่ไม่พบที่มาของสรรพคุณในการเผาผลาญสารอาหารดังกล่าว

ลิ้นจี่ในภาษาจีนมีความหมายว่า "ของขวัญเพื่อชีวิตที่เบิกบาน" ปัจจุบันเป็น "ผลไม้แห่งห้วงรัก" ของจีน

ชื่ออื่น Lychee ลี่จือ (จีน) Alupag (ฟิลิปปินส์) เป็นพืชชนิดเดียวของจีนัส Litchi ในวงศ์ Sapindacese
ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีมายาวนานกว่าพันปี ต้นกำเนิดของผลไม้ชนิดนี้มาจากประเทศจีน มาแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อสมัยที่พ่อค้าจีนเข้ามาค้าขายในประเทศไทย นิยมปลูกกันมากในภาคเหนือแต่ภาคอื่นก็ปลูกลิ้นจี่เช่นกัน และมีปลูกมากทางใต้ของประเทศอินโดนีเซีย ทางตะวันออกของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ปัจจุบันมีการปลูกลิ้นจี่ทางตอนใต้ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

เครดิต: ประโยชน์จากผลไม้, สรรพคุณผลไม้ไทย
ภาพ: จาก topicstock.pantip.com
*****************************************


  แสดงความคิดเห็น
 
ท่านยังไม่สามารถกรอข้อความใดๆได้จนกว่าท่านจะ
 สมัครสมาชิก

 

 

 



  โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง
  ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@moe.go.th
  ติดต่อ สอบถาม ร้องเรียน ที่สายด่วนการศึกษา โทร 1579
  กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
  ใช้เวลาในการโหลดข้อมูล
Fatal error: Call to undefined function speedtest_getmicrotime() in /home/moego/public_html/moe/footer2012.php on line 20