|
รูปภาพทั้งหมด
4 รูป |
 |
|
| อา |
จ |
อ |
พ |
พฤ |
ศ |
ส |
| |
|
|
1 |
2 |
3 |
4 |
|
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
|
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
18 |
|
19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
24 |
25 |
|
26 |
27 |
28 |
29 |
30 |
| |
| |
|
|
| รายการโปรด |
ยังไม่มีรายการโปรด |
|
| |
|
เทคนิคการเรียนให้เก่ง
[
2008-12-01 14:59:39 ]
|
เก็บเป็นรายการโปรด |
กลุ่ม :
เคล็ดลับต่างๆ
พูดถึงเรื่องเรียน ใครๆ ก็อยากเก่งกันทุกคน แต่คงมีหลายคน ที่อาจจะท้อแท้กับการเรียน นักวิชาการและนักวิจัยต่างๆ ได้ทำการสำรวจและวิจัย พบว่าเทคนิคการเรียนต่างๆ จากหลายๆคนแตกต่างกันไป ก็เลยนำมาเสนอให้เพื่อนๆ ที่สนใจได้อ่านด้วย เราไปดูกันดีกว่าว่า การเรียน เก่ง เขามีเทคนิคอะไร ยังไง
จากการวิจัยและวิเคราะห์ของนักแนะแนวการศึกษาและนักจิตวิทยาหลายคนพบว่า ผู้ที่เรียนไม่ค่อยประสบความสำเร็จหรือเรียนแบบไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ได้แก่ผู้ที่มีลักษณะดังนี้
- เป็นคนที่มักละทิ้งงานไว้ก่อนก่อนจึงค่อยทำ เมื่อถึงนาทีสุดท้าย
- เสียสมาธิ หันเห ความสนใจไปจากการเรียนได้โดยง่าย
- เมื่อทำงานที่ยากๆ จะสูญเสียความสนใจ หรือขาดความมานะ พยายามนั่นเอง
- มักใช้เรื่องของการสอบ เป็นเครื่องกระตุ้นการเรียน
- ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีตารางการทำงานอย่าวงสม่ำเสมอ

- ควรมีตารางเรียนและทำงานตรงตามเวลาที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ
- ทำงานในระยะเวลาที่ไม่นานนักและควรมีการหยุดพักผ่อน
- ไม่ปล่อยงานค้างไว้จนวินาทีสุดท้าย
- ควรตั้งสมาธิให้แน่วแน่ ไม่เสียสมาธิง่าย
- อย่าใช้การสอบเป็นแรงจูงใจในการอ่านหนังสือ
- ควรอ่านหนังสือก่อนเข้าห้องเรียนตามสมควร
- เข้าฟังการบรรยาย สัมมนาแล้วควรกลับไปอ่านทบทวน
- พยายามอย่าละเลยวิชาที่ยากกว่าวิชาอื่นๆ
- ควรมีความรู้ในการใช้บริการห้องสมุดด้วยเป็นดี
- ปรับปรุงคำบรรยาย ที่จดจากห้องเรียนให้กระชับ กะทัดรัดและเข้าใจง่าย
- พยายามทำให้การเรียนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และสนุกสนานกับมัน
- ควรมีแรงกระตุ้นกับมันและไม่ควรทำงานหนักเกินไปในวันหยุด
- เมื่อพยายามปฏิบัติทุกข้ออย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้เรียนได้ดี

- อ่านหนังสือเที่ยวนึงก่อน แล้วกลับมาอ่านซ้ำอีกที
- ขีดเส้นใต้ใจความหลักและรายละเอียดที่สำคัญในตำรา
- อ่านอย่างตั้งใจแล้วทำบันทึกเค้าโครงสั้นๆไว้ เพื่อประหยัดเวลาในการอ่านทบทวน
ซึ่งนักวิเคราะห์สรุปว่า วิธีที่3ค่อนข้างจะดีกว่าข้ออื่นๆแต่การทำพร้อมๆกันทั้ง 3 วิธี เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอ่านหนังสือเลยทีเดียว
Thorndike กล่าวว่า ประสบการณ์ก่อให้เกิดความชำนาญ เขาได้ตั้งกฎแห่งการเรียนไว้ 3 อย่างซึ่งพูดถึงการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น การตอบรับ การฝึกหัดเพื่อก่อให้ เกิดประสบการณ์ และการเตรียมความพร้อมในด้านการเรียน และเขายังมี ข้อแนะนำที่จะช่วยให้การเรียนได้ผลดีและรวดเร็ว คือ
- พยายามสร้างความอยากที่จะเรียน (motivation)
- พยายามตอบสนองต่อการเรียน (reaction) อย่างต่อเนื่อง
- ควรมีความแน่วแน่กับการเรียน (concentrate)
- จัดลำดับเรื่องที่จะเรียน (organization) ให้เป็นหมวดหมู่ก่อนหลัง ไม่ปะปนกัน
- ควรมีความเข้าใจ (comprehension) ในจุดมุ่งหมายในเนื้อหาที่เรียน
- มีการทบทวน (repettition) เพื่อเป็นการไม่ให้ลืม

- สำรวจเนื้อหาและส่วนประกอบต่างๆ ในเล่มทั้งหมด
- อ่านเนื้อหาทั้งหมด แล้วอ่านซ้ำเพื่อจับ
- ควรมีการตั้งคำถามกับตัวเองขณะอ่าน ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร
- ขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญจากนั้นบันทึกเป็นคำพูดที่เข้าใจง่าย
- พยายามจับประเด็นจากคำบรรยายและจากตำราให้เข้ากัน
- ต้องมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
|
S :
|
servey
|
คือ การสำรวจตำราเรียนอย่างคร่าวๆ |
|
Q :
|
question
|
คือ การตั้งคำถามทั่วๆไปเพื่อที่จะเข้าสู่เนื้อหา |
|
R :
|
read
|
แล้วก็ต้องอ่านเพื่อจับประเด็นความคิดออกมา |
|
R :
|
recall
|
แล้วต้องพยายามที่จะจดจำในเนื้อหาที่สำคัญๆไว้ด้วย และ R สุดท้าย |
|
R :
|
review
|
หมั่นทบทวนอยู่เสมอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและการนำไปใช้ |
นอกจากนี้ อ.ธีรพร ชัยวัชราภรณ์ ยังให้เทคนิคการจำที่น่าสนใจ ให้นำไปใช้อีกด้วย
- อย่าจดจำในสิ่งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจ
- ทบทวนบันทึกหลังการเรียนมาภายใน 12 ชม.
- ต้องทำความเข้าใจในเนื้อหาทุกๆ ตอนก่อนที่จะผ่านไปและต้องทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
- พยายามเรียนให้มากๆ และอย่าเพิ่งหยุดในขณะที่เพิ่งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
- เลือกจำเฉพาะจุดที่สำคัญและรวบรวมเนื้อหาเหล่านั้นเข้าด้วยกันและมีระบบขั้นตอน
- ทำการซ้ำหลายๆ หน เช่นท่องปากเปล่าหรือเขียนเพื่อที่จะช่วยให้จดจำได้มากขึ้น และการท่องเป็นจังหวะจะช่วยให้ท่องจำได้ง่ายขึ้น

- ฝึกสังเกต สังเกตในสิ่งที่เราเห็น หรือสิ่งแวดล้อม เช่น ไปดูนก ดูผีเสื้อ หรือในการทำงาน การฝึกสังเกตจะทำให้เกิดปัญญามาก โลกทรรศน์ และวิธีคิด สติ - สมาธิ จะเข้าไปมีผลต่อการสังเกต และสิ่งที่สังเกต
- ฝึกบันทึก เมื่อสังเกตอะไรแล้วควรฝึกบันทึก โดยจะวาดรูปหรือ บันทึกข้อความ ถ่ายภาพ ถ่ายวีดิโอ ละเอียดมากน้อยตามวัยและ ตามสถานการณ์การบันทึกเป็นการพัฒนาปัญญา
- ฝึกการนำเสนอต่อที่ประชุม กลุ่ม เมื่อ มีการทำงานกลุ่ม เรา ไปเรียนรู้อะไรมาบันทึกอะไรมา จะนำเสนอให้เพื่อนหรือครูรู้เรื่อง ได้อย่างไร ก็ต้องฝึกการนำเสนอการนำเสนอได้ดีจึงเป็นการพัฒนา ปัญญาทั้งของผู้นำเสนอและของกลุ่ม
- ฝึกการฟัง ถ้ารู้จักฟังคนอื่นก็จะทำให้ฉลาดขึ้น โบราณเรียกว่า เป็นพหูสูตบางคนไม่ได้ยินคนอื่นพูด เพราะหมกมุ่นอยู่ในความคิด ของตัวเองหรือมีความฝังใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเรื่องอื่นเข้าไม่ได้ ฉันทะ สติ สมาธิ จะช่วยให้ฟังได้ดีขึ้น
- ฝึกปุจฉา - วิสัชนา เมื่อมีการนำเสนอและการฟังแล้ว ฝึกปุจฉา - วิสัชนา หรือถาม - ตอบ ซึ่งเป็นการฝึกใช้เหตุผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ทำ ให้เกิดความแจ่มแจ้งในเรื่องนั้นๆ ถ้าเราฟังครูโดยไม่ถาม - ตอบ ก็ จะไม่แจ่มแจ้ง
- ฝึกตั้งสมมติฐานและตั้งคำถาม เวลาเรียนรู้อะไรไปแล้ว เรา ต้องสามารถตั้งคำถามได้ว่า สิ่งนี้คืออะไร สิ่งนั้นเกิดจากอะไร อะไรมีประโยชน์ ทำอย่างไรจะสำเร็จประโยชน์อันนั้น และมีการ ฝึกการตั้งคำถาม ถ้ากลุ่มช่วยกันคิดคำถามที่มีคุณค่าและมีความ สำคัญ ก็จะอยากได้คำตอบ
- ฝึกการค้นหาคำตอบ เมื่อมีคำถามแล้วก็ควรไปค้นหาคำตอบ จากหนังสือ จากตำรา จากอินเตอร์เน็ต หรือไปคุยกับคนเฒ่าคน แก่ แล้วแต่ธรรมชาติของคำถาม การค้นหาคำตอบต่อคำถามที่ สำคัญจะสนุกและทำ
|
 |
|
ที่มาข้อมูล : www.theyoung.net
ที่มาเว็บ : myfirstbrain
|
|
ท่านยังไม่สามารถกรอข้อความใดๆได้จนกว่าท่านจะ
สมัครสมาชิก
|
|
|
|
|